เปิดชีวิตทายาทตลาดรังสิต “เจษ เจษฎ์พิพัฒ” ในวันที่เขาตัดสินใจเลือกเส้นทางบันเทิง

0
98

เปิดชีวิตทายาทตลาดรังสิต “เจษ เจษฎ์พิพัฒ” ในวันที่เขาตัดสินใจเลือกเส้นทางบันเทิง (ชมคลิปท้ายข่าว)

หลายคนคงจะคุ้นหน้า คุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ และ เพลงขวัญ-นัตยา ทองเสน คู่พระนางจากละครเรื่อง วิมานจอเงิน ที่ตอนนี้เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น แต่ใครจะไปรู้ว่าคู่นี้ชีวิตจริงของทั้งคู่ดราม่ายิ่งกว่าละคร ล่าสุด เจษ และ เพลงขวัญ ได้มาเปิดใจและพูดคุยผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง One31 เห็นว่าเป็นทายาทเจ้าของตลาดรังสิต ชีวิตเป็นยังไง?

เจษ : “ผมขออธิบายก่อน เราไม่ได้เป็นคุณหนูเลยครับ หมายถึงว่าทั้งการทำตัวเราด้วย แล้วก็ที่บ้านด้วย จริงๆ ครอบครัวผมเป็นแค่ส่วนหนึ่งของตลาดรังสิตครับ”

เรามีส่วนไปช่วยเหลือธุรกิจที่บ้านบ้างไหม?

- Advertisement -

เจษ : ไม่มีเลยครับ เพราะว่าพ่อให้เลือกว่าจะทำอะไรในชีวิต ตอนเรียนจบผมเลยเลือกที่จะทำงานตรงนี้ พอมีโอกาสได้ลองทำ ก็เลยชอบ แล้วผมเป็นเด็กที่ไม่ชอบยอมแพ้อะไร คือทำอะไรต้องทำให้สุดทำให้ดีที่สุดอะไรประมาณนี้ พอรู้สึกว่าทำไม่ได้ ก็จะต้องทำให้ได้”

เคยถูกเปลี่ยนตัวจากละคร เกิดอะไรขึ้นตอนนั้น?

เจษ : “ประมาณปี 51 ครับ ตอนอยู่ค่ายเอ็กแซ็กท์ เราคาดหวังว่า เราอยู่ในค่ายละครที่ค่อนข้างใหญ่แล้ว เราอยากจะมีละครเล่นอย่างจะขึ้นไปเป็นพระเอกให้ได้ในสักวันนึงอะไรแบบนี้ ได้มีโอกาสแคสละครได้เรื่องนึง แต่ก็มีปัญหาอยู่ คือเราอาจจะเล่นไม่ถึงแล้วก็ ฝีมือการแสดงเราน้อย เพราะเราไม่เคยเล่นละครมาก่อนเลย ก็ได้มีการ workshop กัน แล้วก็มันมีช่วงหนึ่งที่ผมต้องไปอเมริกา ไปหาพี่ผม ซึ่งผมจะไปทุกปีอยู่แล้ว พอกลับมาก็ถูกถอดจากละครเรื่องนี้เลย เขาให้เหตุผลว่าเราเล่นไม่ได้”

เจอเหตุการณ์แบบนี้ความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?

เจษ : “ตอนนั้นเป็น Attitude ที่ผมรู้สึกแย่มากครับ ผมจะโทษคนอื่นหมดเลย ผมโทษที่ค่าย คุณครูที่สอนแอคติ้ง ตอนหลังก็คิดได้ คือเขาหวังดีกับเราทุกคน เขาจะมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชสอนแอคติ้งเราทำไม เขาก็ไม่ได้เงิน เราไปเรียนฟรี เราจะเป็นฝ่ายได้ชื่อเสียงได้เงินจากเขามากกว่า การนั่งโทษคนอื่นมันไม่ทำให้ตัวเราลุกขึ้นกลับมา เลยสู้อีกครั้งหนึ่ง”

เป็นคนมุ่งมั่นตั้งแต่เด็กเลยไหม?

เจษ : “ใช่ครับ ถามว่ามุ่งมั่นไหมผมไม่แน่ใจนะ แต่เรื่องยอมแพ้ผมไม่ยอมแน่ๆ ผมจะไม่ยอมอะไรเลยไม่ว่าผมจะทำอะไร ต้องการอะไร ผมต้องทำให้ได้ ต้องไปให้สุด”

ให้ “เพลงขวัญ” เม้าท์พระเอกคนนี้หน่อยเป็นยังไง?

เพลงขวัญ : “ไม่หรอกค่ะ เขาเป็นปกตินี่แหละ ไม่ได้เป็นคุณหนูอะไร จะชอบนั่งคนเดียว พี่เขาจะมีโลกส่วนตัวนิดนึง พอแบบพักกองเขาก็จะใส่หูฟังนั่งดูซีรีย์ เก้าอี้ต้องออกมาเอง เป็นเก้าอี้สนามเดินป่า ชอบแย่งพัดลมคนอื่น”

ทางบ้านว่ายังไงบ้างที่เข้ามาในวงการบันเทิง?

เจษ : “คุณพ่อคุณแม่บอกตั้งแต่เด็กแล้วครับว่าอยากทำอะไรให้ทำเลย แต่ว่าต้องทำให้สุด เหมือนกันครับมันเลยทำให้ผมต้องทำให้สุดเหมือนกัน”

เห็นว่าครอบครัวเคยเจอเหตุการณ์วิกฤต เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม?

เจษ : “วิกฤตปี 40 ครับ เมื่อก่อนพ่อผมก็จบเมืองนอกมาเหมือนกัน แล้วพ่อผมกลับมาทำธุรกิจส่วนตัว เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ทำพวกหมู่บ้านจัดสรรเพราะพ่อผมเป็นวิศวกร ตอนนั้นมีเงินเยอะมากๆ เลยครับ แล้ววันหนึ่งคุณพ่อไปกู้เงินเพื่อทำโครงการนึง แล้วโครงการยังไม่เสร็จ แล้วมันล่ม เราก็เลยไม่มีเงินที่จะทำขั้นตอนต่างๆ ของโครงการให้มันแล้วเสร็จไปต่อได้ เลยติดหนี้แล้วก็ล้มละลาย ซึ่งปีนั้นก็ล้มกันเป็นโดมิโนเลย”

แล้วชีวิตเราเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง?

เจษ : “ผมนับถือพ่อผมมากเลย ชีวิตผมไม่เปลี่ยนเลยครับ คือที่บ้านเมื่อก่อนรวยมาก ที่บ้านจะมีรถวอลโว่หลายคันเลย แต่ตอนนี้ไม่ได้รวยขนาดนั้นครับ ตอนนั้นเราไม่รู้ พ่อแม่ปิดไว้ เด็กๆ ก็ไม่รู้สึก เราแค่แบบเห็นรถมันหายไปแค่นั้น ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับที่บ้าน แต่ที่รู้สึกได้คืออารมณ์ของพ่อแม่เหมือนจะหงุดหงิดง่ายขึ้นอะไรแบบนี้”

แล้วเรามารู้ความจริง ว่าพ่อแม่ผ่านวิกฤตตอนนั้นมา ตอนไหน?

เจษ : “ตอนนี้พ่อยังไม่บอกผมนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่รู้ความจริงคือผมไปถามเขา เพราะว่าผมเรียน Finance ต้องเรียนเกี่ยวกับวิกฤตปี 40 และเขาบอกว่าเขาเจออะไรมา ก็เล่าอย่างละเอียดเลยครับว่าเจอมายังไง แต่ว่าพ่อจะไม่ได้เล่ามุมดราม่านะ แม่จะเป็นคนเล่าให้ฟังตอนหลังมากกว่า”

กว่าครอบครัวจะสามารถลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง ใช้เวลานานไหม?

เจษ : “สำหรับตัวผมมันเหมือนเดิมมาตลอดครับ แต่ว่าถ้าสำหรับเขา ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากวัตถุจากสิ่งของต่างๆ นานา พวกรถ ของใช้ในบ้านอะไรแบบนี้ ก็ค่อยๆ เปลี่ยน ค่อยๆดีขึ้น ที่เรารับรู้ได้ น่าจะประมาณตอนผม ม.ปลาย เพราะช่วงที่เกิดวิกฤตผมเพิ่งอยู่ตอนประถมเอง

“เพลงขวัญ” รู้สึกยังไงบ้าง กับ “เจษ” ที่ผ่านเรื่องราวแบบนี้มา?

เพลงขวัญ : รู้สึกว่าเขาเก่งค่ะ เหมือนกับว่าเขามองโลกในแง่ดี เป็นผู้ชายคิดบวก”

ถาม”เพลงขวัญ” บ้าง เข้ามาในวงการได้ยังไง?

เพลงขวัญ : “เริ่มจากการประกวดนางแบบค่ะ เหมือนเพลงแค่ไปลอง เพราะว่าเพลงอยากทำงานในวงการบันเทิง แต่ว่าตอนนั้นไม่มีประสบการณ์อะไรเลย เพิ่งมาจากภูเก็ต เป็นเด็กต่างจังหวัดที่มาเรียนหนังสือ แล้วพี่ๆ เขาก็ชวนไป เราชอบแล้วก็เลยไปประกวด ถือว่าโชคดี ที่เราได้เข้ารอบ 50 คน หลังจากนั้นก็เข้ารอบสุดท้ายเลย”

คนสบประมาทไว้เยอะมากจริงไหม?

เพลงขวัญ : “ใช่ค่ะ ตอนนั้นคือหนูไม่มีประสบการณ์เลย ไม่เก่ง ไม่รู้อะไรเลย เดินแบบเป็นยังไง เล่นละครเป็นยังไง วิธีการเข้าสังคมยังไม่รู้เลย เพราะว่าเป็นเด็กต่างจังหวัดมาเลย แล้วก็ไม่มีใครสอนด้วย แถมเป็นคนขี้อายอีก เวลาไปกอง เขานัด 8 โมง หนูก็ไปถึงตั้งแต่ 7 โมงแล้ว แต่ไม่กล้าลงจากรถ หนูจะเป็นคนไม่มั่นใจเลย”

เข้าวงการมามีกระแสลบ พอสมควรรู้สึกยังไงบ้าง?

เพลงขวัญ : “ร้องไห้เลยค่ะตอนนั้น เราคิดว่าจะต้องขนาดนี้กันเลยเหรอ ว่าสถาบันครอบครัว ว่าถึงแม่ หนูช็อกไปเลย จะลงรูปอะไรแต่ละทีจะกังวลว่าคุณจะด่าไหม แล้วเราจะอยู่ยังไงต่ออะไรแบบนี้ คิดมากเลยค่ะ แต่ก็ผ่านมาได้”

พ่อแม่มีความสำคัญกับความสำเร็จ ของเราขนาดไหน?

เจษ : “สำคัญที่สุดเลยครับ ทุกวันนี้ทำเพื่อครอบครัวอยู่ ปัจจุบันนี้ผมจะคิดถึงตัวเองน้อยมาก ผมรู้สึกว่าผมคิดถึงแค่ตัวเองมันไปได้นิดเดียว ผมจะทำไปทำไม ผมไม่ได้ลำบากอะไร แต่ว่าถ้าเพื่อเขา ให้เขารู้สึกภูมิใจที่เห็นเราประสบความสำเร็จ อันนั้นตัวเราจะหนัก แต่เราจะผลักตัวเองให้ไปได้ไกลกว่าเดิม”

เพลงขวัญ : “สำหรับเพลงทำเพื่อครอบครัวเหมือนกันค่ะ ช่วยแบ่งเบาภาระแม่ แต่กลับกันแม่จะแบบว่าเพลงไม่ต้องนึกถึงแม่นะ เขาจะอยากเห็นเรามี เขาอยากเห็นเราได้ เขาอยากเห็นเราประสบความสำเร็จ เรายิ่งต้องทำให้ดี ทำให้เขามีความสุขที่สุด”

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here