ดาราสาวมากฝีมือ “โดนัท มนัสนันท์” เร่งดูแลสุขภาพ หลังป่วยด้วยโรค SLE มานาน 2 ปี

0
245

ดาราสาวมากฝีมือ “โดนัท มนัสนันท์” เร่งดูแลสุขภาพ หลังป่วยด้วยโรค SLE มานาน 2 ปี (ชมคลิปท้ายข่าว)

“ความสนุกในการทำงาน คือหาตรงกลางให้เจอ” คำพูดสั้นๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง จาก “โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล” นักแสดงสาวชื่อดังที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมานานนับ 10 ปี เมื่อถูกตั้งคำถามถึงการทำงานเบื้องหลังในฐานะ “ผู้จัดและผู้กำกับ” จากละครเรื่องแรกในชีวิต “เดือนประดับดาว” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณ 16 ปีก่อน ชื่อของ โดนัท มนัสนันท์ อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูมากนัก เพราะเธอก็เหมือนกับนักแสดงหลายต่อหลายคน ที่ยังต้องเรียนรู้และพัฒนาฝีมือตัวเองจากการทำงานในหลากหลายบทบาทที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นโอกาสให้

- Advertisement -

แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนที่มีความตั้งใจ และเต็มที่กับทุกๆ ผลงาน ในที่สุด โดนัท มนัสนันท์ ก็สามารถก้าวข้ามคำว่า “ดารา” สู่การเป็น “นักแสดง” ที่ทุกคนให้การยอมรับได้อย่างสมความภาคภูมิ จากผลงานละครเรื่อง “ดงผู้ดี” เมื่อปีพุทธศักราช 2552 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชื่อและผลงานของเธอก็กลายเป็นที่จับตามองในหมู่แฟนละครอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ก็ดูเหมือนว่าความฝันของ โดนัท มนัสนันท์ จะยังไม่ได้หยุดอยู่แค่ตรงนั้น เพราะด้วยใจรักในอาชีพการแสดง ทำให้เธอตัดสินใจคว้าโอกาสครั้งสำคัญในฐานะคนทำงานอีกครั้ง และครั้งนี้เธอเลือกที่จะเปลี่ยนสถานะตัวเองจาก “คนเบื้องหน้า” สู่การเป็น “คนเบื้องหลัง” อย่างเต็มตัว ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ “เธอรู้สึกชอบและสนุกทุกครั้งที่ได้ทำงาน”

“โดนัทไม่อยากให้คนโฟกัสกับคำว่าผู้จัดละคร เพราะมันอาจจะฟังดูเกินไปจากสิ่งที่เราเป็น เราแค่เป็นคนที่ชอบทำงานคนหนึ่ง และงานนี้สำหรับโดนัทมันก็คืองานเบื้องหลังที่เราต้องดูแลทุกๆ อย่าง ซึ่งมันอาจจะหนักหน่อย แต่โดนัทก็โชคดีที่โดนัทไม่ได้ทำคนเดียว โดนัทยังมีเพื่อนมาช่วยดูแล ซึ่งละครเรื่อง “เดือนประดับดาว” เป็นละครที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนิยาย และเราก็มาทำการปรับบทปรับแนวทางการนำเสนอให้ตรงกับช่องและก็ให้ตรงกับตัวเรามากที่สุด นั่นหมายความว่าเราต้องหาตรงกลางให้ได้”

“จากนั้นพอทุกอย่างลงตัว เราก็เริ่มขั้นตอนของการเขียนบท ทีมงานใช้เวลาในการเขียนบท 1 ปีเต็มๆ เพราะตลอดระยะเวลาในช่วงนั้น โดนัทจะขอให้เขาแก้บทอยู่เรื่อยๆ คือแก้ไม่จบ ไม่สิ้น จนสุดท้ายโดนัทต้องตัดสินใจว่าเปิดกล้องเลยเถอะ เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้นโดนัทก็จะไม่เลิกปรับบท หลังจากนั้นพอการถ่ายทำต่างๆ เสร็จหมดเราก็ใช้เวลาในการตัดต่ออีก 1 ปี ที่เราใช้เวลาในการตัดต่อนานก็เพราะ ยุคนี้คือยุคดิจิทัล เราก็อยากให้ละครของเราเป็น HD จริงๆ

โดนัทอยากให้คนดู ได้ดูงานที่มันคู่ควรกับเวลาที่เขาจะต้องเปิดทีวีมาดูละครสักเรื่อง ถ้าถามว่าผลลัพธ์ที่ออกมา ณ ตอนนี้ ถูกใจโดนัทที่สุดไหม เราถือว่าเราได้มีโอกาสลองมาทุกอย่างแล้ว และมันก็เจอสมดุลของมัน โดนัทไม่สามารถพูดได้ว่ามันสุดยอด แต่โดนัททำเต็มที่แล้ว ทำให้ดีมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ”

“ความแตกต่างระหว่างการเป็นผู้จัดละครกับนักแสดง สำหรับโดนัทไม่ได้แตกต่างเลยนะคะ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เรายังทำงานเหมือนเดิมแค่งานเราหนักขึ้น โอเคมันอาจจะต่างในรูปแบบของการทำงาน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ตอนเป็นนักแสดงเราไม่ต้องมารับรู้เรื่องราวยิบย่อยเบื้องหลัง แต่ว่าพอเรามาทำหน้าที่ผู้จัดละคร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องของเราหมดเลย

โดนัทยอมรับนะว่าโดนัทเคยมีบ้างที่จะพยายามทำตัวเองให้เหมือนกับคนหูดับตาบอด แต่ว่าสุดท้ายแล้วมันก็ทำไม่ได้อยู่ดี เราอดไม่ได้ ซึ่งจริงๆ การทำเบื้องหลังสนุกนะคะ เราอาจจะมีงอแงบ้างบางครั้ง แต่เมื่อเราหาตรงกลางได้ เราก็จะมีความสุขและก็สนุกไปกับสิ่งที่เราทำ”

ในขณะเดียวกันทุกช่วงชีวิตของคนเราก็ไม่ได้มีแต่คำว่า “ความสุข” เสมอไป เพราะสำหรับ โดนัท มนัสนันท์ แล้ว เธอก็มีช่วงเวลาที่ยากจะรับมืออยู่เช่นกัน และช่วงเวลาที่ว่านั้น ก็คือตอนที่เธอตรวจพบว่า เธอกำลังป่วยเป็นโรค แพ้ภูมิตัวเอง (Systemic Lupus Erythematosus – SLE) หรือที่คนไทยคุ้นหูกันในชื่อ โรคพุ่มพวง โรคที่เข้ามาเป็นอุปสรรคในชีวิตของคนที่รักการทำงานอย่างเธอ

ซึ่ง โดนัท มนัสนันท์ ก็ได้เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมข่าว ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายจนน่าเหลือเชื่อ เธอบอกกับเราว่า แม้บางครั้งเธอจะรู้สึกแย่และหงุดหงิดกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ถ้าหากเธอสามารถยอมรับมันได้ และมองหาแง่มุมดีๆ จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้เจอ เธอก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ปกติไม่ต่างจากคนทั่วไป

“โดนัทเพิ่งจะเจอโรคนี้เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งตอนที่เจอมันก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างแย่เหมือนกันนะคะ เพราะเกล็ดเลือดลดตลอด และร่างกายก็ไม่มีแรงเลย ช่วงนั้นโดนัทคิดเองว่าอาจจะเพราะเรานอนน้อยก็เลยรู้สึกเพลีย แต่พอสุดท้ายเราตรวจเจอว่ากำลังป่วย โดนัทก็เลยคุยกับคุณหมอถึงเรื่องของการรักษา ซึ่งตัวโดนัทเองยืนยันว่าจะขอไม่ทานสเตียรอยด์ เพราะกลัวในเรื่องของเอฟเฟ็กต์ ดังนั้นการรักษาของโดนัทก็คือการให้ยาอื่นๆ แทน ซึ่งมันก็จะไม่ได้ผลเร็วเท่ากับการทานสเตียรอยด์ แต่ว่าตอนนี้อาการก็ดีขึ้นมาแล้วนะคะ คุณหมอบอกว่าเป็นช่วงอาการสงบ เพราะถ้าเปรียบเทียบกับตอนที่อาการกำเริบ ตอนนั้นโดนัทจำได้เลยว่าร่างกายเราไม่มีแรงเลยจริงๆ แม้แต่แรงลุกขึ้นไปทำงานเราก็ยังไม่มี ตัวมันชา ขยับร่างกายไม่ได้เลย”

ดาราสาวมากฝีมือ “โดนัท มนัสนันท์” เร่งดูแลสุขภาพ หลังป่วยด้วยโรค SLE มานาน 2 ปี (ชมคลิป)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here