อีกมุมในพื้นที่ถ้ำหลวง จิตอาสาจากมูลนิธิบ้านครูน้ำ บริการนวดและคลายเส้นแก่เจ้าหน้าที่

0
62

อีกมุมในพื้นที่ถ้ำหลวง จิตอาสาจากมูลนิธิบ้านครูน้ำ บริการนวดและคลายเส้นแก่เจ้าหน้าที่

อีกมุมในพื้นที่ น้อง ๆ จิตอาสาจากมูลนิธิบ้านครูน้ำ มาบริการนวดและคลายเส้นแก่ผู้ที่ปวดเมื่อย พอยามว่างจากการนวดก็ยังเดินเก็บขยะบริเวรปากถ้ำอีกด้วย

ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง แถลงข่าวความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง ชี้วิธีนำเด็กออกจากถ้ำ 2 แบบ “ดำน้ำ-หาโพรง” เชื่อภายใน 2 วันนี้เหมาะสมที่สุด

วันนี้ ( 7 ก.ค.61) เมื่อเวลา 10.45 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน เปิดเผยหลังจากการประชุม ว่า ภารกิจหลักคือต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆด้านเหมือนเดิม และยึดแนวปฏิบัติตั้งแต่วันแรก วันนี้เป็นวันที่ 15 ของปฏิบัติการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต

ภารกิจนั้นมี 3 ภารกิจ คือ การค้นหา กู้ภัย และการส่งกลับ โดยความยากง่ายของการค้นหาอยู่ที่ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ เหมือนการงมเข็มในมหาสมุทรให้เจอ ตอนนี้เราทำได้แล้ว ส่วนการกู้ภัย ความยากอยู่ที่ 50-60 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์ที่พบอยู่ตอนนี้ทั่วทั้งโลกก็ต่างบอกว่า ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่วนการส่งกลับนั้นไม่ยากมาก สามารถควบคุมได้

โดยสถานการณ์ที่นี่ย้อนไปเมื่อ 8 วันที่แล้ว ต่างกันมาก วันนี้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เยอะมาก ต่างประเทศทั้งรัฐบาล องค์กรต่างๆ อยากเข้ามาศึกษาตรงนี้ เอาไปใช้ประโยชน์ในประเทศของเขาได้ อีกส่วนก็ขอเอาอุปกรณ์ของเขามาทดสอบระบบที่นี่ก็มี

ขณะที่สถานการณ์กู้ภัย นายณรงค์ศักดิ์ บอกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็พยายามทำเต็มที่ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความคาดหวังทั้งประเทศ และทั่วโลก รวมทั้งสงสัยว่าทำไมไม่ทำอะไรสักที มีคนถามทุกวัน ซึ่งเรื่องสุขภาพน้องๆ เรื่องอุปสรรคความยาก คนที่ไม่ได้อยู่หน้างานจะไม่เข้าใจเด็ดขาด วันนี้ต้องใช้องค์ความรู้โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทักษะของคนดำน้ำในถ้ำ

ส่วนการหาช่อง หาโพรงนั้นมีการค้นหาตลอดเวลา มีการเจาะเป็น 100 โพรง เจอ 18 โพรงมีศักยภาพ ไปได้ลึกๆ 400 เมตรของโพรงๆหนึ่ง แต่ยังไม่ตรงกับจุดที่น้องอยู่ เทคโนโลยีที่ดีที่สุดทั้งหมดที่มีตอนนี้ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าน้องอยู่ไหน มีแต่ประมาณการ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป้าหมายอยู่ตรงไหน

แต่ประเมินว่าลึกอยู่ประมาณ 600 เมตรจากบนเขา สถานการณ์ตอนนี้ยากมาก ยังไม่รู้เป้าหมายอยู่ตรงไหน เพื่อเอาอากาศเข้าไปก่อน หรือเจาะรูขนาดใหญ่ให้เด็กออกมา ทฤษฎีต่างๆ มีมาก แต่ยังไม่สำเร็จ ส่วนเรื่องการเบนน้ำ ประสบความสำเร็จมาก ระดับน้ำ อยู่ในสถานการณ์ที่เราพอใจมาก

ขณะที่หลายคนเป็นห่วงว่าข้างในจะมีอากาศเพียงพอหรือไม่นั้น นายณรงค์ศักดิ์ บอกว่าการดำรงชีวิตของเราต้องใช้ออกซิเจน ในการดำรงชีวิตอยู่ได้ ในการหายใจอากาศทั่วไปมีไนโตรเจน 79 เปอร์เซ็นต์ มีออกซิเจนประมาณ 21 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นอากาศอื่นที่ผสมเข้ามา เมื่อเราอยู่ในที่จำกัดหรือที่ปิด เวลาหายใจออกมา คาร์บอนไดออกไซด์จะเข้ามาแทรกที่อยู่ในอากาศ

ทำให้ออกซิเจนลดลง หากออกซิเจนลดลงที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ตามหลักวิชาการหากออกซิเจนอยู่ 12 เปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ สมองจะเริ่มเชื่องช้า ไม่ทำการ อาจจะเข้าสู่ภาวะช็อค โคม่าในที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละคน รวมทั้งต้องดูปริมาณเปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวชี้ว่าจะดำรงชีวิตอยู่ได้

เมื่อออกซิเจนมันน้อยปอดเราไม่สามารถแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์กับออกซิเจนได้ แล้วคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือด ถ้าอยู่ในคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในกระแสเลือดถึงระดับหนึ่งมันจะเป็นพิษในเลือด แม้จะมีออกซิเจนเยอะขนาดไหนก็ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้เหมือนกัน

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here