เกิดเหตุไม่คาดฝัน-ฟุตบอลโลกรอบชิง! กลุ่มเรียกร้องสิทธิฯ วางแผนปลอมตัวเป็น จนท. วิ่งลงสนามระหว่างการแข่งขัน

0
204

ฟุตบอลโลกรอบชิง! กลุ่มเรียกร้องสิทธิฯ วางแผนปลอมตัวเป็น จนท. วิ่งลงสนามระหว่างการแข่งขัน

ในที่สุดฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ ก็ปิดฉากเป็นที่เรียบร้อย และเป็นฝรั่งเศส ที่สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ หลังจากเฉือนโครเอเชียแบบสนุก 4-2 นั่นทำให้ทีมตราไก่ได้แชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2 และเป็นแชมป์บอลโลกครั้งแรกในรอบ 20 ปี ด้วยผลงานยอดเยี่ยม ชนะ 4 เสมอ 1 ตลอดทัวร์นาเมนต์

เกมที่ตึงเครียดอย่างนัดชิงชนะเลิศ โอกาสที่จะเจาะคู่แข่งด้วยโอเพ่นเพลย์เป็นเรื่องยากมาก เพราะทั้งสองทีมต่างระวังตัวกันเต็มที่ จุดสำคัญคือลูกเซ็ตพีซ เกมจะตัดสินกันตรงนี้

โครเอเชียใน 10 นาทีแรก โจมตีหนัก บุกตลอดและดูวูบวาบกว่า แต่จากจังหวะฟรีคิก ระยะอันตราย กรีซมันน์ โยนเข้าไปตรงกลาง และมาริโอ มานชูคิชพลาดท่าโหม่งเข้าประตูตัวเอง พลาดแค่ครั้งเดียว โดนนำทันที

ประตูที่ฝรั่งเศสขึ้นนำ 2-1 เป็นจังหวะที่แบลส มาตุยดี้โหม่งบอล ไปโดนแขนของอีวาน เปริซิช เปลี่ยนทางออกหลัง ซึ่งถ้าไม่มีวีเออาร์ ลูกนี้คงเป็นเตะมุมธรรมดา แต่เมื่อไปดูวีดีโอ จังหวะนี้มือของเปริซิช เปลี่ยนทางบอลชัดเจน และมีโอกาสที่ลูกนี้จะเป็นประตูถ้าบอลผ่านเข้าไป ทำให้กรรมการไม่มีทางเลือก ต้องให้จุดโทษ และกรีซมันน์ ซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาด

MOSCOW, RUSSIA – JULY 15: Referee N??stor Pitana consults VAR before awarding a penalty kick to France during the 2018 FIFA World Cup Russia Final between France and Croatia at the Luzhniki Stadium on July 15, 2018 in Moscow, Russia. (Photo by Simon Stacpoole/Offside/Getty Images)

การใช้วีเออาร์นัดชิงชนะเลิศ เป็นบทสรุปที่ยอดเยี่ยมของวีเออาร์ในทัวร์นาเมนต์นี้ ว่ามันให้ความยุติธรรมได้จริงๆ

อ็องตวน กรีซมันน์ ยิงจุดโทษ 3 ลูกในทัวร์นาเมนต์นี้ และเขาสังหารเข้าหมดแบบ100% จริงๆการดวลกับนายทวารจอมเซฟจุดโทษอย่างซูบาซิช ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กรีซมันน์เยือกเย็นมากพอ เขาหลอกหน้าเท้าว่าจะยิงไปทางขวา แต่ตลบหลัง ยิงไปทางซ้าย ถือเป็นจุดโทษที่ยอดเยี่ยม ไม่ต้องยิงแรก แต่ฉลาด

แม้โครเอเชีย จะบอกว่าการลงเล่น 120 นาที สามนัดติดกันไม่มีผล แต่ในความจริง เมื่อต้องเจอการบีบ การเพรสซิ่ง และเกมโต้กลับของฝรั่งเศส เราก็เห็นว่าโครเอเชีย มีหลายๆจังหวะที่ตามไม่ทัน นักเตะดูเหนื่อยล้า มีพลังงานไม่พอ เราเห็นจังหวะบดขยี้ตรงกลางฝรั่งเศสกินขาด ขณะที่จังหวะสปรินท์ตัวของกองหน้าอย่างกรีซมันน์ และเอ็มบัปเป้ เห็นเลยว่า กองหลังโครเอเชีย ต้านทานไม่อยู่เลย

ในวันที่ลูก้า โมดริชเล่นไม่ออก มุกโจมตีของโครเอเชียมี แค่ 2 อย่าง คือใช้พรสวรรค์ของอีวาน เปริซิช และ ลูกโยนบอมบ์ให้มาริโอ มานชูคิชโหม่ง แต่ฝรั่งเศส มีมิติมากกว่าเยอะ พวกเขามีสปีดของเอ็มบัปเป้ มีการยิงไกลของป็อกบา มีการสอดหนีกับดักล้ำหน้าของกรีซมันน์ และมีการโยนให้โอลิวิเยร์ ชิรูด์โหม่ง ถือว่ามีมิติกว่า หลากหลายกว่า สุดท้ายมันทำให้ฝรั่งเศส ชนะในเกมนี้

คีลียัน เอ็มบัปเป้ คือดาวรุ่งอันดับ 1 ของวงการอยู่แล้ว ด้วยค่าตัวแพงที่สุดอันดับ 2 ของโลก แต่ในทัวร์นาเมนต์นี้ เขาพิสูจน์ให้โลกเห็น ว่าเขามีดีพอจะมาร่วมวงแย่งบัลลงดอร์ กับนักเตะระดับสุดยอดของโลกคนอื่นๆแล้ว เอ็มบัปเป้ มีความเร็ว ลากเลื้อยหลอกล่อ จนแนวรับโครเอเชีย มึนงงไปหมด แถมยังยิงประตู 4-1 ให้ฝรั่งเศสย้ำชัยแบบเคลียร์ๆอีกด้วย

ในเกมฟุตบอลโลก แม้แต่นักเตะที่เยือกเย็นอย่างอูโก้ โยริส ก็พลาดได้เหมือนกัน เขากะจะล็อกหลบ มาริโอ มานชูคิช แต่ไม่พ้น จนบอลเด้งเข้าประตูไปเลย ถือว่าเสียเหลี่ยมมาก อย่างไรก็ตาม โยริส ไม่ได้ร้อนรนจากนั้น เขาไม่ได้ก่อความผิดพลาดอะไรอีกในช่วงที่เหลือ และรักษาสกอร์นำจนจบเกม

เดสช็องส์ เชื่อมั่นใน 11 ตัวจริงชุดนี้ และใช้งานอีกครั้งจนถึงนัดชิง ในช่วงครึ่งหลัง เขาเปลี่ยนตัวได้เยี่ยมมาก ตั้งแต่ ถอดเอ็นโกโล่ ก็องเต้ออก และส่งสตีเว่น เอ็นซ็อนซี่ลงเล่นแทน ซึ่งก็องเต้ อาจเป็นกลางรับระดับโลก แต่เขาโดนใบเหลืองไปแล้ว นั่นทำให้ก็องเต้ไม่กล้าจะเข้าบอล

จึงต้องเปลี่ยนตัวก่อนที่ทีมจะเสียหาย เช่นเดียวกับ แบลส มาตุยดี้ ที่ อ่อนล้าสุดๆแล้ว เขาจึงส่งโตลิสโซ่ลงแทน เช่นเดียวกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ แม้จะยิงไม่ได้สักลูกในรายการนี้ แต่เดส์ชองส์ก็ไม่สน ถอดออกแล้วเอานาบิล เฟคีร์ที่เก็บบอลเก่งลงเล่นแทน สามตัวที่เปลี่ยนตัวเดส์ชองส์ทำถูกต้องหมด

การฝ่าฟันถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ต้องยอมรับว่าโครเอเชียทำดีที่สุดแล้ว แต่ฝรั่งเศสชุดนี้สมบูรณ์เกินไป และครบเครื่องทั้งเกมรุกเกมรับ แถมยังได้เปรียบมากกว่า เรื่องสภาพความฟิตอีกด้วย ก็ต้องแสดงความยินดีกับฝรั่งเศส แต่กับโครเอเชีย ก็ต้องยกย่องเช่นกันพวกเขายอดเยี่ยมมากจริงๆ

ก่อนเริ่มเกมที่ลุซนิกี้ มีพิธีปิดการแข่งขันที่เรียบง่ายเป็นเวลา 30 นาที รวมทั้งการร้องเพลงประจำการแข่งขัน “ลิฟ อิท อัพ” โดย วิลล์ สมิธ นักแสดงชื่อดังชาวอเมริกัน และนิคกี้ แจม กับ เอร่า อิสเตรฟี นอกจากนั้น โรนัลดินโญ่ ตำนานแข้งบราซิล ยังมารับหน้าที่ตีกลองสร้างความคึกคักเพิ่มเติม

ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ กุนซือ “เลส์ เบลอส์” ไม่มีปัญหากับการส่งตัวหลักลงเหมือนทุกนัด ขณะที่ ซลัตโก้ ดาลิช มีลูกทีมชุดใหญ่พร้อมเช่นกัน แม้จะเจอศึกหนักต่อเวลามา 3 นัดติด รวมทั้ง อีวาน สตรินิช และ อีวาน เปริซิช ที่มีข่าวไม่สมบูรณ์

ครึ่งแรกเริ่มเกมมา 10 นาที เป็นโครเอเชียทีครองเกมเหนือกว่า และพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียวแต่ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์

หลังจากนั้น น.18 ฝรั่งเศสได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะฟรีคิก อองตวน กรีซมันน์ โยนมาในเขตโทษ มาริโอ มานด์ซูคิช ขึ้นโหม่งบอลย้อนเข้าประตูตัวเอง

อย่างไรก็ตาม น.28 โครเอเชีย ตีเสมอ 1-1 จากจังหวะฟรีคิกเมื่อฝรั่งเศสเคลียร์ไม่ขาด โดมากอย วีด้า ชิงโหม่งย้อนมาให้ เปริซิช เกี่ยวด้วยขวาเข้าซ้ายก่อนตะบันผ่านกองหลังเสียบมุมขวามือ ชนิดที่ อูโก้ โยริส หมดปัญญาเซฟ

น.34 มีจังหวะปัญหาเกิดขึ้นจากเตะมุมทางขวาของฝรั่งเศส บอลแฉลบโดนมือ เปริซิช ตรงเสาแรกออกหลัง ผู้ตัดสินชาวอาร์เจนติน่า เช็กระบบวีเออาร์ก่อนให้จุดโทษแก่ทีมตราไก่ ซึ่ง กรีซมันน์ รับหน้าที่ยิงไปทางซ้ายมือ หลอก ดานิเยล ซูบาซิช ไปคนละทาง ฝรั่งเศสนำ 2-1 ใน น. 36

หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก ฝรั่งเศส นำ โครเอเชีย 2-1

ครึ่งหลังเริ่มมาเพียงนาทีเดียว กรีซมันน์ ลองส่องไกลแต่บอลไปตรงตัว ซูบาซิช

น.47 โครเอเชีย ได้ลุ้นตีเสมอ อันเต้ เรบิช หลุดมาทางกราบซ้ายก่อนซัดเต็มข้อแต่ ซูบาซิช เซฟไว้ได้

น.52 ทัพตราไก่เกือบได้ประตูนำห่างจากจังหวะสวนกลับเร็ว คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กระชากหนี วีด้า หลุดเข้าไปยิงเสาแรกแต่ ดานิเยล ซูบาซิช ปิดมุมไว้ได้

น.59 ฝรั่งเศส นำห่าง 3-1 เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายให้ ปอล ป็อกบา ที่รอหน้าเขตโทษซัดครั้งแรกบอลติดบล็อกบอลกลับมาเข้าทางก่อนซัดด้วยซ้ายอีกครั้ง ซูบาซิช ยืนขาตายบอลเข้าประตูไป

ทัพตราไก่ยังเป็นฝ่ายบุกต่อเนื่องก่อนมาได้ประตูนำห่างออกไปอีก 4-1 ในน.65 เอ็มบั๊ปเป้ ได้บอลหน้าเขตโทษหลอกหนึ่งจังหวะก่อนซัดด้วยขวาไปเสาแรก ซูบาซิช หมดสิทธิ์เซฟ

อย่างไรก็ตาม น.69 โครเอเชียได้ประตูไล่มา 2-4 จากจังหวะที่ โยริส ไปหลอก มาริโอ มานด์ชูคิช หน้าปากประตูแต่พลาดโดนเกี่ยวเข้าไปยิงง่ายๆ ทำให้โครแอตยังพอมีความหวัง

หลังจากนั้น โครแอตพยายามบุกอย่างหนักหวังทวงประตูคืนแต่ไม่สำเร็จ จบเกม ฝรั่งเศสเอาชนะโครเอเชีย 4-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จหลังจากเคยทำได้ครั้งแรกในปี 1998

Leave your vote

-3 points
Upvote Downvote

Total votes: 3

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 3

Downvotes percentage: 100.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here