นักร้องดัง ‘สายัณห์ นิรันดร’ หนีชีวิตขาลงที่เมืองกรุง กลับมาสู้ชีวิตที่บ้านเกิด

0
79

นักร้องดัง ‘สายัณห์ นิรันดร’ หนีชีวิตตกอับที่เมืองกรุง กลับมาสู้ชีวิตที่บ้านเกิด (ชมคลิปท้ายข่าว)

ดาวสู่ดิน ! ‘สายัณห์ นิรันดร’ เจ้าของเพลงดัง “รองเท้าหน้าห้อง” หนีชีวิตตกอับที่เมืองกรุง กลับมาสู้ชีวิตที่บ้านเกิด ดาวสู่ดิน / วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” รายงานว่าได้พบกับ นักร้องลูกทุ่ง “สายัณห์ นิรันดร” หรือนายสมศักดิ์ ภู่มาก ชื่อเล่น น้อย นักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชน พื้นเพเป็นชาวอำเภอจัตุรัส จ.ชัยภูมิ

ปัจจุบันอายุ 50 ปี ซึ่งมีผลงานที่สร้างชื่อเสียงจนโด่งดังทั่วประเทศ ช่วงพ.ศ.2535 นั่นคือ เพลงสุโขทัยระทม และตอกย้ำความสำเร็จด้วยบทเพลงสุดฮิต คือ รองเท้าหน้าห้อง จากปลายปากกาของ ครูสลา คุณวุฒิ ก่อนถึงช่วงขาลง เพราะเริ่มเกิดปัญหาสุขภาพ มีโรครุมเร้าหลายอย่างตามมา

จนไม่สามารถออกรับงานเพลงได้และต้องเงียบหายออกไปจากวงการเพลง และกระทั่งเมื่อปี 2559 มีกระแสข่าวว่านักร้องคนดังไปขับวินมอเตอร์ไซค์เลี้ยงชีวิตและเปิดเพิงขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครกับครอบครัว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สายัณห์ นิรันดร

- Advertisement -

ป่วยหนักต้องกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านเกิด ก่อนบวชพระในอ.จัตุรัส ของจ.ชัยภูมิ ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบกับ อดีตนักร้องดังอีกครั้ง กำลังตำส้มตำให้บริการลูกค้าอยู่ภายในร้านส้มตำชื่อว่า ครัวอิสาน ริมถนนสาย 201 ช่วงจัตุรัส-หนองบัวโคก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ

โดย สายัณห์ นิรันดร หรือพี่น้อย บอกว่า หลังจากงานร้องเพลงลดน้อยลง มีชีวิตค่อนข้างลำบากแต่ก็ไม่คิดยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตจึงไปขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่พักหนึ่งแต่ก็ต้องหยุดไปจึงไปหาที่เปิดเพิงร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในกทม. แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก จึงเดินทางกลับบ้านตั้งหลัก ช่วงแรกก็ทำไร่มันสำปะหลังเลี้ยงชีพ

กลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว หลังได้บวชเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ไม่นานพอเริ่มมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ซึ่งก็ต้องสึกของมาดูแลครอบครัว และทำไร่มันสำปะหลัง ทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แม้สภาพร่างกายดูหม่นหมองไม่มีสง่าราศีเหมือนสมัยเป็นขวัญใจมหาชน

“ผมทำใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เพราะไม่เคยยึดติดกับชื่อเสียง ไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง เป็นคนธรรมดาที่มีใจรักร้องเพลง พอกลับคืนสู่สามัญทุกอย่างก็เหมือนเดิม เหมือนตอนที่เรายังเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง เป็นเรื่องธรรมดา มันจะเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไร ชื่อเสียงเราไม่ได้มีมาแต่เกิด ที่ได้เพราะแฟนเพลงเขาให้ เราเป็นคนธรรมดา ไม่เครียดอะไรชีวิตจะขึ้นหรือลง ญาติพี่น้องเขาเข้าใจ”

สายัณห์ นิรันดร กล่าวอีกว่า บังเอิญได้พบและรู้จักกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่งได้กรุณาเมตตายกที่ดินให้ปลูกร้านขายส้มตำ ตอนแรกก็ทำเพิงร้านเล็กๆขายส้มตำแต่ต่อมาผู้ใหญ่ท่านนี้ก็มาลงทุนก่อสร้างร้านให้ใหญ่ขึ้นหมดค่าก่อสร้างไปหลายแสนบาทโดยที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนและไม่คิดค่าเช่าที่ดินแม้แต่บาทเดียว ขณะนี้ก็มีลูกค้าแวะเวียนมาทานที่ร้านครัวอิสานทั้งลูกค้าประจำและขาจร ที่ร้านมีส้มตำก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่งและอาหารอีสานบริการ

อย่างไรก็ตามพี่น้อยยอมรับว่า ในใจลึกๆ ยังแอบหวังว่า จะมีโอกาสได้ทำเพลงจริงจังอีกสักครั้ง หากยังมีบุญมีวาสนา อยากกลับมาจับไมค์เดินสายมอบความสุขให้มิตรรักแฟนเพลงเหมือนเดิมอีกครั้งส่วนที่ผ่านมานั้นอยากเตือนใจรุ่นน้องวงการลูกทุ่ง โปรดอย่าใช้ชีวิตอย่างประมาณเงินทองมีให้เก็บไว้เพื่ออนาคตข้างหน้าต่อไปด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้”ประตูห้องเช่ามีร้องเท้าสองคู่เคียงกัน คู่หนึ่งนั้นเป็นรองเท้าเธอพี่จำได้ดี อีกคู่หนึ่ง ไม่เคยเห็นเลยก่อนนี้ แปลกใจอะไรกันนี่ หน้าห้องน้องมีรองเท้าผู้ชาย” เพลง ”รองเท้าหน้าห้อง”ที่ ”สายัณห์ นิรันดร” หรือ ”พี่น้อย” ขับร้องเมื่อหลายปีก่อน หนุนให้เขาขึ้นแท่นเป็นนักร้องขวัญใจมหาชน

มีงานเดินสายโชว์ลูกคอทั้งในและต่างประเทศจนจดคิวจองตัวแทบไม่ทัน นอกจากนี้ยังมีเพลง ”อกหักจากคาเฟ่, สุโขทัยระทม, รักแท้แค่พี่ชาย”ได้รับความนิยมครองใจคอเพลงลูกทุ่งแท้ๆ มาจนถึงปัจจุบันนี้ สายัณห์มีผลงานออกมาต่อเนื่องกับ ”ท็อปไลน์ มิวสิค”ค่ายเพลงต้นสังกัด

ก่อนเงียบหายเข้ากลีบเมฆไปพักใจ สร้างความประหลาดใจในหมู่มิตรรักแฟนเพลง ”เขาหายไปไหน?” จนกระทั่งตกเป็นข่าวฮือฮาบนหน้าหนังสือพิมพ์ พบ ”สายัณห์ นิรันดร” นักร้องดังในอดีตตกอับขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อยู่วินหน้าโรงกษาปณ์ ถนนพหลโยธิน อ.คลองหลวง จ. ปทุมธานี

ในสภาพแทบไม่มีใครจำได้ว่า นี่คือ”นักร้องดัง”จากนั้นก็ยังไม่ค่อยไม่มีใครได้เห็นในที่สาธารณะเท่าไหร่ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา เขาพาร่างกร้านดำ ในวัย 49 ปี มาร่วมคอนเสิร์ตรวมใจให้ แดง จิตกร ที่ อ.คูเมือง แม้กระทั่งคนในวงการลูกทุ่งบางคนยังจำไม่ได้

ถ้าเขาไม่เข้าไปทักทาย และแนะนำตัวว่า คือ ”สายัณห์ นิรันดร” เจ้าของเสียงร้องเพลงดังในอดีตที่ยังครองใจคนลูกทุ่งมาจนถึงวันนี้ บอกว่า หลังจากงานร้องเพลงลดน้อยลง ชีวิตตกระกำลำบากไปขี่มอเตอร์ไซค์วินรับจ้างได้ 2 ปี จึง ”กลับไปตายรัง” ทำไร่มันสำปะหลังเลี้ยงชีพ ที่บ้านใน ต.หนองบัวโคก อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ’

‘กลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 8-9 ปีแล้วครับ ทำไร่มันสำปะหลัง ทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป ชีวิตลำบากกว่าเมื่อตอนที่มีงานคอนเสิร์ตเยอะมาก” แม้สภาพร่างกายดูหม่นหมองไม่มีสง่าราศีเหมือนสมัยเป็นขวัญใจมหาชน แต่พี่น้อยยังยิ้มแย้มให้กับผู้คนที่พูดคุยด้วยได้อย่างสดใส เหมือนโลกทั้งใบยังเต็มไปด้วยความสวยงาม’

‘ผมทำใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เพราะไม่เคยยึดติดกับชื่อเสียง ไม่เคยคิดว่าตัวเองดัง เป็นคนธรรมดาที่มีใจรักร้องเพลง พอกลับคืนสู่สามัญทุกอย่างก็เหมือนเดิม เหมือนตอนที่เรายังเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง การปลอมแปลงผลงานมันเยอะ

นักร้องรุ่นใหม่ก็มีสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามา ดอกไม้ที่เคยบานสะพรั่งก็ต้องร่วงหล่นลงพื้นดิน เป็นเรื่องธรรมดา” อย่างไรก็ตามพี่น้อยยอมรับว่า ในใจลึกๆ ยังแอบหวังว่า จะมีโอกาสได้ทำเพลงจริงจังอีกสักครั้ง หากยังมีบุญมีวาสนา อยากกลับมาจับไมค์เดินสายมอบความสุขให้มิตรรักแฟนเพลงเหมือนเดิม

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here