เชื่อเป็นคลังอาวุธวังหน้า พบปืนใหญ่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยาว 3 ม. ใต้สนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์

0
196

เชื่อเป็นคลังอาวุธวังหน้า พบปืนใหญ่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยาว 3 ม. ใต้สนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์ (ชมคลิปท้ายข่าว)

พบปืนใหญ่สมัย ร.2 ยาว 3 ม. ใต้สนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์ เชื่อเป็นคลังอาวุธวังหน้า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 ส.ค. ร.ต.ท.ชโนวิทก์ สิเนหะ รอง สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม

รับแจ้งพบปืนใหญ่ฝังอยู่ในดินบริเวณกลางสนามหลวงใกล้กับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ชนะสงคราม

เจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างการขุดเพื่อวางระบบท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สนามหลวง ภายในหลุมลึกประมาณ 1.50 เมตร พบปืนใหญ่โบราณสมัยรัตนโกสินทร์

ขนาดความยาว 3.05 เมตร ปากกระบอกปืนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร ถูกฝังอยู่ในพื้นดิน ทางเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำขึ้นมาก่อนเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ด้านพ.ต.อ.จักรกริศน์ กล่าวว่า

โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ชุดขุดเจาะท่อกำลังปฎิบัติหน้าที่ตามปกติ กระทั่งพบปืนใหญ่ดังจึงใช้รถแม็คโครยกขึ้นมา ก่อนประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรุดเข้าตรวจสอบ ทั้งนี้จากการตรวจสอบของทางกรมศิลปากรระบุว่า

ปืนใหญ่ที่ตรวจพบนั้นอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งมีความเก่าแก่มายาวนาน ก่อนทางกรมศิลปากรได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั้งนี้เมื่อ 3 ปีก่อน บริเวณสถานที่ดังกล่าวยังเคยขุดพบปืนใหญ่ในลักษณะเดียวกันจำนวน 3 กระบอก

ซึ่งพื้นที่นี้ในสมัยก่อนเคยเป็นคลังเก็บอาวุธของวังหน้า นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่โบราณวัตถุ จากกรมศิลปากรจะร่วมเดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่นี้อีกครั้งในวันที่ 27 ส.ค. นี้ต่อไป

ซึ่งเมื่อปีที่แล้ววันที่ 14 กันยายน น.ส.กรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักงารนศิลปากรที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝายวิชาการ นายกฤษดา หมวดน้อย กรรมการสภาวัฒนธรรม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ได้เดินทางไปที่ สภ.ย่อยกำเนิดนพคุณ เพื่อร่วมกันตรวจสอบสภาพปืนใหญ่โบราณความยาว 2.10 เมตร เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางส่วนโคนประมาณ 30 เซนติเมตร(ซม.) ส่วนปลายประมาณ 20 ซม. น้ำหนัก 1.2 ตัน

ภายหลังเจ้าหน้าที่ชลประทานขุดพบกลางในคลองบางสะพานบริเวณปากคลองบางอะ หมู่ 8 ต.แม่รำพึง ขณะใช้เครื่องจักรกลหนักขุดลอกคลองบางสะพานเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม ตามโครงการบรรเทาอุกภัย อ.บางสะพาน

อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบปืนมีสนิม ทำให้ไม่พบตราสัญลักษณ์ที่มาของปืนใหญ่เช่นเดียวกับปืนใหญ่ที่พบในบริเวณป้อมปืนปากแม่น้ำที่ จ.สมุทรปราการ

ล่าสุดบนปืนพบเพียงร่องรอยของเลขยันต์ลงอักขระลักษณะคล้ายเลข ๙ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าผลิตในประเทศหรือเป็นปืนใหญ่ที่สั่งนำเข้า สำหรับปืนใหญ่ที่จมกลางลำคลองห่างจากปากอ่าวบ้านปากปิด ประมาณ 300 เมตร

สันนิษฐานว่าปืนใหญ่ที่มีอายุประมาณ 200 ปีสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นสำหรับใช้ยิงข้าศึกป้องกันหัวเมืองบางสะพาน ภายหลังมีศึกสงครามต่อเนื่องกับประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเชื่อมโยงกับด่านสิงขร เมืองตะนาวศรี มะริด และ ทวาย

“ คาดว่าจุดที่พบคาดว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากเรือล่ม เนื่องจากจุดที่พบปืนที่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับตั้งป้อมเพื่อยิงปืนใหญ่ และจากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมบริเวณรอบพื้นที่ในคลองบางสะพานยังไม่พบวัตถุโบราณประเภทอื่น

โดยทีมนักวิชาการมีแผนในการสำรวจบริเวณที่เป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณของหัวเมืองบางตะพานหรือเมืองกำเนิดนพคุณที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่อง ทองบางสะพานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากนั้นจะแจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์

เพื่อการอนุรักษ์มาตรวจสอบอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ปืนเสียหายจากสภาพปัจจุบัน และ ตามหลักการจะต้องนำปืนใหญ่ไปเก็บไว้เพื่อการอนุรักษ์ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จ.ราชบุรี “ น.ส.กรรณิการ์ กล่าว

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here