“เบนซ์ ปุณยาพร” ขอแชร์เป็นอุทาหรณ์ ตาหวิดบอด เพราะเล่นมือถือในที่มืด

0
855

“เบนซ์ ปุณยาพร” ขอแชร์เป็นอุทาหรณ์ ตาหวิดบอด เพราะเล่นมือถือในที่มืด(ชมคลิปท้ายข่าว)


กลายเป็นเหตุการณ์ที่จำจนไม่มีวันลืมเลยทีเดียว สำหรับนักแสดงสาว เบนซ์-ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ ที่จู่ๆ ก็เกิดลืมตาไม่ขึ้น จนต้องรีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลทันที

ต่อไปนู๋ปุณจะดูแลตาทั้งสองข้างให้ดีกว่านี้ 😁ไม่เอาแล้วแบบนี้จะบอกเลยว่า โครตทรมาน คิดในใจว่า จะตาบอดหรือเปล่า คิดเยอะมากวันที่ลืมตาไม่ขึ้น จะลืมตานำ้ตาไหลตลอดเวลา 😭รีบไปหาหมอ หมอบอกว่า เยื่อตาอักเสบกระจกตาถลอก ตอนนั่นใจไม่ดีแหละ กี่วันจะหาย ถ้าเป็นเดือนงานเข้าแน่ๆ โชคดีที่หมอบอกว่าไม่กี่วัน ตอนนี้อาการดีขึ้นเยอะเลย บอกกับตัวเองจะดูแลดวงตาให้ดีกว่า เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาด เช็ดตาเบาๆ 👀👀 ต้องขอบคุณน้องโบว์ พี่ตล มารับส่งไปรพ ขอบคุณนะคะ 🙏🙏 ❤️❤️❤️❤️ @bo_tidchaya @taulek #ดีขึ้นแล้ว #ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง 😘😘✌️✌️

A post shared by Punyaporn Poonpipat (@benz_punyaporn) on

ล่าสุด เบนซ์ ปุณยาพร ได้ออกมาเปิดใจถึงประสบการณ์ดังกล่าวเพราะอยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายคน โดยเธอเผยว่าเยื่อในดวงตาอักเสบทั้งสองข้าง เนื่องจากการเล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืดบ่อยๆ อีกทั้งเวลาแต่งหน้าก็เช็ดเครื่องสำอางแรงไป บวกกับคอนแทคเลนส์บาดดวงตา จึงทำให้หวิดตาบอด จากนี้ต้องมีวินัยดูแลตัวเองมากขึ้น และเข็ดไปตลอดชีวิต


เบนซ์เยื่อในดวงตาอักเสบทั้งสองข้าง สาเหตุมาจากที่เราเล่นโทรศัพท์มือถือโดยที่เราไม่ได้เปิดไฟ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งคือเราใส่คอนแทคเลนส์ ซึ่งปกติเราเป็นคนใส่แบบรายวันอยู่แล้ว และมาจากมาสคาร่าด้วย และที่เราทาตรงใต้ขอบตา เราเช็ดมันแรงเกินไป มันก็เป็นสาเหตุ

อีกอย่างหนึ่งเป็นเพราะคอนแทคเลนส์เราบาดด้วย บวกกับเล่นโทรศัพท์ในเวลากลางคืนก็เลยทำให้เยื่อตาอักเสบ และก็เกิดภาวะติดเชื้อ ตอนแรกคุณหมอก็บอกว่าถ้า 2 วันยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องรักษากันเป็นเดือน เพราะวันนั้นที่ไปหาหมอคือเราลืมตาไม่ขึ้นเลย


ถ้าสมมติในระยะเวลาที่เรารักษาไม่ได้ ก็มีสิทธิ์เหมือนกันนะคะ เพราะด้วยความที่ก่อนหน้านี้เราเช็ดตาไม่สะอาด ทำให้ติดเชื้อก็ทำให้เกิดสภาวะแทรกซ้อน ประมาณ 3-4 อาทิตย์ คือก่อนหน้านี้มันอาจจะสะสมด้วย เพราะว่าเราก็นอนไม่พอ และเราเล่นโทรศัพท์มือถือในเวลากลางคืนโดยที่เราไม่เปิดไฟ เราคิดว่าทุกคนเป็นเหมือนเรา


แต่ว่าเราขอฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แล้วกันว่าอย่าเป็นแบบนี้ เราควรจะเปิดไฟให้สว่างเวลาเล่นโทรศัพท์ เพราะว่าถ้าเล่นในที่มืดแล้วก็จะใช้สายตาเพ่งมากขึ้นตลอดเวลา อันนี้ก็มีส่วนเหมือนกัน

ตอนนี้ก็ยังคงเคืองด้านขวานิดหนึ่งนะคะ ก็ใช้วิธีการหยอดน้ำตาเทียมเอา ก็เป็นวิธีการช่วยรักษาแล้ว เดี๋ยวเร็วๆ นี้จะให้คุณหมอเช็คกระจกตาอีกรอบหนึ่ง ว่ามันถลอกอยู่ไหม แต่ว่าตอนนี้มันก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ตอนนี้มันก็อยู่ที่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์นะคะที่ดีขึ้น ยังไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

แต่ว่าเราก็ต้องดูแลตัวเอง เวลาที่เราแต่งหน้าแต่งตาทำอะไรบริเวณรอบดวงตาแล้วก็ต้องมีความระมัดระวัง แม้กระทั่งเวลาที่เราเช็ดทำความสะอาด เราก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น ทำให้ดวงตาสะอาด หมอก็สอนเกี่ยวกับวิธีการเช็ดตาที่ถูกต้อง ว่าเราต้องเช็ดยังไง

เราก็ต้องมีวินัยในการดูแลตัวเอง อย่างเช่น เช็ดรอบดวงตาให้สะอาด และการล้างดวงตาด้วยน้ำเกลือ ที่คุณหมอสอนเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอาชีพของเราก็ต้องเจอแสงไฟทุกวัน เราก็จะใช้วิธีการหลับตา 10 หรือ 15 นาที แล้วก็ลืมตา มันก็จะช่วยผ่อนคลายดวงตา เราก็แต่งตาให้น้อยลงและเช็ดให้สะอาด

ช่วงแรกเขาก็ให้ดูแลดวงตาเป็นพิเศษ เพราะเขาจะต้องดูระยะก่อนว่าเราหยอดตาไปแล้วเป็นยังไงบ้าง ถ้าเราดีขึ้น เราก็สามารถแต่งหน้าได้ปกติไม่มีปัญหา แต่ว่าเวลากลับบ้านไปเราก็ต้องเช็ดทำความสะอาด

ทรมานมากค่ะ กังวลมากค่ะ ตอนนี้กลายเป็นคนที่มีวินัยในตัวเองตลอดในการดูแลรอบดวงตา มันทรมานจริงๆ นะคะ วันนั้นลืมตาไม่ได้ น้ำตาไหลตลอดเวลา มันเจ็บนะคะ แล้วเราก็กินข้าวไม่ได้ต้องมีคนป้อนให้ คืนนั้นเบนซ์นอนไม่ได้เลยมันเหมือนมีเม็ดทรายทิ่มตาตลอดเวลา

โอกาสที่จะหาย 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราหมั่นดูแลตัวเอง เช็คดวงตาให้สะอาด หยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ ไม่ปล่อยให้ตาแห้ง หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์ หรือใช้ดวงตาในที่แสงน้อย มันก็มีสิทธิ์ที่จะทำให้เราหายได้ แต่ว่าเราก็ต้องดูแลตัวเองเยอะ

เหตุการณ์ในครั้งนี้มันทำให้เราเข็ดจริงๆ มันเหมือนตอนนั้นเราก็จิตตก ตอนที่เราไปโรงพยาบาลเราก็จิตตก เพราะเป็นครั้งแรกที่เราเดินไม่ได้ คือจริงๆ มันเดินได้แต่มันมองไม่ชัด มันมืด เราต้องนั่งรถเข็น มันก็เลยทำให้มีความรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เราจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ เราจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ตอนนั้นกลัวตาบอด หมอบอกว่าถ้า 2 วันแรกกินยาแล้วไม่ดีขึ้น หมอให้พักยาวเลย ตอนที่ไปล้างน้ำเกลือที่คุณหมอเราดิ้นแรงมาก เพราะมันแสบมาก ทรมาน เราลืมตาไม่ได้ แต่คุณหมอก็ต้องถ่างตาให้กว้างเพื่อล้าง เราทรมานมาก เราก็เลยคิดว่าพอแล้ว หลังจากนี้จะดูแลตัวเองให้ดี ตอนนั้นก็คิดว่าจะทำยังไงดีพัก 1 เดือนเงินจะต้องหายไป เราผ่อนบ้านอยู่ งานก็ต้องรับ เพราะมีภาระ เราจะพยายามดูแลตัวเองจ้างหนูเถอะนะ

Leave your vote

-4 points
Upvote Downvote

Total votes: 8

Upvotes: 2

Upvotes percentage: 25.000000%

Downvotes: 6

Downvotes percentage: 75.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here