เดินวันละ 5 ก.ม.เพื่อรอลูกๆกับมาเยี่ยม “ตาหนอง” ผู้เฒ่าสายตาฝ้าฟาง

0
142

เดินวันละ 5 ก.ม.เพื่อรอลูกๆกับมาเยี่ยม “ตาหนอง” ผู้เฒ่าสายตาฝ้าฟาง (ชมคลิปท้ายข่าว)

สะเทือนใจ “ตาหนอง” ผู้เฒ่าสายตาฝ้าฟาง เดินวันละ 5 ก.ม.เพื่อรอลูกๆกับมาเยี่ยม เป็นอีกเรื่องสะเทือนใจที่แชร์กันในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Baifern Maliwan ได้โพสต์เรื่องราวของผู้เฒ่าชื่อ “ตาหนอง” ที่อยู่อย่างเดียวดาย ต้องเดินทางเท้าไปกลับบ้านกับตัวอำเภอแทบทุกวัน เพื่อรอลูกๆกลับมาเยี่ยม

โดยคุณ ระบุว่า #ลูกจ๋ามาหาพ่อที ตาหนองแกแก่มากเพ้อหาลูกประจำ มารอที่หน้าร้านเราทุกวัน หวังอยากให้ลูกๆกลับมาหาบ้าง วันนี้ก้อเหมือนทุก ๆ วัน แกจะเดินไปในตัวอำเภอ จากบ้าน-อำเภอประมาณ 5 กม. เดินเท้าไปกลับทุกวัน คนที่ผ่านไปมาก้อจะคอยถามไถ่รับส่ง แต่แกไม่ค่อยขึ้นรถ จนวันนี้แกยอมกลับมาด้วย สงสัยเหนื่อยมาก

เฟินเลยลองถามดู แกบอกไปหาหมอที่รพ. เมื่อคืนกิ้งกือเข้าหู รู้สึกปวด เลยเดินมารพ. ขากลับเลยรับไปส่งปากทางเข้าบ้าน แกยกมือไหว้ขอบคุณใหญ่เลย ที่เอารูปมาลงเฟสไม่คิดจะทำดีเอาหน้าแต่อย่างใด อยากให้ลูกๆกลับมาหาแกบ้าง แกรออย่างมีความหวังทุกวัน… ปล.สภาพตอนนี้แกแก่มาก เนื้อตัวมอมแมมขี้ไคล้เกรอะกรัง ตาฝ้าฟาง กระดูกเริ่มไม่ดีเห็นโพสต์นี้กลับมาหาแกบ้างนะคะ #เพราะพ่อมีคนเดียว…

ซึ่งเดี๋ยวเรามาดูกรรมที่ทอดทิ้งไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ กรรมนี้เป็นกรรมที่ลูกอาจสร้างขึ้นได้ เพราะไม่เห็นความสำคัญของบาปบุญคุณโทษ ไม่เข้าใจในเรื่องความกตัญญู โดยมีบุคคลจำนวนมากที่เติบโตขึ้นมาในสังคมนี้มักทอดทิ้งบุพการีไปโดยไม่สนใจว่าท่านจะอยู่อย่างไร

พ่อแม่บางรายมีฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก อดมื้อกินมื้อ พ่อแม่ได้อดทนมุมานะทำงานส่งเสียเลี้ยงดูบุตรให้ได้มีกินมีใช้ ตนเองยอมอดได้ไม่เป็นไรแต่ลูกต้องอิ่ม และมุมานะส่งเสียจนลูกเรียนจบ มีงานทำ แต่หลังจากที่มีงานทำ ลูกกลับไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูบิดามารดาคิดแต่จะแยกบ้าน แยกเรือนไปอยู่กับคู่รักของตนปล่อยให้บิดามารดาซึ่งเข้าสู่วัยแก่ชรา ทำงานลำบากหาเลี้ยงตนเองโดยที่ลูกไม่เคยคิดที่จะช่วยเหลืออะไร

บางรายยังมาคอยมาตอดเอาเงินที่บิดามารดาหามาได้ด้วยความยากลำบาก ด้วยเล่ห์เพทุบายต่าง ๆ นานา ซึ่งโดยธรรมชาติคนเป็นพ่อเป็นแม่ เมื่อเห็นลูกมาขอเงินก็ย่อมอดที่จะให้ไม่ได้ที่จะให้ ลูกก็เบียดบังเอาเงินไปใช้อย่างไม่รู้คุณค่า เป็นการสร้างกรรมให้หนักขึ้น

ความกตัญญูของพญานกแขกเต้าทำให้ชีวิตเจริญ ความกตัญญูนั้นสามารถเป็นพื้นฐานธรรมที่จะป้องกันทำให้เด็กๆ ทุกคนไม่หลงผิดคิดร้ายต่อ พ่อแม่ และไปสร้างกรรมหนักให้เกิดขึ้นกับตัวในด้านอื่นๆ เพราะหากมีความกตัญญูเป็นที่ตั้งแล้วเขาก็จะเห็นคุณค่าในทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว และก่อให้เกิดผลดีมีอานิสงส์คุ้มครองตัวให้ร่ำรวย และเข้าถึงธรรมได้ง่าย

พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอานิสงส์แห่งความกตัญญูเอาไว้ว่ามีผลเป็นมงคลมากมายมหาศาล ในเรื่อง พญานกแขกเต้า ความว่า ครั้งหนึ่งพระบรมโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพญานกแขกเต้า อาศัยอยู่ในป่าไม้งิ้วแถบไหล่เขา วันหนึ่งได้พาเหล่าบริวารไปหาอาหารยังป่าหิมพานต์เพื่อทำการเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเอง ครั้งนั้นมีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า โกสิยะพราหมณ์ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านสาลิยะ

พราหมณ์ผู้นี้ใช้ให้บริวารไปหว่านข้าวสาลีในเนื้อที่กว้างถึง 7,000 ไร่ แล้วให้บริวารคอยเฝ้าอยู่รักษา พระโพธิสัตว์ได้พาเหล่านกบริวารไปลงในนาของโกสิยะพราหมณ์ โดยที่ฝูงนกแขกเต้าทั้งหลายได้กินอิ่มแล้วก็พากันบินไปแต่ปากเปล่า ต่างจากพญานกที่กินอิ่มแล้วยังคาบรวงข้าวมาเลี้ยงบิดามารดาทุกๆ วัน

บุรุษที่คอยเฝ้ารักษาทุ่งข้าวสาลีได้เห็นพฤติกรรมของพญานกจึงไปบอกแก่โกสิยะพราหมณ์ พราหมณ์ก็สั่งให้จับพญานกไว้อย่าฆ่าให้ตาย บุรุษผู้เฝ้านาจึงทำบ่วงจับพระโพธิสัตว์ได้แล้วนำมาให้พราหมณ์ไต่สวน โกสิยะพราหมณ์ไต่ถามว่า “ดูกรพญานก ท่านมาคาบรวงข้าวของเราไปทุกๆ วัน ท่านมีความโกรธเคืองใดๆ หรือท่านไม่พอกินแต่อย่างใด เอาไปใส่ไว้ในยุ้งฉางหรือไร พระโพธิสัตว์จึงอธิบายให้ฟังว่า “เราไม่ได้โกรธเคืองท่าน แม้ยุ้งข้าวจะใส่ก็ไม่มี เรานำข้าวสาลีของท่านไปก็เพราะเหตุผลสามประการคือ

1. เอาไปใช้หนี้เก่า
หนี้เก่าของข้าพเจ้าคือ การเอาไปเลี้ยงบิดามารดาที่ชราภาพหากินไม่ได้ ท่านเลี้ยงข้าพเจ้ามาจนเติบใหญ่ เหมือนประหนึ่งท่านเป็นเจ้าหนี้ เราควรเลี้ยงดูท่าน เราก็เหมือนลูกหนี้ที่ต้องชดใช้ เราจึงคาบรวงข้าวไปเลี้ยงดูท่านทุกวัน

2. เอาไปฝังไว้
คือข้าพเจ้าเอาข้าวนั้นไปให้นกทั้งหลายที่เจ็บไข้และขนปีกยังอ่อนอยู่ยังหากินไม่ได้ เป็นการให้ทานกุศลเกื้อหนุนแก่เขา

3. เอาไปให้เขายืม
ข้าพเจ้าเอาข้าวไปให้เขายืม ก็คือเอาไปให้ลูกที่อยู่ในรังที่หากินไม่ได้ เมื่อเขาเติบใหญ่แล้ว เขาก็จะได้เลี้ยงข้าพเจ้าได้เมื่อแก่ชรา

เมื่อพราหมณ์โกสิยะได้ฟังดังนั้น จึงมีความปีติเกิดขึ้นในจิตใจ จึงได้บอกแก่พระโพธิสัตว์ว่านับแต่นี้ไปข้าพเจ้าขอมอบนาข้าวสาลีทั้งหมดให้ท่าน จงพาเหล่าบริวารมากินกันตามสบายเถิด ว่าแล้วก็แก้บ่วงให้ ส่วนพระโพธิสัตว์ก็รู้จักประมาณ รับเอาเพียงเนื้อที่นาข้าวเพียง 8 ไร่เท่านั้นก็เพียงพอจะเลี้ยงดูบริวารและพ่อแม่ลูกหลานได้แล้ว

จากเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าพลังอำนาจแห่งความกตัญญูนั้นมีพลังเหลือล้น การรู้จักกตัญญูเลี้ยงดูบิดามารดานั้นเป็นผลความดีสำหรับผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง ดังเช่นพญานกแขกเต้าที่ได้รับนาข้าวสาลีจากพราหมณ์โดยไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องของกินอีกต่อไป เป็นที่สรรเสริญของนักปราชญ์

ทำให้ตนเองพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง แก้ไขอย่างไรเมื่อเคยทอดทิ้งพ่อแม่ กรรมที่ทอดทิ้งพ่อแม่แม้จะเป็นกรรมหนัก แต่หากสำนึกได้ก็ยังไม่สายที่จะให้ท่านได้อโหสิกรรม คือ ต้องกลับไปทำพิธีขอขมากรรมต่อท่านดังเช่นในขั้นตอนที่ได้อธิบายไปแล้ว จากนั้นให้ดูแลเอาใจใส่ท่านให้ได้รับความอบอุ่นทั้งทางกาย

และ ใจให้ดีที่สุด เมื่อใดที่ท่านได้กล่าวให้อภัยแล้ว กรรมนั้นก็จะเป็นอันไม่มีผลต่อไปอีก แม้ในอนาคตเราจะประสบกับความยากลำบากในการดำรงชีวิตเพราะเศษเวรเศษกรรมที่เหลืออยู่ก็ตาม ผลก็จะไม่ร้ายแรงมาก และที่สำคัญที่สุด ต้องหมั่นรักษาศีลให้ถึงพร้อมอยู่เสมอ

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here