นาทีที่หนีเอาตัวรอด! “สาวไทย” เปิดใจ เผยเหตุขณะแผ่นดินไหวภูเขาไฟ “รินจานี”

0
73

นาทีที่หนีเอาตัวรอด! “สาวไทย” เปิดใจ เผยเหตุขณะแผ่นดินไหวภูเขาไฟ “รินจานี” (ชมคลิปท้ายข่าว)

เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.4 บริเวณเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทย ติดอยู่บนภูเขาไฟรินจานี แหล่งท่องเที่ยวบนเกาะลอมบอก หนึ่งในนักท่องเที่ยวไทยที่ได้ไปเที่ยวแล้วเผชิญเหตุการณ์ครั้งนี้เล่าวินาทีเฉียดตายที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด “ทิพย์วดี กวีวัฒนกร” ผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวที่ภูเขาไฟ “รินจานี”

เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า เป็นกรุ๊ปที่ไปด้วยกัน 21 คน สำหรับแผนการเที่ยวของตนคือ ไป 3 วัน 2 คืน ตอนที่เกิดเหตุอยู่ในจุดที่เรียกว่า “ซัมมิท” ตอนนั้นอยู่บนจุดสูงสุด อยู่บนนั้นไม่เกิน 10 นาที ก็เกิดแผ่นดินไหว ตอนแรกที่เดินถึงเนินซอมบี้ ก็รู้สึกว่าเหนื่อยมาก ตอนแรกก็จะขอไม่ขึ้นไป แต่ไกด์ก็พาขึ้นไปได้ช่วงเวลาประมาณ 6.30 น.

พอทุกคนมาถ่ายรูปหมู่ ก็รู้สึกว่าโล่ง ดีใจที่เดินมาถึง เพราะมันสวยมาก แต่หลังจากนั้นก็เกิดแผ่นดินไหว ตอนนั้นไม่มีอะไรให้ยึด ตอนนั้นก็เลยรีบหมอบแล้วก็เห็นคนร่วงลงไปเยอะมาก ตอนนั้นก็ช็อค พอมองไปรอบๆแล้ว ตอนเราเดินขึ้นมาแล้วเป็นอย่างไร แค่ไม่มีการสั่นสะเทือนก็อันตรายแล้ว ตอนนั้นก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้รอด แต่ก็คิดอย่างไรว่าไม่รอดแน่ๆ เพราะมันมีอาฟเตอร์ช็อคตลอด

“ตอนนั้นก็คิดถึงครอบครัว แล้วก็คิดว่าเราต้องไม่ตายตรงนี้ ตอนนี้วิ่งลงไปก็เจอชาวต่างชาติที่โดนหินถล่มทับตัวเขา แต่เราก็ไม่ได้ช่วยเขา เพราะต่างคนต่างหนีตาย เราไม่รู้ว่าเขาเป็นอย่างไร พอมาคิดตอนนี้เป็นเรื่องที่เรารู้สึกแย่มาก พอเกิดเรื่องก็วิ่งลงมา เรียกได้ว่าวิ่งแบบไม่คิดชีวิต กับกลุ่มที่ไปด้วยกัน แต่ระหว่างทางก็เป็นเส้นทางเรียงเดี่ยว ในช่วงที่มีอาฟเตอร์ช็อคตามมา

ขาลงใช้เวลาชั่วโมงเดียว จากระยะเวลาจริง 4 ชั่วโมงมายังแคมป์ที่นอน และทางที่เราเคยเดินมันไม่มีแล้วเพราะทางมันพังหมดแล้ว ทางมันเปลี่ยนไปหมด” เมื่อลงมาถึงข้างล่าง โชคดีที่มีไกด์ที่ดีนำรถมารับเราข้างล่าง แล้วพาไปให้ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณ 100 กิโลเมตร ขณะที่สิ่งที่โชคดีของเธอมีอยู่ 3 อย่างคือ 1. ออกกำลังกายไปก่อน

ทำให้พอมีแรงที่วิ่ง 2. มีทีม 21 คนที่ไม่ทิ้งกัน และ 3. ไกด์ท้องถิ่นเขารักชีวิตของพวกเรามากกว่าชีวิตเขา หลังจากลงมาตอนนั้นก็ตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินกลับทันที เพราะนอนไม่ได้ ก็มาถึงเมืองไทยช่วงเย็นเมื่อวานนี้ ขณะที่หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เธอยังมีอาการแพนิค นอนไม่ได้ตั้งแต่เกิดเรื่อง เหมือนรู้สึกว่าแผ่นดินไหวตลอดเวลา จะรู้สึกผวาตลอด จนเพื่อนที่เป็นเภสัชจัดยาให้เพื่อให้ผ่อนคลายและนอนหลับ

หลังจากเมื่อเวลาประมาณ 05.45 น. วันที่ 29 ก.ค.61 ตามเวลาในประเทศไทย หรือเวลาประมาณ 06.45 น. ตามเวลาประเทศอินโดนีเซีย เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 บริเวณเกาะลอมบอกซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย มีรายงานบ้านเรือนพังเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 คน แต่ไม่มีประกาศเตือนภัยสึนามิ

กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย มีผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า Rinraphat Kaewwongsa โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือใจความว่า “ใครก็ได้ช่วยประสานงานให้เราหน่อย เราติดอยู่ที่ทะเลสาบด้านล่างของภูเขาไฟรินจานี คนไทยน่าจะประมาณ 150-200 คน (ตอนนี้ด้านล่างทุกคนปลอดภัยดีค่ะ แต่ไม่มีทางเดินออกไปเพราะดินถล่มตลอดเวลา)”

ซึ่งมีคนเข้ามาคอมเมนต์กว่า 100 ข้อความ และแชร์กว่า 1,600 ครั้ง และนำมาซึ่งการส่งต่อข้อมูลในโลกออนไลน์ จนถึงการดำเนินการช่วยเหลือ (อ่านข่าว : เร่งช่วยคนไทย 200 ชีวิตติดอยู่บนภูเขาไฟรินจานี อินโดนีเซีย ) วันนี้ (31 ก.ค.61) นิวมีเดียพีพีทีวี สัมภาษณ์ “คุณพัน” นายธนพันธ์ บำรุงศรี หัวหน้าทัวร์ TrekManiaThailand

หนึ่งในทัวร์ที่นำนักท่องเที่ยวไทยไปชมความงามของ “ภูเขาไฟรินจานี” ที่ประเทศอินโดนีเซีย และเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.4 เล่าว่า ทัวร์เดินป่าและชมความงามของภูเขาไฟรินจานี ที่ประเทศอินโดนีเซีย ครั้งนี้มีลูกทัวร์ไปด้วยทั้งหมด 24 คน และเป็นครั้งแรกของการเดินป่าขึ้นภูเขาไฟรินจานีที่ประสบอุบัติภัยแผ่นดินไหว

จากที่ทำทัวร์เดินป่าขึ้นภูเขาไฟรินจานีมา 3 ปี และพาลูกทัวร์ขึ้นเป็นครั้งที่ 6 สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ที่บริเวณภูเขาไฟรินจานี มีคนไทยประสบอุบัติภัยติดอยู่ประมาณ 500 คนเนื่องจากเป็นช่วงของฤดูท่องเที่ยวเกาะลอมบอก และชมภูเขาไฟรินจานี ซึ่งช่วงเวลาเปิดให้ขึ้นภูเขาไฟรินจานี คือ เดือน พ.ค.-ส.ค. แต่ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวไทยจะไปเยอะคือเดือน ก.ค.-ส.ค.

ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของอินโดนีเซีย (อ่านข่าว : รู้จัก “เกาะลอมบอก” ที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย ) ส่วนวินาทีเกิดแผ่นดินไหว “คุณพัน” เล่าว่า ขณะนั้นลูกทัวร์ไทยที่พาไปอยู่บนยอดของภูเขาไฟรินจานี ซึ่งเรียกว่า “ซัมมิท” เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเวลาที่เกิดแผ่นดินไหวคือ 06.45 น.ตามเวลาอินโดนีเซีย ความรู้สึก ณ เวลานั้นคือ พื้นดินสั่นไหวต่อเนื่องประมาณ 5-6 นาที

โดยไกด์ที่นำทางบอกว่าจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ที่ใต้เท้าของเรา และให้ทุกคนวิ่งลงมาจาก “เนินซอมบี้” ซึ่งเป็นบริเวณขอบปล่องของภูเขาไฟรินจานี โดยทีมแรกของนักท่องเที่ยวไทยที่เดินมาถึงด้านล่างของภูเขาไฟรินจานี มาที่ “หมู่บ้านเซมบาลุน” ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว นอกจากนี้ คุณพัน เล่าว่า

แม้จะมีนักท่องเที่ยวไทยบางส่วนเดินลงมาจากภุเขาไฟรินจานีได้แล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ติดอยู่บริเวณเลค หรือ ปากปล่องภูเขาไฟรินจานีซึ่งเป็นบริเวณที่มีทะเลสาบ อยู่อีกประมาณ150-200 คน หนึ่งในนั้นคือ “คุณกิ๊ก” หรือ น.ส.นิภาพร แก้ววงษา เจ้าของทัวร์ TrekManiaThailand และเป็นผู้ที่โพสต์เฟซบุ๊กชื่อ Rinraphat Kaewwongsa

เพื่อขอความช่วยเหลือ คุณพัน เล่าว่า หลังจากเห็นโพสต์ของคุณกิ๊กแล้ว พยายามติดต่อกลับแต่ไม่สามารถติดต่อได้เพราะสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่มี ส่วนที่คุณกิ๊กสามารถโพสต์ข้อความเฟซบุ๊กเพื่อแจ้งขอความช่วยเหลือได้เพราะเมื่อรู้ตัวว่าติดอยู่บนภูเขาไฟรินจานี ซึ่งระหว่างนั้นยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง จึงเดินหาจุดที่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือเพื่อโพสต์ขอความช่วยเหลือก่อนกลับมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัย

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวป่าและขึ้นเขาเป็นการเดินทางที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนั้นอาหาร และน้ำ ที่นักท่องเที่ยวนำติดตัวขึ้นไปเองจึงเป็นเสบียงที่ใช้ในการประทังชีวิตระหว่างประสบอุบัติภัย ซึ่งเพียงพอสำหรับ 1 คืน กระทั่งเวลา 07.00 น. ของวันที่ 30 ก.ค.61 คุณพัน บอกว่า ถึงสามารถติดต่อกับคุณกิ๊กได้ และได้รับแจ้งว่ากำลังพานักท่องเที่ยวไทยเดินลงจากบริเวณเลค

มายังด้านล่างของภูเขาไฟรินจานี ซึ่งเดินมาถึงในเวลาประมาณ 19.00 น. ส่วนวันนี้ คนไทยทุกคนที่เดินทางไปเที่ยวภูเขาไฟรินจานีประมาณ 500 คน ทุกคนลงมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้ว โดยสถานทูตไทยประสานกับสถานทูตอินโดนีเซียในการให้ความช่วยเหลือ โดยปัญหาขณะนี้คือ ทุกคนต้องหาเที่ยวบินกลับมาประเทศไทยใหม่

เนื่องจากเที่ยวบินที่จองไว้เลยกำหนดไปแล้ว คุณพัน บอกว่า นักท่องเที่ยวที่มาเดินป่าและขึ้นภูเขาไฟรินจานีส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการเดินป่าและขึ้นเขาแล้ว อย่างน้อยก็เดินป่าและขึ้นเขาในไทย 2-3 ครั้งก่อนที่จะมาท่องเที่ยวเดินป่าและขึ้นภูเขาไฟรินจานี ส่วนเหตุผลที่คนรักการเดินป่าต้องมา “เกาะลอมบอก” และ “ภูเขาไฟรินจานี” เพราะการเดินขึ้นภูเขาไฟรินจานีเป็นทางเดินระยะสั้นแต่ยาก จึงเป็นความท้าทาย ขณะที่เมื่อเดินไปถึงจุดซัมมิท หรือ ยอดของภูเขาไฟรินจานีแล้วมองลงมายังทะเลสาบจะเห็นความสวยงามของธรรมชาติ

คลิป

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here