ผู้ชม ‘เดี่ยว 12’ ไม่ยินดีกับ แฟน ‘พลอย เดอะกิ๊ก’ ขอแต่งงานกลาง ‘เดี่ยว 12’

0
393

ผู้ชม ‘เดี่ยว 12’ ไม่ยินดีกับ แฟน ‘พลอย เดอะกิ๊ก’ ขอแต่งงาน (ชมคลิปท้ายข่าว)

ดราม่าหนักมาก คนดูไม่ปลื้ม แฟน “พลอย เดอะกิ๊ก” ขอแต่งงานกลางทอล์กโชว์ เดี่ยว 12 ซัด ขโมยเวลาคนอื่นมาทำเรื่องส่วนตัว เสียเงินหลายพันมาดูโชว์ แต่ต้องถูกคั่นเวลา เจอถามกลับ พวกดราม่าอยู่ในเหตุการณ์หรือไม่ ‘โน้ส อุดม’ ลดเวลาโชว์-เนื้อหาหรือเปล่า เดี่ยว 12 / กลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาเลย

หลังจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘เดี่ยว 12’ ได้โพสต์เล่าเรื่องราวดีๆของเดี่ยว 12 รอบ 19.00 น.ของเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการที่มีคู่รักอย่าง พลอย พงษ์รตี หรือ “พลอย เดอะกิ๊ก” ซึ่งถูกแฟนหนุ่มคุกเข่าของแต่งงานกลางงานโชว์ของ “โน้ส อุดม แต้พานิช” โดยโพสต์จากแฟนเพจ ระบุว่า “หลังจากโชว์เดี่ยว 12 รอบทุ่มวันนี้ผ่านไปประมาณชั่วโมงครึ่ง

มีเรื่องราวเกี่ยวกับบุพเพสันนิวาส อันสุดแสนประทับใจเกิดขึ้น จนทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์น้ำตาซึม ด้วยความอิจฉาหนักมาก โดยเฉพาะนักแสดงของเรา… อีกคู่แล้วสินะที่แซงหน้าเฮียเราไป ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับ คู่สมรสคู่ใหม่นะครับ” ซึ่งหลังจากที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปนั้น ก็มีเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากกว่า 1,000 คอมเม้นท์

ยอดแชร์กว่า 2,000 ครั้ง และมีผู้คลิกไลค์กว่า 20,000 โดยมีทั้งผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดี และไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ขัดจังหวะการรับชมของคนอื่นที่ต้องการชมการทอล์กโชว์ของ “โน้ส อุดม” และที่สำคัญคือหาบัตรดูก็ยากแล้ว

พ.ศ. 2561 น่าจะเป็นปีที่ อุดม แต้พานิช มีชีวิตที่อุดมไปด้วยเหตุการณ์สำคัญ ชวนจดจำ หนึ่ง-สิงหาคมปีนี้ เขากำลังจะจัด ‘เดี่ยว 12’ หากนับจาก 19 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ที่เดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรกถือกำเนิด ตอนนี้เดี่ยวไมโครโฟนของเขากำลังจะมีอายุครบรอบ 23 ปีพอดิบพอดี ว่าด้วยการยืนระยะ ถือเป็นเรื่องน่าทึ่งไม่น้อยที่คนคนหนึ่งสามารถจัด Stand-up Comedy ต่อเนื่องยาวนานในบ้านเมืองที่วัฒนธรรมเรื่องนี้ไม่ได้แข็งแรงอะไร

พูดให้เห็นภาพ หากมีใครสักคนที่เกิดตอนเดี่ยว 1 ตอนนี้ทารกในวันวานน่าจะกำลังเริ่มทำงานปีแรก สอง-กันยายนปีนี้ เขากำลังจะอายุ 50 ปี แม้หลายคนจะบอกว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่การที่ชีวิตเคลื่อนผ่านมาจนตัวเลขอายุนำหน้าด้วยเลข 5 ก็ถือเป็นหลักไมล์ที่น่าสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะมองเขาในฐานะสแตนด์อัพคอเมเดี้ยนคนสำคัญหรือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมนั่งสนทนากับเขา ผมจึงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเมื่อเทียบกับอุดม แต้พานิช เวอร์ชันก่อนหน้า เท่าที่สังเกต ผมรู้สึกว่าในวันนี้วัยนี้เขาใช้เวลาครุ่นคิดกับคำตอบนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหากคำตอบนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน “แต่ก่อนผมไม่ค่อยระวังตัว” อุดมอธิบายระหว่างบทสนทนา “ถ้าเป็นช่วง 30 เราพรั่งพรูออกไปแล้วเดี๋ยวเกิดอะไรก็เรื่องของมึง

ทั้งที่ผมไม่ต้องพูดประโยคนั้นก็ได้ ไม่ต้องมีใครเดือดร้อน ตอนนี้ผมพยายามเลือกคำ มีความใจเขาใจเราอยู่” หากจะมีสิ่งใดที่ไม่เปลี่ยนไปจากทุกครั้งที่เราเจอกัน ผมคิดว่าคงเป็นความมีชีวิตชีวาและลีลาการเล่าเรื่องที่ยังแพรวพราวชวนคิด แม้ท้ายที่สุดอุดมจะออกตัวว่า “ตัวเองไม่เข้าใจชีวิตอะไรเลย” ซึ่งเป็นแกนหลักที่เขาอยากสื่อสารใน ‘เดี่ยว 12’

แต่จากการพูดคุย ผมพบว่าในความไม่เข้าใจที่ว่า เขาก็พยายามดิ้นรนศึกษาหาวิธีอยู่กับโลกที่หมุนด้วยความเร็วรุนแรง หาได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ส่วนเขาได้อะไรจากการศึกษา หากพวกเรากำลังสบาย จงอ่านโดยพลัน คนใกล้ตัวคุณบอกว่าคุณชอบหนังสือ ปัญญาอนาคต ของ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา มากจนแนะนำให้คนรอบตัวอ่าน ใช่ๆ ผมยกให้เป็นหนังสือที่ดีในรอบหลายๆ ปีเลยนะ

ถ้าให้ย้อนมอง คิดว่าอะไรทำให้รู้สึกว่ามันสำคัญจนแนะนำให้คนรอบตัวอ่านหนังสือเล่มนี้ ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงกำลังหาที่อยู่ที่ยืนในสังคม คือคนรุ่นผมมันเคว้งคว้างนะ เพราะเทคโนโลยีมันพลิกทุกอย่างไปเร็วมาก บางทีเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราควรจะทำตัวยังไงกับสิ่งที่มันกำลังเข้ามา แล้วมันมาเร็วแบบสึนามิ นิตยสารที่เราเห็นๆ ชอบๆ อยู่รุ่งขึ้นก็เจ๊ง หรือธุรกิจต่างๆ ที่เราเคยใช้บริการอยู่ก็ค่อยๆ ทยอยหายไป

คนรุ่นคุณได้รับผลกระทบอะไรจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปบ้าง
ยกตัวอย่างเพื่อนผม เขาทำงานโฆษณาเป็นโปรดักชันเฮาส์ แต่ก่อนต้นทุนทำหนังแต่ละเรื่องมันต้องล้านขึ้น จนถึงหลายๆ ล้าน อยู่ๆ มาวันหนึ่งมันก็หดเล็กลงมา ไม่มีใครจ้างหลักล้านแล้ว เพราะว่าอุปกรณ์ทุกอย่างมันสะดวกขึ้น มันจบได้ด้วยกล้องเล็กๆ ตัวเดียว ลูกค้าที่เคยจ่ายเงินเยอะๆ ก็ไม่จ่ายอีกต่อไปแล้ว ถ้าคุณไม่ทำเด็กรุ่นใหม่ก็ทำได้ โปรดักชันเฮาส์มันไม่ใช่เรื่องของการแต่งออฟฟิศเท่ๆ อีกต่อไปแล้ว มันเป็นเด็กไม่กี่คนที่ทำอยู่ที่บ้านแล้วมารับงานก็ได้ มันย่อยจนเพื่อนผมต้องปรับตัวมากๆ

มันเป็นเรื่องของคนเจเนอเรชันใหม่แล้ว เพื่อนผมทำยังไงล่ะ เคว้งคว้างเลยตอนนี้ สุดท้ายก็ต้องย่อยบริษัทตัวเอง เปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ลดราคา ดึงคนใหม่ที่เชี่ยวชาญเรื่องออนไลน์เข้ามา ปรับวิธีการคุยกับลูกค้าใหม่ เช่น มีแผนการตลาดออนไลน์ให้เลย ทุกอย่างต้องเปลี่ยนรูปแบบใหม่หมด ไม่อย่างนั้นถ้าเขาไม่ปรับตอนนี้ ไม่มีแผนการตลาดออนไลน์ให้ แล้วยังดึงดันที่จะทำแบบเดิม แล้วบอกว่า ‘เฮ้ย ของผม Old School นะ หนังเรื่องหนึ่งต้องสามสี่ล้านขึ้น’ เขาอยู่ไม่ได้เลยนะ

แล้วตัวคุณเองได้รับผลกระทบอะไรกับเขาบ้างไหม
เผอิญเราไม่ได้ทำงานแบบนั้นเลยไม่ค่อยผลกระทบอะไร ผมแค่มีคำถามกับตัวเองว่า เราควรจะอยู่กับมันยังไง คือกูยังงงอยู่เลย ทำตัวไม่ถูก แต่พออ่าน ปัญญาอนาคต ก็เข้าใจว่า อ๋อ มันเป็นอย่างนี้ หนังสือของคุณภิญโญทำให้ฉุกคิด ทำให้เราถามตัวเองว่า สุดท้ายตัวเราให้คุณค่ากับอะไร

หนังสืออีกเล่มที่ดีคือ ปัญญางาน จัดการตน ที่คุณภิญโญแปลจากหนังสือของ Peter F. Drucker พออ่านประกอบกันมันดีมากเลยสำหรับคนรุ่นผม มันทำให้เราถามตัวเองว่า เราทำอะไรมา เรากำลังยึดติดกับอะไรมากไปหรือเปล่า ผมอ่านหนังสือเขาแล้วรู้สึกโชคดีที่อย่างน้อยกูก็มีที่อยู่ที่ยืน ในหนังสือบอกว่า บางทีเราทำเรื่องเล็กๆ อยู่ในที่เล็กๆ ของเราก็สามารถอยู่ได้นะ

เขายกตัวอย่างจิโร่ คนทำซูชิขั้นเทพที่ญี่ปุ่น เขาแค่ทำร้านเล็กๆ คนต้องรอคิวจองคิวกันเป็นปี เป็นเดือน ถึงจะได้กิน แล้วก็คิดราคาซูชิคำหนึ่งแพงๆ ได้ เพียงแค่เราให้คุณค่า ใส่ใจกับสิ่งที่เราทำจริงๆ ก็สามารถอยู่ได้ ซึ่งเผอิญมันมาพ้องกับวิถีชีวิตของผมพอดี ผมเลยไม่เดือดร้อนทุรนทุราย ผมรักในอาชีพขายขำของผมมากนะ ผมทรีตว่ามันเป็นงานศิลปะชนิดหนึ่ง เป็นงานคราฟต์ของผมชิ้นหนึ่ง

คุณมองว่าเดี่ยวไมโครโฟนที่ทำเป็นงานคราฟต์
ใช่ คราฟต์มาก การทำงานศิลปะคือการจัดวางองค์ประกอบ แล้วคำพูด การเคลื่อนไหวบนเวที ก็เป็นเรื่องการจัดวาง เป็นเรื่องจังหวะ ซึ่งผมก็ค่อยๆ ทำไป ขณะที่ผมเดินทาง ขณะที่พูดคุยกับคน ขณะที่ผมกินอะไรอร่อยๆ มันเหมือนผมไม่ได้ทำงานแต่ผมทำอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นไม้ ผมก็ค่อยๆ สลักเสลามันไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งผมเห็นว่ามันเป็นรูปร่างอย่างที่ผมอยากจะให้เป็นแล้ว ผมจึงค่อยเอามันไปขาย

ย้อนกลับไปคำถามที่ว่า ชีวิตให้คุณค่ากับอะไร คุณมีคำตอบไหม
ก็ให้คุณค่ากับสิ่งนี้แหละ ให้คุณค่ากับศิลปะ ไม่ใช่ว่าต้องเอาสีไปป้ายบนแคนวาสถึงจะเรียกว่าเป็นศิลปะ จริงๆ แล้วการอยู่บนเวที หรือการกินการอยู่ในชีวิตประจำวัน มันก็เป็นศิลปะในการใช้ชีวิต ผมไม่ได้แยกมันจากกัน ข้อดีของอายุตอนนี้ก็คือระบบนิเวศทุกอย่างในชีวิตมันสอดคล้องกัน ดูเหมือนมันเป็นเรื่องเดียวกัน ผมก็เลยมีชีวิตที่ค่อนข้างโอเค

อย่างที่คุณว่าทุกวันนี้เป็นเรื่องของคนเจเนอเรชันใหม่ แล้วลึกๆ คุณกลัวตกยุคบ้างไหม
แปลกมากเลย คำนี้ไม่มีในหัวเราเลย หรือเรายังคิดไม่เป็นวะ มันเหมือนงานศิลปะที่เราทำมันอยู่ในหมวด Contemporary Art หรือศิลปะร่วมสมัย คือกูไม่รู้หรอกพวกมึงจะไปสมัยไหน กูขออยู่ร่วมกับมึงไปด้วย กูอาจจะอยู่แบบประดักประเดิดหรือไม่เก่งมาก แต่กูขออยู่กับมึงไปด้วย เพราะกูสนใจเรื่องใหม่ๆ ที่พวกมึงทำนะ อย่างตอนนี้คนเขาเล่นเกม ROV ใช่มั้ย เราก็สนใจ พอสนใจก็ต้องไปลอง

ส่วนลองแล้วชอบหรือไม่ชอบนั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมต้องลอง เพราะผมอยากรู้ว่าเขาคิดอะไรกัน เขาทำอะไรกัน ผมเห็นลูกน้องไปเล่น ROV กับคนอื่นแล้วบ่นว่า ‘มันเป็นเกมที่เล่นได้หลายคน แต่อีก 4 คนที่มาช่วยไม่เก่ง โคตรซวยเลย เสียเวลา’ ผมก็อยากลองไปอยู่ในนั้นเหมือนกัน

กูอยากอยู่ร่วมกับมึงด้วย หรือการที่ผมดูละคร บุพเพสันนิวาส ก็เป็นเรื่องนี้แหละ นี่คือไลฟ์สไตล์ของผม ผมอยากอยู่ร่วมกับเขาด้วย อะไรคือออเจ้า อ๋อ อย่างนี้เหรอ สนุกดีว่ะ คือผมไม่ได้รังเกียจของใหม่เลย ใหม่ก็เอา เก่าก็ไม่ทิ้ง ผมว่ารากมันดีนะ แต่ถ้ามันจะไปแตกยอดออกใบใหม่เราก็เอาด้วย

อย่าง BNK48 ได้ฟังไหม
ฟัง สนใจใคร่รู้ อยากพบอยากเจอ ได้เจอแล้วก็ อ๋อ เป็นอย่างนี้เหรอ ผมมีโจ๊กเยอะแยะเกี่ยวกับ BNK48 เลยนะ แต่ผมไม่กล้าเล่าหรอก เพราะว่าโอตะเขาแข็งแกร่งมาก ผมไม่กล้าล้อ เขารักของเขา

ฟังดูคุณเป็นศิลปินที่ค่อนข้างเปิดรับสิ่งใหม่
อ้าว แล้วเราจะปิดไปทำไมเล่า ผมว่าบางทีการจำกัดตัวเองด้วยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง มันอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสอะไรไปหลายอย่าง สมมติว่าคุณประกาศตัวเป็นศิลปินแล้วคุณจะใส่เสื้อผ้าเฉพาะลายเสือ เฮ้ย บนโลกใบนี้มันยังมีเสื้อผ้าอีกหลายลายเลยนะมึง

ผมว่าโลกใบใหม่มันเป็นโลกแห่งการผสมผสาน โลกเรามันสนุกตรงที่เรามาผสมผสานกันนี่แหละ คนทำศิลปะสมัยก่อนทำศิลปะแล้วโดดเดี่ยว ศิลปะคือรูปที่แขวนอยู่หลังโซฟาเท่านั้น แต่วันหนึ่งมันก็พาเรามาสู่จุดที่คนทำงานศิลปะก็มาทำงานกับคนขายกระเป๋า มาจอยกัน มันก็เกิดซีนอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา แล้วก็สนุกจะตาย หรือแม้กระทั่งบางคนที่เป็นดีไซเนอร์ก็มาทำภาพยนตร์ คือโลกเรามันสนุกตรงนี้หรือเปล่า

คลิป

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 4

Upvotes: 2

Upvotes percentage: 50.000000%

Downvotes: 2

Downvotes percentage: 50.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here