‘ร.10’ มีรับสั่งถอดบทเรียน ช่วยทีมหมูป่าออกถ้ำหลวง เป็นโมเดลทำแผนกู้ภัย

0
150

‘ร.10’ มีรับสั่งถอดบทเรียน ช่วยทีมหมูป่าออกถ้ำหลวง เป็นโมเดลทำแผนกู้ภัย(ชมคลิปท้ายข่าว)

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 หมูป่าอะคาเดมี่ ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ว่าเมื่อคืนวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุมเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมาโดยเป็นการประชุมผู้ปฏิบัติร่วมกับทีมซีลและทีมต่างชาติ เพื่อสรุปการทำงานวันที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรที่ต้องปรับบ้าง และเตรียมทำงานในวันรุ่งขึ้น

หลังจากนั้นจะเป็นการประชุมของทีมทางฝ่ายไทยเพื่อประเมิน การทำงานทั้งหมดโดยแบ่งออกเป็นสองพื้นที่ คือพื้นที่โรงพยาบาล กับพื้นที่ปฏิบัติการ และจะมีการประชุมแผนปฏิบัติการในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ก่อนที่จะเข้าปฏิบัติการ ซึ่งเข้าใจว่าในวันเดียวกันนี้ผู้ปฏิบัติงานคงเตรียมแผนที่จะนำเด็กกับโค้ชออกมา และทีมซีลกับคุณหมอปิดท้าย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นายอีลอน มัสก์ ประธานบริษัท เทสลา สเปซเอ็กซ์ และบอริง คอมพานี เดินทางมาไทยพร้อมทีมวิศวกร เพื่อดูว่าจะช่วยเหลือรัฐบาลไทยอะไรได้บ้างในการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า

เมื่อคืนนี้ (9 ก.ค.) ก่อนที่จะเดินทางกลับ นายกฯและผมพร้อมทีมเราทั้งหมดได้คุยกับอีลอน มัสก์ และทีมทั้งหมดที่สนามบินเชียงราย โดยเขาได้นำอุปกรณ์ทั้งหมดมาประกอบการอธิบาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้สนใจสอบถามว่าทำงานอย่างไร เขาก็ได้อธิบายและดำเนินการให้ดูซึ่งก็เป็นไปตามที่เราได้เห็นจากเว็บไซต์ต่างๆ นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกันในหลายๆ เรื่องด้วยกัน

รวมถึงการชักชวนให้มาลงทุนในประเทศไทยด้วย เป็นการพูดคุยด้วยอัธยาศัยไม่ตรีอันดีและได้อำนวยความสะดวกนำเขาเข้าพื้นที่ถ้ำหลวงเมื่อคืน (9 ก.ค.) ในทันที ซึ่งอีลอน มัสก์ ได้บอกว่าจะทิ้งเครื่องมือที่เขานำมานี้ไว้ให้เลย ส่วนจะใช้หรือไม่ใช้อย่างไรก็ไม่เป็นอะไร เพราะเขาบอกว่ามันสามารถใช้ได้ตามที่ได้แสดงไว้ในเว็บไซต์ เป็นการพูดคุยกันกว่า 30-40 นาที ซึ่งในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงอีอีซี ทางอีลอน มัสก์ ก็ได้สอบถามว่าเป็นอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ชักชวนมาลงทุนซึ่งเขาบอกว่าแล้วเขาจะมาเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง และอีลอน มัสก์ก็เดินทางเมื่อคืนนี้ต่อไปประเทศจีน แต่ได้ทิ้งทีมวิศวกรกับอุปกรณ์เอาไว้

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งมาในเรื่องการบริหารจัดการ ให้ถอดบทเรียนและจัดทำบันทึกเขียนแผนไว้ ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นโมเดล เป็นตัวแบบที่จะต้องนำไปใช้กันได้ทั้งในถ้ำ และบนบก เตรียมแผนในการฝึก ซึ่งผมก็ได้คุยกับทางกองทัพเรือว่าอาจจะส่งคนไปเรียนเรื่องดำน้ำในถ้ำ เพราะตอนนี้มีเพียงการดำน้ำในทะเลหรือน้ำจืด

แต่ในถ้ำยังมีประสบการณ์น้อยเพราะมันจะมีเทคนิคและเครื่องมือที่แตกต่างกัน เชื่อว่าคงได้ประโยชน์จากการนี้ ส่วนการประกาศพื้นที่สาธารณภัยก็เป็นไปตามขอบเขตคือทั้งประเทศมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

จากนั้นลดหลั่นไปตามจังหวัด อำเภอ เทศบาล ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายบรรเทาสาธารณภัย อย่างไรก็ตามสำหรับแผนหรือการบรรเทาสาธารณภัยในเหตุต่างๆ นั้นได้มีอยู่แล้ว อาทิ ไฟไหม้ สึนามิ แผ่นดินไหว แต่ติดถ้ำนี้จะเป็นอีกเคสหนึ่งที่ต้องทำขึ้นใหม่

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ส่วนหน้ากับทีมซีลเรายังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ ดังนั้นจะทำทุกอย่างโดยไม่ประมาท จะต้องซักซ้อมแผนการปฏิบัติเหมือนตามปกติ เพราะความเสี่ยงยังสูงอยู่ในทุกๆ เรื่อง ทั้งเรื่องอากาศ เรื่องท่อ การหลงทาง ยังถือเป็นความเสี่ยง ดังนั้นไม่ถือว่าใกล้หรือไม่ใกล้อย่างไร การทำงานทุกอย่างต้องมีการซักซ้อมและยังต้องวางแผนอย่างถี่ถ้วน จะต้องไม่พลาด อยากชี้ให้เห็นว่างานนี้เรามีความพยายามที่จะช่วยเหลือเด็กหลายทางด้วยกัน ไม่ว่าจะเจาะมาจากบนภูเขา หาโพรงต่างๆ

แต่เรายืนยันว่าการเข้าถึงตัวเด็กได้แน่นอนคือการเข้าทางปากถ้ำ แต่ปัญหาคือน้ำ จึงต้องอยู่ที่การลดระดับน้ำ โดยเบี่ยงน้ำบนเขาไม่ให้เข้าไปในเขา โดยมีชาวบ้านในแถบนั้นช่วยกัน มีทีมมหาศาลที่ช่วยเบี่ยงน้ำไม่ให้ไหลทิศทางเข้าไปในตัวภูเขาได้ เบี่ยงน้ำออกข้างนอก อีกส่วนหนึ่งคือการพร่องน้ำ

โดยการสูบน้ำจากภูเขาออกให้เร็วที่สุด สองส่วนนี้ทำให้นักดำน้ำทำงานได้ ไม่ต้องดำน้ำยาว 6 ชั่วโมง แต่เมื่อดำไประยะหนึ่งมีที่แห้งให้สามารถ เปลี่ยนแท็งก์ออกซิเจนได้ ส่วนเรื่องของเบี่ยงทางน้ำนั้นพูดได้ว่ายังมีความสวยงามของคนทำงานที่นั่นที่ไม่ถามอะไรที่ปวดหัว

ชาวบ้านไม่เคยถามว่าเขาต้องการอะไร ทั้งที่เขาจน แต่เขาช่วยทำกันจริงๆ และเรามีโชคที่ฝนตกน้อยช่วงนี้ เราสู้กับน้ำฝนได้ด้วยความร่วมมือของทุกคน ทุกคนตั้งใจให้เกิดความสำเร็จ โดยต่างทำหน้าที่ในส่วนของตัวเอง
“ทุกคนไปอยู่ตรงนั้นภูมิใจในความเป็นคนไทย และผมเชื่อว่าฝรั่งที่มาเขาก็ภูมิใจที่เขาได้เห็น ระบบของบ้านเรามีมาตรฐานที่ดีมากขึ้น ความร่วมมือ น้ำใจคนดี ผมภูมิใจแทนคนไทย” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า สำหรับเรื่องการชดเชยชาวบ้านที่รับการพร่องน้ำนั้นได้มีการสำรวจทั้งหมดแล้ว แต่ที่น่าสนใจคือชาวบ้านบอกว่าไม่ต้องการได้ส่วนนั้นพวกเขายอมให้เด็ก ถ้าเขาไม่ได้เงินก็ไม่ได้ว่าอะไร ตรงนี้คือเรื่องจริงที่ตนต้องการสื่อให้สังคมรู้

ผู้สื่อข่าวถามว่าทีมนักดำน้ำที่จะเข้าไปกู้ภัยในวันเดียวกันนี้จะเป็นทีมเดิมหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า การช่วย 4 คน กับทีมสนับสนุน 4 คน ทำงานจนรู้กันแล้วและได้ปรับข้อขัดข้องที่มีเล็กน้อยไปแล้ว เขาไม่อยากเปลี่ยนคนให้มีข้อขัดข้องเกิดขึ้น ถึงอยากได้ 4 คนเดิม

แต่ก็จะมีปัญหาว่าวันนี้มีคนที่ 5 เขาจึงต้องพยายามช่วยออกมาทั้ง 5 จึงต้องพยายามวางแผนที่จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้ออกมาทั้งหมด ทั้งนี้การเข้าไปถือเป็นความเสี่ยงสูง เช่น ตนได้ถามนักดำน้ำฝรั่งว่าเมื่อเปลี่ยนแท็งก์ออกซิเจนแล้วทำอย่างไร เขาก็บอกว่าทิ้งไว้เลย ตนก็บอกเขาว่าเดี๋ยวน้ำลดจะเก็บไปคืนให้ และทีมที่ต้องเอาแท็งก์ไปเปลี่ยนนั้นก็พอดีแล้วเขารู้ว่าจุดไหนต้องทำอย่างไร หมอทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว เขาเลยใช้ชุดเดิม เพื่อไม่ให้เกิดจุดขัดข้อง

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงการถอดบทเรียนจากเรื่องนี้ว่า ในวันที่ทีมดำน้ำตัดสินใจทำประชุมกันก่อน โดยจะประชุมหารือเรื่องสถานการณ์ จากนั้นเป็นการเตรียมการทั้งซีลไทย ซีลฝรั่ง หมอ ซึ่งเขาได้พูดว่ายังไม่เคยมีใครทำสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ถือเป็นประสบการณ์ของเขาเช่นกัน ที่เขาสนใจคือเรื่องพร่องน้ำ สูบน้ำ ลดน้ำ

เราเองก็อยากได้ความรู้เรื่องการดำน้ำในถ้ำจากเขา หมอเองก็บอกว่ายังไม่เคยทำ ดังนั้นต้องประเมินความเสี่ยง เป็นการพูดคุยกันเพื่อการตัดสินใจทำในวันนั้น และที่ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งตัวที่เป็นปัจจัยในการตัดสินใจทำคือระดับออกซิเจนในถ้ำ เรื่องระดับน้ำ เรื่องความแข็งแรงของเด็ก และเด็กดำน้ำได้หรือไม่ ซึ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยทั้งหมด ประกอบกับสถานการณ์ที่เหมาะสมด้วย

ส่วนการประกาศพื้นที่สาธารณภัยก็เป็นไปตามขอบเขตคือทั้งประเทศมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จากนั้นลดหลั่นไปตามจังหวัด อำเภอ เทศบาล ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายบรรเทาสาธารณภัย อย่างไรก็ตามสำหรับแผนหรือการบรรเทาสาธารณภัยในเหตุต่างๆ นั้นได้มีอยู่แล้ว อาทิ ไฟไหม้ สึนามิ แผ่นดินไหว แต่ติดถ้ำนี้จะเป็นอีกเคสหนึ่งที่ต้องทำขึ้นใหม่

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here