วินาศ ‘ไฟกรีช’ ครั้้งใหญ่สุดในรอบทศวรรษ ชาวเมืองคินีตา ผจญเพลิงนรกทั้งเป็น

0
927

วินาศ ‘ไฟกรีช’ ครั้้งใหญ่สุดในรอบทศวรรษ ชาวเมืองคินีตา ผจญเพลิงนรกทั้งเป็น

ชาวกรีกเผชิญไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในรอบ10ปี พระเพลิงลุกลามรวดเร็ว รุนแรงเผาไหม้บ้านเรือนกว่าร้อยหลัง คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 80 เจ็บกว่า 100 ผู้คนหนีตาย ทั้งโดยรถ หรือแม้แต่เดิน

เมื่อ 24 ก.ค. 61 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เกิดเหตุไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ ประเทศกรีซ รุนแรงสุดในรอบ 10 ปี พระเพลิงได้โหมลุกลามอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ เผาไหม้บ้านเรือนประชาชนวอดวายไปแล้วกว่าร้อยหลัง

เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ราย บาดเจ็บกว่า 104 คน ในจำนวนนี้ บาดเจ็บสาหัส 11 คน อีกทั้งยังมีรายงาน มีนักท่องเที่ยวสูญหายอีกนับ10 คนเนื่องจากได้หนีไฟไหม้ป่า ลงเรือออกทะเล โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยามฝั่งของกรีซ พยายามออกเรือค้นหา ในขณะที่ประชาชนใกล้พื้นที่เกิดไฟไหม้ป่าต่างพากันอพยพออกจากบ้านเรือน ทั้งโดยรถยนต์ หรือแม้แต่การเดิน

- Advertisement -

ข่าวแจ้งว่า ทางการกรีซได้ระดมกำลังพนักงานดับเพลิงหลายร้อยนายเพื่อพยายามควบคุมเหตุไฟไหม้ป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประเทศ นับตั้งแต่ปี 2551 โดยพื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากสุด คือที่เมืองมาตี ซึ่งเป็นเมืองรีสอร์ต ท่องเที่ยวริมทะเล ห่างจากกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงกรีซ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 40 กม. ซึ่งเหยื่อเคราะห์ร้ายมีทั้งเสียชีวิตในบ้าน หรือในรถยนต์ของตนเอง

ด้านนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซิปราส แห่งกรีซ ได้ตัดกำหนดการเยือนบอสเนีย รีบเดินทางกลับประเทศ เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ พร้อมขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป มาช่วยดับไฟไหม้ป่าครั้งนี้ นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรีซิปราส ยังได้ระดมกำลังทีมฉุกเฉินทั้งหมดมาช่วยควบคุมเหตุไฟไหม้ป่า และประกาศให้พื้นที่ทางตะวันตกและตะวันออกของแคว้น แอตติกา รอบกรุงเอเธนส์ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน

บีบีซี รายงานว่า
เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กรุงเอเธนส์ให้ทิ้งบ้านเรือน อพยพหนีไฟไหม้ป่า ในขณะที่ทีมดับเพลิงยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และบอกว่าไฟไหม้ครั้งนี้สาหัสสากรรจ์อย่างยิ่ง โดยเว็บไซต์

เดลี่เมล เผยว่า
เหตุไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ในกรีซ อุบัติขึ้นในป่าสน ใกล้เมืองคินีตา ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกประมาณ 50 กม. โดยไฟไหม้ป่าในกรีซ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย หรือปกติ แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง จึงทำให้ไฟไหม้ป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว

ตัวเลขผู้สูญเสียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังรายงานเจ้าหน้าที่หน่วยกาชาดสากลค้นพบศพผู้เสียชีวิตถึง 26 ราย ที่ย่านรีสอร์ตริมทะเล ที่เมืองมาติ แคว้นแอตติกา ห่างจากกรุงเอเธนไปทางตะวันออกประมาณ 29 กิโลเมตร

โดยสภาพนั้นไหม้เกรียมและหลอมละลายทับถมกันอย่างน่าเวทนา ลักษณะคล้ายกับทั้งหมดพยายามหนีไฟลงทะเลแต่ไม่ทันการณ์ ผนวกกับตัวเลขก่อนหน้าที่ทางการกรีซระบุไว้ว่าอยู่ที่ 24 ราย ในเมืองเดียวกัน ส่งผลให้ไฟป่าที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่ชาวกรีกเคยเผชิญมา

นายดิมิทริส ซานาโคปูลอส โฆษกรัฐบาลกรีก กล่าวว่า
สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นถือเป็นโศกนาฏกรรมระดับชาติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยขณะนี้ให้ความสำคัญกับการอพยพประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนไฟป่านั้นยังคงลุกลามอยู่รอบกรุงเอเธน

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดไฟป่าขึ้นพร้อมกัน 15 จุด ในพื้นที่ต่างกัน 3 แห่ง ซึ่งทางรัฐบาลได้ขอความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาให้ช่วยส่งโดรนลาดตระเวนเข้ามาสำรวจพื้นที่แล้วว่าเพื่อป้องกันและค้นหาพฤติกรรมต้องสงสัย รวมทั้งขอกำลังเสริมจากสหภาพยุโรป หรืออียู

สถานการณ์ไฟป่าดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดียวกันกับที่สวีเดนเผชิญกับคลื่นความร้อนอุณหภูมิสูงถึง 33 องศาเซลเซียส และชาติอียูต้องส่งกำลังเสริมไปช่วยดับไฟป่าทั่วประเทศ เช่นเดียวกันกับอีกฟากโลกหนึ่งอย่างประเทศญี่ปุ่น ที่เผชิญกับคลื่นความร้อนครั้งรุนแรงที่สุดมาตั้งแต่ต้นเดือนก.ค. และคาดว่าอิทธิพลดังกล่าวจะอยู่ไปจนถึงต้นเดือนส.ค.นี้ ขณะที่อุณหภูมิทำสถิติ 41.1 องศาเซลเซียส และผู้เสียสูงถึง 80 รายแล้ว มีอาการป่วยอีกกว่า 22,647 คน

ด้านรัฐมนตรีมหาดไทยกรีซ Panos Skourletisกล่าวยืนยันว่า
ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงทำงานค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการแสดงความเห็นกับ ERT เจ้าหน้าที่หน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนกรีซ ไอโออันนา เซาปรา(Ioanna Tsoupra ) ยืนยันว่า นี่เป็นหายนะของชาติ”

ซึ่งภายในรุ่งเช้าวันอังคาร(24) พบว่า ไฟป่ายังคงลุกไหม้บริเวณรอบๆกรุงเอเธนส์ ในขณะที่มีบางส่วนเกิดปะทุขึ้นที่อื่นในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาโดยโฆษกรัฐบาลเอเธนส์ ดมิตริส ซานาโคเปาลอส(Dimitris Tzanakopoulos ) แถลงว่า ทางเจ้าหน้าที่กำลังพยายามอพยพผู้ที่อาศัยออกนอกพื้นที่

“มีไฟป่าเกิดขึ้นจำนวน 15 ลูกในเวลาไล่เลี่ยกันใน 3 แนวในกรุงเอเธนส์” เขากล่าว ส่งผลทำให้ทางเอธนส์ต้องร้องขอสหรัฐฯให้ส่งโดรนเข้ามาช่วยเหลือ “เพื่อสังเกตการณ์และตรวจจับการกระทำต้องสงสัย”

เรือตรวจการณ์ชายฝั่งจำนวน 9 ลำ เรือกองทัพกรีซอีก 2 ลำ และเรือเอกชนอีกหลายสิบลำ ที่ได้รับการสนับสนุนจากเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ ถูกส่งออกไปเพื่อช่วยคนที่ติดอยู่ที่บริเวณอ่าวใน ราฟินา(Rafina) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่ามากที่สุด ใกล้กับหมู่บ้านมาติ

ส่วนผู้ที่ถูกอพยพออกมาจากพื้นที่ไฟป่า ได้ถูกส่งตัวเข้าไปยังโรงแรมและค่ายทหาร ท่ามกลางญาติมิตรที่วิตกกังวลต่างพากันเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตำรวจในเมืองชี้ว่า พบนักท่องเที่ยวชาวเดนมาร์ก 2 รายรวมอยู่ในกลุ่ม 10 คนอยู่บนเรือลอยลำกลางทะเลนอกชายฝั่งของเมือง และพยายามที่จะติดตามหาคนอื่น

ด้านหัวหน้าหน่วยป้องกันพลเรือนกรีซ ยานิส คาปาคิส(Yannis Kapakis) ได้รายงานนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ซิปราส ที่ได้ร่นการเยือนบอสเนียให้สั้นลงเพื่อเดินทางกลับมากู้สถานการณ์ไฟป่ากรีซว่า พบว่าความแรงของลมที่มีมากถึง 100 ก.ม/ช.ม ทำให้สถานการณ์นั้นยากลำบากมาก

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางสภาพอากาศชี้ว่า
เงื่อนไขที่เป็นอยู่ยังคงทำให้มีความท้าทายต่อไปในวันอังคาร(24) ถึงแม้ว่าในกรุงเอเธนส์จะมีฝนตกและอุณหภูมิที่สูงปรับลดลงก็ตาม ส่วนในทางตอนเหนือ มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่ต่ำกว่า 300 นาย เครื่องบิน 5 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ตัว ถูกส่งออกไปเพื่อดับไฟป่า หัวหน้าดับเพลิงเอเธนส์ อคิล เซาวาราส(Achille Tzouvaras) กล่าว

ภาพข่าวที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงการหนีไฟป่าของประชาชนในพื้นที่ทางรถ พร้อมกับสภาพอาคารและสิ่งปลูกสร้างบ้านเรือนไม่กี่หลังถูกทำลายในขณะที่ภูมิภาคอัตติกะ(Attica) ที่รวมไปถึงกรุงเอเธนส์ออกประกาศภาวะฉุกเฉินมาเรีย วัย 67 ปีได้แสดงความเห็นถึงเหตุไฟป่าครั้งร้ายแรงกับเอเอฟพีว่า “หากดิฉันไม่หนีออกมา ดิฉันคงถูกไฟคลอกไปแล้ว”

และใกล้กับเมืองมาราธอน(Marathon)พบว่า
ชาวบ้านได้หนีไปตามแนวชายหาดไปอยู่ในที่ปลอดภัย และมีเด็กจำนวนถึง 600 คนถูกอพยพออกมาจากค่ายที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง เอเอฟพีชี้ ซิปราสแถลงว่า หน่วยฉุกเฉินทุกหน่วยถูกส่งออกไปเพื่อปฎิบัติหน้าที่ดับไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 3 แห่ง

เอเอฟพีรายงานว่า
พบว่าทางรัฐบาลกรีซของซีปราสได้ยื่นการขอรับความช่วยเหลือไปยังสหภาพยุโรปในการดับไฟป่าครั้งร้ายแรง และสำหรับในส่วนของสวีเดนที่มีปัญหาไฟป่ามานานร่วมสัปดาห์ เอเอฟพีชี้ว่า ล่าสุดยังคงมีไฟป่าที่ยังลุกไหม้อยู่อีก 27 ลูกทั่วประเทศ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดที่จะเห็นว่าอุณหภูมิขึ้นสูงถึง 35 องศาเซลเซียสภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ100 ปีของสวีเดน

โดยช่วงหน้าร้อนตามปกติสวีเดนมักจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 23 องศาเซลเซียสเท่านั้น
พื้นที่จำนวน 25,000 เฮกเตอร์ (62,000 เอเคอร์) ถูกไฟป่าเผาทำลายหรือกำลังลุกไหม้ในสวีเดนเวลานี้ ซึ่งมีขนาดเป็น 2 เท่าของกรุงปารีส และพบว่าในจำนวนไฟป่าทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ มีอย่างน้อย 4 ลูกที่ยังไม่สามารถได้รับการควบคุม ท่ามกลางสภาวะอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here