ประมวลภาพ เบื้องหลังการทำงานสื่อ ในการรายงานข่าวช่วยเหลือ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง

0
157

ประมวลภาพ เบื้องหลังการทำงานสื่อ ในการรายงานข่าวช่วยเหลือ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง

ขณะนี้สายตาหลายต่อหลายคู่จากทั่วทุกมุมโลกกำลังเฝ้าจับจ้องมาที่ภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงเป็นระยะเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่และทีมช่วยเหลือจะเร่งทยอยนำตัวพวกเขากลับออกมาภายนอกถ้ำได้บางส่วนแล้ว ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อพักฟื้นร่างกาย

เจย์ พารินี หนึ่งในนักเขียนของสำนักข่าว CNN เปิดประเด็นตั้งคำถามว่าทำไมโลกจึงไม่ควรละสายตาจากภารกิจช่วยทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงครั้งนี้ โดยเขาชี้ให้เห็นว่าภารกิจในครั้งนี้ค่อนข้างยากลำบาก มีระยะทางที่ไกล มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว การมองเห็นภายในถ้ำแทบจะเป็นศูนย์ นอกจากหัวใจที่กล้าหาญของทีมนักดำน้ำแล้ว เรายังจะต้องชื่นชมทักษะและความสามารถที่น่าทึ่งของพวกเขาเหล่านี้ด้วย

โดยภารกิจในครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้กับผู้ที่เฝ้าติดตามข่าว ซึ่งทีมนักดำน้ำและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจกันของคนหลากหลายสัญชาติ ทั้งอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาให้ความช่วยเหลือทีมรัฐบาลไทยอย่างไม่ลังเล ภารกิจในครั้งนี้เป็นดังสัญลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าเราจะแตกต่างที่มา แต่โลกใบนี้ก็สามารถร่วมมือกันได้ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้ รวมพลังเพื่อมุ่งไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน

ภายในถ้ำหลวงแห่งนี้ไม่มีการแบ่งแยกสีผิว ความแตกต่างทางศาสนา หรือตั้งคำถามกับอัตลักษณ์ทางเพศว่าคุณเป็นเพศอะไร ไม่มีใครนำธงชาติของตัวเองเข้าไป หรือตั้งคำถามกับสิ่งที่กำลังจะทำอยู่เบื้องหน้า มีโอกาสน้อยมากๆ ที่เราจะประสบความสำเร็จในสถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดนี้ แต่เมื่อทุกคนร่วมมือกัน ไม่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน ทุกอย่างก็เป็นไปได้

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากภารกิจนี้คือสวัสดิภาพความปลอดภัยของโค้ชและเด็กๆ ทุกคนมาเป็นอันดับแรก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม พวกเราทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดและต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการเยียวยาแก้ไขความผิดพลาดนั้น โดยพารินีเชื่อว่าไม่มีใครจะมานั่งกังวลถึงงบประมาณที่ทุ่มให้กับภารกิจในครั้งนี้ เพราะพวกเราต่างรู้ดีว่าชีวิตของมนุษย์ไม่สามารถประเมินค่าเป็นเม็ดเงินได้

นอกจากนี้ชื่อของ จ่าเอก สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลที่อาสามาช่วยเหลือในภารกิจครั้งนี้และเสียชีวิตลงเมื่อไม่กี่วันก่อน จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในฮีโร่ที่ทุ่มเทและยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งจ่าเอก สมาน ได้แสดงให้เราเห็นว่าความกล้าหาญของเขาเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดจริงๆ

จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกจึงเอาใจช่วยและเฝ้าติดตามภารกิจในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยเขาขอให้ทั้ง 13 ชีวิต ทีมนักดำน้ำ และเจ้าหน้าที่ทุกคนกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์เตือนสื่อคำนึงถึงจริยธรรมนำเสนอข่าวทีมหมูป่า 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ยึดสิทธิเด็ก สิทธิส่วนบุคคล ความเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวที่อาจมีผลกระทบต่อความรู้สึกและสภาพจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง นายบรรยงค์ สุวรรณผ่อง ประธานกรรมการจริยธรรมวิชาชีพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

กล่าวว่า จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนในการช่วยเหลือเยาวชนติดถ้ำในขั้นที่ 3 (ส่งกลับ) ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย (ศอร.) ใช้รหัสเรียก “หมูป่า” แทนการเรียกชื่อเยาวชน เพราะการนำใครออกมาก่อน เป็นความพร้อมของเด็กแต่ละคนที่ยังแตกต่างกัน นอกจากนี้ในระหว่างปฏิบัติการแม้ประเมินแล้วว่าสามารถส่งกลับได้ แต่ก็ยังเป็นสถานการณ์

และแม้การเริ่มต้นส่งกลับจะได้หมูป่า 4 ตัว มาพักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่ก็ยังอยู่ในกระบวนการส่งกลับ – การไม่เปิดเผยชื่อขณะปฏิบัติการ จึงเป็นการคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชน และป้องกันความเข้าใจผิด ตลอดจนความรู้สึกใด ๆ ที่ไม่เหมาะสมจากสังคม ทั้งนี้ เพื่อนร่วมวิชาชีพจึงควรทำความเข้าใจและระมัดระวังการนำเสนอข่าว เพื่อคุ้มครองสิทธิของเด็ก และป้องกันการเกิดประเด็นทางจริยธรรม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่สังคมกำลังติดตามและตรวจสอบการทำงานของพวกเรา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here