สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงมีพระราชกระแสขอบใจ และให้กำลังใจทีมค้นหา 13 ชีวิต ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

0
310

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงมีพระราชกระแสขอบใจ และให้กำลังใจทีมค้นหา 13 ชีวิต ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสขอบใจ ชื่นชม และให้กำลังใจทีมค้นหาเยาวชนและโค้ชหมูป่าอะคาเดมีทั้งชาวไทยและต่างประเทศ พร้อมพระราชทานพรให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ในหลวง – ทรงขอบใจ / เมื่อวันที่ 5 กค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสขอบใจ ชื่นชม และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้พบนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมีรวม 13 คน โดยทุกคนปลอดภัยดี

โดยทรงรับสั่งว่าความสำเร็จของการปฏิบัติในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ ความรู้ความสามารถ และความเสียสละของทุกฝ่าย ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมว่า เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า ความสมัครสมานสามัคคี และความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาใด ต่างมีอยู่ในหัวใจอย่างเต็มเปี่ยม

ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงชื่นชมยกย่อง และขอให้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ในขั้นต่อไปให้สำเร็จลุล่วงอย่างดีที่สุด สมดังความหวังตั้งใจของทุกฝ่าย จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน นายขาว เขียวภักดี ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิง 3 ในฐานะผู้ควบคุมการสูบน้ำในถ้ำหลวง เปิดเผยถึงระดับน้ำบริเวณในถ้ำ และมีการวางแผนนำเครื่องสูบเข้าไปเพิ่มเติม เพื่อสูบน้ำบริเวณโถงที่ 3 โดยเร็ว ให้ระดับน้ำลดลง เพื่อที่ทีมหมูป่าอคาเดมีและหน่วยซีลจะได้ออกมาได้อย่างสะดวก

นายขาว กล่าวต่อว่า ล่าสุดขณะนี้จากบริเวณปากถ้ำ ระยะทาง 300 เมตร ระดับน้ำอยู่ที่บริเวณ หัวเข่า เอว และหน้าอก ซึ่งถือว่าสามารถเดินได้ ส่วนบริเวณระยะทาง 1,500 เมตร ซึ่งอยู่บริเวณโถงที่ 3 ไปยังจุดเนินนมสาว ทราบจากหน่วยซีลว่า ระดับน้ำยังคงสูงมาก ซึ่งหากจะนำเด็กทั้ง 13 คนออกมา จะต้องใช้การดำน้ำในระยะทาง 400-500 เมตร

นายขาว กล่าวอีกว่า ซึ่งการสูบน้ำออกจากตัวถ้ำมีปัญหา เนื่องจากบริเวณโถงที่ 3 กระแสไฟไม่เพียงพอ จึงต้องมีการติดตั้งกระแสไฟก่อน เพื่อที่จะเร่งสูบน้ำออกจากบริเวณ 3 แยก โดยเจ้าหน้าที่มีการนำเครื่องสูบน้ำกว่า 10 เครื่อง เข้าไปประจำการแล้ว หากฝนไม่ตก คาดว่าระดับน้ำด้านในจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯเชียงราย เผยกังวลสภาพอากาศ ให้เจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง ช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำ จ่อปรับแผน ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เดินหาปล่องโพรงหากพิกัดตรงเนินนมสาว หวังใช้เป็นอีกทางออก ชี้ เดินทางเข้าถ้ำใช้เวลาไปกลับ 11 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ค. ที่วนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมด้วย พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3, พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 และนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือน้องๆทีมหมูป่า 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องแรกสิ่งที่เรากังวลมากที่สุดคือเรื่องสภาพอากาศ เราให้กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินสถานการณ์ทุกวัน แต่ก่อนเราทำงานแข่งกับเวลา แต่ตอนนี้เราแข่งกับน้ำ เราสูบเท่าที่มีศักยภาพ เมื่อเช้านี้เราตรวจพบคือมีกลุ่มอาสาสมัครที่อยู่นอกการขึ้นทะเบียนได้ไปขุดเจาะน้ำและอัดน้ำเข้าไป จึงขอความกรุณาอะไรที่อยู่นอกแผนขอให้มาคุยกันก่อน วันนี้เป็นวันที่ 14 ทุกคนก็ล้ากันมาก เจ้าหน้าที่สู้กันตลอดเวลา

ผวจ.เชียงราย กล่าวต่อว่า วันนี้ภารกิจหลักคือการสูบน้ำ ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา มีคำถามว่าเมื่อไหร่น้องจะได้คุยกับพ่อแม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ นำโทรศัพท์เข้าไปแล้ว และโทรศัพท์เกิดตกน้ำจนเกิดความเสียหาย ซึ่งในวันนี้ก็ได้จัดชุดใหม่เข้าไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การเข้าออกถ้ำยากกว่าเดิม

เพราะมันจะเข้าไปอยู่ในที่ที่ยิ่งแคบๆ ซึ่งระบบสื่อสารของเราคือ ถ้าเราออกจากปากถ้ำและเดินไปถึงจุดที่น้องๆอยู่ เดินเข้าออก ซึ่งเดินเข้าออกเป็นเวลา 11 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นมันจึงทำให้ข่าวสารของเราหลุดหายไป 11 ชั่วโมง กว่าเราจะได้แต่ละเรื่อง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here