กรมทรัพฯ แจง ปรากฏการณ์ ‘น้ำสีเขียวมรกต’ ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เกิดจากแร่คาร์บอเนตสะท้อนแสง

0
256

กรมทรัพฯ แจง ปรากฏการณ์ ‘น้ำสีเขียวมรกต’ ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เกิดจากแร่คาร์บอเนตสะท้อนแสง

โซเชียลฯ แห่แชร์ภาพ ปรากฏการณ์ “น้ำเขียวมรกต” ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ชาวเน็ตฮือฮาปรากฏการณ์สีน้ำเขียวมรกต เกิดขึ้นที่บริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยที่แฟนเพจ หน่วยซีลราชสิทธฯ ได้โพสต์ภาพ และข้อความ ระบุว่า วันนี้น้ำที่ #ตาน้ำขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย

#น้ำได้ผุดออกมาเป็นสีฟ้ามรกต #ปกติน้ำจะมีใสไม่ใช่สีฟ้า ชาวบ้านเล่าว่า ในอดีตนานมาแล้วน้ำที่ขุนน้ำนางนอนแห่งนี้ก็เคยมีสีฟ้ามรกตอย่างในวันนี้..และพอเวลาผ่านไป #น้ำก็ไม่ได้เป็นสีฟ้าอีกเลย #จนกระทั่งวันนี้ คาดการณ์กันว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน #มีการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงไปแล้ว และเป็นการ

#สูบเอาตะกอนดินในถ้ำออกมาด้วยดังนั้นจึงเหลือทรายที่สะอาดบริสุทธิ์ในถ้ำเหมือนเมื่อก่อน…สายน้ำได้ไหลผ่านชั้นทรายแท้ๆ น้ำที่ออกมาจึงมีสีฟ้า เพราะในถ้ำหลวงมีหาดทรายสีขาวละเอียดสวยงามมากเรียกว่า “#หาดพัทยา” ส่วนด้านนอกถ้ำตรงที่ขุนน้ำผุดออกมาใกล้ๆ กันก็มีถ้ำเล็กๆชื่อว่า”

- Advertisement -

#ถ้ำทรายทอง”ในถ้ำนี้ก็มีทรายขาวสะอาดบริสุทธิ์จำนวนมากเช่นกัน ในอดีตชาวบ้านมักจะตักทรายในถ้ำนี้ไปถวายวัดในช่วงสงกรานต์ #ดังนั้นในวันนี้สีของน้ำเป็นสีฟ้าเช่มเดิมแบบในอดีต #หมายความว่าระบบนิเวศธรรมชาติของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนแบบในอดีตได้กลับมาแล้ว ภาพ. พันธ์ริน ต๊ะสุ Cr : line”

เทือกเขาดอยนางนอน สถานที่ตั้ง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มีลักษณะเป็นภูเขาขนาดใหญ่หลายลูกเรียงตัวสลับซับซ้อน มองดูคล้ายผู้หญิงนอนเหยียดยาว มีส่วนหัว จมูก หน้าอก และลำตัวชัดเจน ขนานไปกับถนนในเขตอำเภอแม่จัน และแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยตุง มีจุดสูงสุดคือ ผาช้างมูบ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราวๆ 830 เมตร

ตำนาน ดอยนางนอน มีอยู่หลายเรื่องเล่าด้วยกันจากคนโบราณ แต่เกือบทุกเรื่องมักจบลงด้วยความเศร้า

ตำนานที่ 1

เจ้าหญิงแห่งเมืองเชียงรุ้ง สิบสองปันนา หนีตามชายเลี้ยงม้าในวังไปจนถึงที่ราบใกล้แม่น้ำโขง ขณะนั้นเจ้าหญิงก็ทรงครรภ์ได้หลายเดือนแล้ว เดินทางต่อไม่ไหว จึงขอรออยู่ที่นี่ ส่วนสามีก็อาสาออกไปหาอาหารมาให้ แต่หายไปไม่กลับมาอีกเลย ทราบข่าวอีกทีว่าสามีถูกฆ่าโดยทหารของพระราชบิดา นางเสียใจมาก เลยเอาปิ่นปักผม แทงพระเศียรตนเอง จนเลือดไหลออกมาเป็นสาย กลายเป็นแม่น้ำแม่สาย ร่างที่นอนเหยียดยาวจากทิศใต้จรดทิศเหนือ ก็กลายเป็น ดอยนางนอน และตรงท้องที่นูนขึ้นมาก็เป็นดอยตุง อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้

ตำนานที่ 2

พญานาคตัวหนึ่งออกตามหาลูกสาว ที่ถูกพญาครุฑลักพาตัวไป จนพบลูกสาวนอนอยู่ตรงบริเวณที่เป็นต้นน้ำ ปัจจุบันเรียกว่า “ขุนน้ำนางนอน” พญานาคขอลูกสาวคืน แต่พญาครุฑขอแลกกับทองคำ ทุกวันนี้แหล่งน้ำที่พญานาคนำทองคำขึ้นจากบาดาลนั้นเรียกว่า “หนองตานาค” บริเวณที่พญานาคส่งทองคำให้พญาครุฑเรียกว่า “หนองละกา” ส่วนทองคำถูกนำไปเก็บไว้ที่ “ถ้ำทรายทอง” และพญานาคยังได้สร้างเจดีย์ เป็นอนุสรณ์ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พระธาตุจอมนาค” จนถึงปัจจุบัน

ตำนานที่ 3

เจ้าหญิงเมืองพุกามกรีธาทัพออกตามหาเจ้าชายที่นางรัก นางออกรบ และขยายอาณาเขตมาเรื่อยๆ จนมาถึง “เวียงสี่ทวง” จึงพบกับเจ้าชาย แต่ปรากฏว่าเจ้าชายหนีหายไปกับสาวสวยชาวเวียงนี้อีกครั้ง นางรู้สึกเศร้าสลดจนตรอมใจตาย ก่อนตายได้ตั้งจิตอธิษฐานให้ร่างของนางกลายเป็นเทือกเขา ที่ชาวบ้านพากันเรียกว่า “ดอยนางนอน” น้ำตาที่ไหลรินกลายเป็น “ขุนน้ำนางนอน” ส่วนไพร่พลของนางก็กลายมาเป็นชนเผ่าหลากชาติพันธุ์บนภูเขาแห่งนี้

ช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง พฤศจิกายน ของทุกปี ถ้ำหลวงจะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมพื้นที่ถ้ำ เนื่องจากมักมีน้ำหลากเข้าไปข้างใน อาจทำให้เกิดอันตรายได้ สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ เดือนพฤศจิกายน ถึง เมษายน

– ถ้ำพระ เป็นถ้ำขนาดเล็ก ชาวบ้านได้สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไว้ ภายในถ้ำ มีหินงอก-หินย้อย ที่งดงามแปลกตา อากาศบริเวณปากถ้ำเย็นสบายตลอดทั้งปี

– ถ้ำมัลติกาเทวี หรือ ถ้ำพญานาค เป็นถ้ำขนาดเล็ก อยู่ใต้หน้าผาบนภูเขา ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอริยบุคคล และได้มรณภาพในถ้ำนี้ ที่ปากถ้ำมีหินงอกขนาดใหญ่คล้ายงูแผ่แม่เบี้ย สูงประมาณ 2.5 เมตร

– ถ้ำเลียงผา เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน ทำให้มีลักษณะเป็นเวิ้งมีหุบเหวล้อมรอบ บริเวณถ้ำยังพบฟอสซิลหอยฝาเดียวและหอยสองฝาโบราณอายุหลายร้อยล้านปี

– ขุนน้ำนางนอน ห่างจากถ้ำหลวง 2 กม. มีธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยว จุดเด่นคือบึงน้ำจืดขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และถ้ำทรายทอง ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือบึงน้ำ เป็นถ้ำลอดที่ยังไม่ได้มีการสำรวจ จึงยังคงความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์

สิ่งอำนวยความสะดวก ทางอุทยานฯ ไม่มีบ้านพักและค่ายพักแรม หากนักท่องเที่ยวต้องการค้างคืน แนะนำให้เตรียมเต็นท์มาเอง โดยมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ แยกชาย-หญิง ไว้บริการ

ส่วนลักษณะเด่นของพื้นที่และเอกลักษณ์นั้น ถ้ำหลวง เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ปากถ้ำเป็นห้องโถงกว้างมาก ภายในถ้ำจะพบกับความงามของ เกล็ดหินสะท้อนแสง หินงอก หินย้อย ธารน้ำและถ้ำลอด อีกทั้ง ถ้ำหลวงยังรอคอยการสำรวจจากนักท่องเที่ยวอยู่ตลอด เพราะสำรวจไปได้ไม่ถึงที่หมายก็ต้องล่าถอยออกมา เนื่องจากพบอุปสรรคความยากลำบากภายในถ้ำ และยังมีถ้ำเล็กๆอีก 3 แห่งในบริเวณเดียวกัน

สำหรับประวัติศาสตร์ และโบราณคดี พบว่าปากถ้ำที่สูง โถงถ้ำแรกที่เปิดกว้างระดับพื้นดินต่ำกว่าปากถ้ำมาก เนื่องจากเป็นร่องทางน้ำที่ไหลออกจากถ้ำ โดยมีร่องน้ำผ่านระหว่างโถงที่ 1 และทางขวามือของร่องน้ำจะเป็นโนนดินที่สูงขึ้น มีร่องรอยหลุมยุบ และเป็นโถงที่ 2 ต่อจากโถงที่ 1 มีร่องรอยหินถล่มด้านซ้ายมือ

เมื่อสิ้นสุดบันไดจากบริเวณปากถ้ำ เป็นทางเดินดินสั้น ๆ ต่อจากนั้น เป็นขั้นบันไดที่เทด้วยปูนซิเมนต์ 5-6 ขั้น ยกระดับขึ้นทอดเข้าสู่ความยาวของตัวถ้ำ โดยที่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมภายในถ้ำ และบริเวณร่องน้ำโถงที่ 1 ดังนั้น จึงไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี ภายในถ้ำ ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ถ้ำหลวงจะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมพื้นที่ถ้ำ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูฝน เนื่องจากน้ำจะไหลเข้ามาท่วมภายในถ้ำ ซึ่งจะทำให้ไม่ปลอดภัย และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของวนอุทยานฯ พบว่านักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวชมถ้ำส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here