สูญเงินกว่า 70,000 !! มิจฉาชีพอ้าง “คุณตัน” อาละวาดหนัก ไร้หน่วยงานเข้าจัดการ

0
136

สูญเงินกว่า 70,000 !! มิจฉาชีพอ้าง “คุณตัน” อาละวาดหนัก ไร้หน่วยงานเข้าจัดการ

บนโลกออนไลน์นั้นมักจะมีพวกมิจฉาชีพแอบแฝงเพื่อเข้ามาหลอกลวงประชาชน อย่างเช่นการที่เข้ามาแอบอ้างว่าเป็น คุณตัน ภาสกรนที และจะเข้ามาหลอกว่าคุณคือผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลเป็นเงินสด 1 ล้านบาท แต่ทางผู้โชคดีนั้นต้องยอมไปซื้อสลิปบัตรเติมเงินเพื่อแลกกับเงินรางวัลดังกล่าว ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้นั้นมีมานานมาก และยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เลย จนทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก อย่างเช่นคุณลุงรายนี้ที่ต้องสูญเสียเงินจำนวน 70,000 บาท ให้กับพวกมิจฉาชีพรายนี้

เชื่อว่าหลายต่อหลายคนคงกำลังชูแชนขึ้นสูง เพราะอาจเคยหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงกายมาในรูปของคอลเซ็นเตอร์สุดแสบจนเสียทั้งเงิน เจ็บทั้งใจ หรือหากไม่เคย ก็อาจได้ยินเรื่องราวทำนองนี้อยู่บ่อยๆจนพาลหวาดระแวง หากจะต้องรับโทรศัพท์จากคนที่ไม่รู้จักมักคุ้น

ทันทีที่เหยื่อรับสาย แก๊งเหล่านี้ก็จะ ‘แจ้งข่าว’ให้ผู้รับสายฟังในรูปแบบต่างๆ อาทิ “สวัสดีครับ ผมชื่อ… ติดต่อมาจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ขอเรียนให้คุณทราบว่าบัตรเครดิตของคุณมียอดค้างชำระจำนวนxxxxบาท หากต้องการตรวจสอบ กรุณาไปที่เอทีเอ็มของคุณ และกดเบอร์ดังนี้…

หรือ “ดิฉัน ชื่อ… ติดต่อมาจากบริษัทxxx ขอแจ้งให้คุณทราบว่า คุณคือผู้โชคดีจากการสุ่มเบอร์โทรศัพท์ชิงรางวัลจากทางบริษัท ทว่าทางบริษัทต้องขอหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยทันทีสำหรับผู้รับรางวัล ขอให้คุณทำการโอนเงินมาที่..” เพื่อป้องกันไม่ให้ชาว Secret โดนหลอกแบบนี้ (อีก?) เราจึงขอเสนอ 6วีธีรับมือมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ เพื่อให้ทุกคนสามารถ ตั้งรับเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้ได้อย่างมีสติ

• ตั้งสติก่อนเสียสตางค์
แกงค์มิจฉาชีพส่วนมาก มักเล่นกับความโลภ หรือความกลัวของเหยื่อ เช่น คุณเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเงินสดจำนวน …จากการจับฉลากของเรา หรือ ทางตำรวจสืบพบว่าบัญชีของคุณเป็นบัญชีที่ผิดกฏหมาย ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้รับมีอาการดีใจ หรือตื่นตกใจ จนไม่ทันคิดถึงความเป็นไปได้

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการมีสติ ไม่ไหลไปกับสิ่งที่ปลายสายกำลังพูด ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นใครก็ตาม (กรอบ) ก่อนรับโทรศัพท์ให้หายใจเข้าลึกๆ2-3ครั้งก่อน อย่ารีบรับในทันที ทั้งนี้เพื่อฝึกเรียกสติให้เป็นนิสัย และเมื่อใดที่ได้รับโทรศัพท์ประเภทนี้ ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อน ที่สำคัญคืออย่าได้พาตัวเฉียดกรายไปใกล้ตู้เอทีเอ็มเด็ดขาด !

• ทำตัวเป็นนักสืบ(ชั่วคราว)
ระหว่างที่คุยโทรศัพท์กับปลายสายที่เราไม่แน่ใจว่าเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า ให้ลองทำตัวเป็น ‘คนช่างสังเกต’ ดูว่า บุคคลปลายสาย มีลักษณะดังนี้ หรือไม่
O ไม่เปิดโอกาสให้เรามีสติพอที่จะคิดหรือเปล่า เช่น /คุณต้องรีบโอนเงินตอนนี้ ไม่งั้นจะเสียสิทธิ์ /คุณต้องเสียภาษีภายในเย็นวันนี้ ไม่งั้นถูกดำเนินคดี /ห้ามบอกคนอื่นเพราะเป็นความลับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฯลฯ

O มีคำพูดจูงใจน่าคล้อยตาม แต่มีข้อแม้ที่ชวนสับสน เช่น คุณได้รับรางวัลมูลค่า 1 แสนบาท แต่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายภายในตอนนี้ ส่วนของรางวัลจะตามมาทีหลัง
O เมื่อใดที่เราเริ่มตั้งข้อสงสัยหรือถามข้อมูลกลับมากๆ ปลายสายจะเริ่มบอกปัด หรือรีบวางสาย และจะไม่มีการ ทิ้งเบอร์ติดต่อกลับอย่างเด็ดขาด (ยกเว้นในกรณีที่เหยื่อหลงเชื่อ มิจฉาชีพก็จะทิ้งเบอร์ไว้เพื่อให้เหยื่อติดต่อกลับ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งส่วนมาก มักเป็นเบอร์พวกเดียวกัน!) (กรอบ)

เจ้าหน้าที่(ตัวปลอม) มักหลอกถามเหยื่อในหัวข้อสำคัญๆ ซึ่งหากคุณให้ข้อมูลเพียงบางส่วน ก็สามารถทำให้คุณตกเป็นเหยื่อได้แล้ว เช่น
+ ชิ่อ- นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด เลขบัตรประชาชน
+ หมายเลขโทรศัพท์/ หมายเลขบัตรเครดิต หรือ รหัสหลังบัตร 3 ตัว ซึ่งรหัสนี้สามารถนำไปซื้อสินค้า online ได้ทันที

+ กรณีที่ไม่มีบัตรเครดิตธนาคาร ปลายสายจะแจ้งว่า คุณอาจถูกปลอมเอกสาร ดังนั้นคุณจะต้อง fax เอกสารบัตรประชาชน หรือเอกสารสำคัญอื่นๆ เช่นหน้าสมุดบัญชี เพื่อแจ้งขอคืนเงิน หรือบางครั้งก็จะขอให้คุณไปกดรหัสที่ตู้ ATM แต่รหัสที่บอกกลับเป็นรหัสที่ใช้ในการโอนเงินให้เขาแทน !!
+ ที่อยู่เพื่อจัดส่งเอกสาร ที่อยู่ตามใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต และวงเงินที่ได้รับอนุมัติ

• (หลอก)ถามข้อมูลกลับ
หากคุณเริ่มเอะใจ แต่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า ปลายสายเป็นมิจฉาชีพ100 เปอร์เซนต์ ขอแนะนำให้คุณหลอกถามข้อมูลของฝ่ายมิจฉาชีพกลับบ้าง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ที่ไหน ใครเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตอนนี้ใครเป็น ประธานของธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ เอาให้รู้กันไปเลยว่า ใครแน่กว่าใคร !

วิธีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการติดตามจับคนร้ายกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เริ่มจาก หมายเลขบัญชีธนาคาร.. เพราะ ข้อมูลอื่น ที่คนร้ายให้มาจะไม่มีเรื่องจริงเลย ยกเว้น หมายเลขบัญชีอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น เมื่อปลายสายเริ่มหลอกให้ ไป โอนเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ให้คุณเตรียมปากกา จดหมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัญชีธนาคาร ชื่อธนาคาร จากนั้นคุณก็สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปแจ้งความกับสน.ต่างๆได้ทันที

• ติดต่อไปยังแหล่งที่มา(ของจริง!)
กลุ่มมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ส่วนมาก มักอ้างบริษัท ห้างร้าน ธนาคาร สถาบัน ที่เป็นที่รู้จักและ น่าเชื่อถือ หรืออ้างชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงสังคม ดังนั้นหากไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังโดนหลอกหรือไม่ ให้ลองติดต่อสอบถามไปยังแหล่งที่ปลายสายอ้างถึง โดยอาจเสิร์ชดูหมายเลขโทรศัพท์ในอินเตอร์เนต หรือสอบถามจาก1113 (กรอบ)

ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 0-2283-5353
กระทรวงพาณิชย์ 02-507-8000
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 022514730 หรือ191

• แกล้งกลับ (ซะบ้าง!)
หากคุณมีเวลา อาจลองหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับชีวิต ด้วยการ ‘เล่น’กับกลุ่มมิจฉาชีพดู เพื่อจะได้เรียนรู้กลวิธีการต้มตุ๋นของคนกลุ่มนี้ เอาไว้เตือนภัยคนใกล้ตัว เช่น สังเกตว่ากลุ่มมิจฉาชีพมีวิธีการพูดอย่างไรให้คนเชื่อจนโอนเงินให้ หรือถ้านึกสนุกขึ้นมา อาจแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจในสิ่งที่ปลายสายพูดจนทำให้อีกฝ่ายต้องพูดซ้ำๆ นานๆ จน โมโห เบื่อหรือเซ็ง ไปเอง ! จะได้เข็ดขยาดไม่นึกอยากโทรไปหลอกใครอีก

• วางสาย (ซะงั้น!)
หากคุณไม่มีเวลา ก็จงวางสายไปเสียเถิด เพราะ สัตว์โลก…ย่อมเป็นไปตามกรรม รู้อย่างนี้แล้ว ขอเพียงคุณมีสติตั้งมั่น รับรองว่าคุณจะสามารถรับมือกับเหล่ามิจฉาชีพทางโทรศัพท์ได้อย่างสบายหายห่วงแน่นอน!

เพจ สายตรงกฎหมาย โดยทนายรัชพล ศิริสาคร แนะนำวิธีการรับมือกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า ช่วงนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์กำลังระบาด ต้องระวังกันนิดนึง เราพอมีข้อเสนอแนะ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ในกรณีที่มีโทรศัพท์เข้ามาเมื่อรับสายแล้ว แก๊งพวกนี้มักจะอ้างว่าโทรมาจากศาลหรือตำรวจ หรือหน่วยงานราชการ อ้างว่า คุณต้องคดีหรืออาจจะอ้างอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวกับคดีหรือกรณีอื่นๆ อย่าตกใจครับ ลองทำตามขั้นตอนดังนี้

1 ตั้งสติให้ดี อย่าตกใจ หายใจลึกๆ
2 ถามให้แน่ชัด ถามให้ชัดเจน ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
3 ลองสำรวจตัวเองดูว่า เรามีความเกี่ยวพันกับเรื่องที่เค้าโทรมาแจ้งหรือไม่

4 ถ้าเราเคยมีเรื่องที่เกี่ยวพันกับที่เค้าแจ้ง ก็อาจเป็นเรื่องจริง แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจ ลองสอบถามข้อมูลไปก่อน เพื่อให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริง
5 ถ้าเราไม่เคยไปเกี่ยวพันกับเรื่องที่เค้าแจ้ง สันนิษฐานไว้เลย ว่ากำลังโดนหลอก

6 ห้ามโอนเงินให้ ไม่ว่ากรณีใดๆ แต่ให้รับเรื่องไว้เบื้องต้น แล้วนำเรื่องดังกล่าวไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภายหลัง
7 หากจำเป็นต้องมีการชำระเงินจริงๆ ควรนำเงินไปชำระกับเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง เพราะคุณจะสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่า เงินค่าอะไรแน่ มีใบเสร็จหรือไม่ เจ้าหน้าที่เป็นใคร เดินเข้าไปในหน่วยงานราชการ ยังไงก็มีความน่าเชื่อถือว่าโอนเงินเข้าบัญชี

แก๊งพวกนี้ มักมีรูปแบบใหม่ๆ มาหลอกพวกเรา ยังไงก็ตาม เน้นว่า ยังไม่ควรโอนเงิน แต่ควรตรวจสอบอีกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อความชัดเจนและถูกต้อง และอย่าเชื่อใครง่ายๆ จนเกินไป

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here