ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ม้ามืด ‘โครเอเชีย’ ผงาดเข้าชิงฟุตบอลโลก ทำ ‘อังกฤษ’ ฝันสลาย

0
122

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ม้ามืด ‘โครเอเชีย’ ผงาดเข้าชิงฟุตบอลโลก ทำ ‘อังกฤษ’ ฝันสลาย (ชมไฮไลท์ท้ายข่าว)

It’s Not Coming Home! อังกฤษฝันสลาย โครเอเชียผงาดแซง 2-1 เข้าชิงฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เกมการแข่งขันนัดสุดท้ายในรอบรองชนะเลิศ โครเอเชียปะทะอังกฤษ เกมนี้ทั้งสองทีมยังเลือกใช้ผู้เล่นชุดหลัก 11 ตัวจริง

ออกสตาร์ทในแผนถนัด โครแอตมี อีวาน ราคิติช, มาร์เซโล โบรโซวิช และ ลูกา โมดริช เป็นสามหัวใจสำคัญในแผงกลาง ด้านอังกฤษใช้ดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ แฮร์รี เคน ยืนค้ำในแดนหน้าคู่กับ ราฮีม สเตอร์ลิง

เริ่มเกมมา 4 นาที อังกฤษได้ลุ้นก่อนจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น คีแรน ทริปเปียร์ ที่บรรจงปั่นโค้งๆ เข้าไปอย่างสวยงามให้ทีมขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 และเป็นประตูที่ 9 จาก 12 ลูกในทัวร์นาเมนต์นี้แล้วที่สิงโตคำรามทำได้จากลูกตั้งเตะ

หลังจากนั้นทัพตราหมากรุกพยายามตั้งเกมบุกอยู่เรื่อยๆ จนนาทีที่ 19 ก็มาได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะส่องไกลของ อีวาน เปริซิช แต่บอลยังหลุดกรอบออกไป จบ 45 นาทีแรก อังกฤษนำ 1-0

ครึ่งหลังโครเอเชียเดินหน้าเปิดเกมบุกใส่ทรีไลออนส์อย่างต่อเนื่อง และความพยายามของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จในนาทีที่ 68 ซิเม เวอร์ซัลจ์โก เปิดบอลเข้ามาจากกราบขวา เปริซิชวิ่งสอดขึ้นมาจากตัวสุดท้าย

ก่อนกระโดดแตะบอลเข้าไปให้ทีมตามตีเสมอ 1-1 ก่อนที่อีก 4 นาทีถัดมาโครเอเชียจะชวดโอกาสขึ้นนำ เมื่อเปริซิชคนเดิมดันยิงบอลไปชนเสา ยิ่งเล่น โมเมนตัมของเกมก็เริ่มหันมาทางโครแอต

จนอังกฤษต้องรีบปรับทัพ เปลี่ยน ราฮีม สเตอร์ลิงออก แล้วส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาเล่นแทน ท้ายเกมยังใส่สกอร์เพิ่มกันไม่ได้ จบ 90 นาทีต้องไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 98 อังกฤษเกือบเป็นฝ่ายขึ้นนำบ้างจากลูกเตะมุม จอห์น สโตนส์ ได้ขึ้นโหม่งคนเดียว แต่เวอร์ซัลจ์โกยังโหม่งสกัดออกมากจากเส้นประตูได้

ในที่สุดโครเอเชียก็มาได้ประตูขึ้นนำสำเร็จในนาทีที่ 109 เปริซิชโขกชงย้อนกลับหลังให้มาริโอ มานด์ซูคิช ได้ซัดเข้าไป โครเอเชียนำ 2-1

ช่วงเวลาที่เหลือ อังกฤษได้แค่ป้วนเปี้ยนไปมาหน้ากรอบเขตโทษ จบเกม โครเอเชียชนะอังกฤษได้สำเร็จ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

โดยจะเข้าไปเจอกับทีมชาติฝรั่งเศสในวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. นี้ เวลา 22.00 น. ส่วนผู้แพ้อย่างอังกฤษจะพบกับทีมชาติเบลเยียมในวันเสาร์ที่ 14 ก.ค. เวลา 21.00 น. เพื่อลุ้นแย่งอันดับที่ 3

ย้อนกลับไปเมื่อสักประมาณ 8 ปีที่แล้ว ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป อังกฤษและโครเอเชียต้องมาโคจรอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และเป็นสิงโตคำรามภายใต้การนำทัพของ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือมากประสบการณ์ชาวอิตาลีที่เอาชนะโครเอเชียทั้งไปและกลับ ด้วยสกอร์รวมถึง 9-2 ดับฝันการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปีนั้น

แต่นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ปัจจุบันทีมชาติอังกฤษชุดนั้นไม่มีผู้เล่นหลงเหลือมาในทีมสิงโตหนุ่มชุดนี้แม้แต่คนเดียว ขณะที่ระยะเวลาและประสบการณ์ก็ทำให้โครเอเชียเจนจัดในเวทีลูกหนังมากขึ้น ผู้เล่นวัยหนุ่มในวันนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นขุมกำลังหลักของทีมในชุด 2018 ได้หลายต่อหลายคน ทั้ง ลูกา โมดริช, อีวาน ราคิติช, มาริโอ มานด์ซูคิช และ ดานิเยล ซูบาซิช

ปีนี้โครเอเชียมาดีมากๆ ยังไม่แพ้ใครเลย ลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มก็ปราบอาร์เจนตินาแบบเละเทะ 3-0 ส่วนในรอบ 16 ทีมและรอบ 8 ทีมสุดท้าย การเสมอทั้งสองนัดจนต้องไปดวลจุดโทษ และต้องลงแข่ง 240 นาที ภายในระยะเวลา 6 วันก็มีผลให้สภาพร่างกายของผู้เล่นบางส่วนกรอบพอสมควร

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ม้ามืด ‘โครเอเชีย’ ผงาดเข้าชิงฟุตบอลโลก ทำ ‘อังกฤษ’ ฝันสลาย (ชมไฮไลท์)

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here