ฟ้าสดใส ภาพมุมสูง ‘ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน’ เร่งฟื้นฟูวนอุทยานหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

0
440

ฟ้าสดใส ภาพมุมสูง ‘ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน’ เร่งฟื้นฟูวนอุทยานหลังเสร็จสิ้นภารกิจ (ชมคลิปท้ายข่าว)

วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จะได้รับการยกระดับเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูให้ติดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง การฟื้นฟูจะมีขึ้นภายหลังภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี สำเร็จลุล่วง

นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช วางแผนสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูล่วงหน้า ทั้งสภาพพื้นที่ ภูมิทัศน์ ในระยะสั้น และระยะกลาง

พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับประเทศต่อไป โดยให้มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตลอดระยะเวลาการดำเนินการผ่านศูนย์นิทรรศการ

ส่วนการดูแลพื้นที่หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ จะเพิ่มมาตรการเข้มงวดการเข้าท่องเที่ยว หรือศึกษาวิจัยภายในถ้ำ เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มากยิ่งขึ้น ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เน้นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก รวมถึงวางผังจุดไหนมีความเสี่ยง ล่อแหลม จะกันพื้นที่ห้ามเข้าเด็ดขาด

นอกจากนี้ จะสำรวจพื้นที่โดยรอบวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพิ่มเติมด้วย เนื่องจากมีเนื้อที่ไม่มาก แต่หากผนวกรวมพื้นที่และเข้าเกณฑ์เงื่อนไข อาจเสนอประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ได้ในอนาคต

ทีมช่วยเหลือ 13 หมูป่าฯ ยังคงทำงานอย่างหนัก สูบระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง ระดับน้ำหน้าถ้ำทรงตัว แต่ในถ้ำลดลงเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 ซม. พร้อมผันน้ำออกจากลำธารรอบถ้ำ สภาพอากาศดีขึ้น ปริมาณฝนภาคเหนือลดลง

เช้าวันที่ 5 ก.ค. เข้าสู่วันที่ 12 ของการช่วยเหลือ นำ 13 ชีวิต ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ออกมาจากถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายคมสัน สุวรรณอำภา ผอ.ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง เปิดเผยถึงการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนในช่วงคืนที่ผ่านมา เช้าวันนี้

ระดับน้ำบริเวณหน้าถ้ำอยู่ที่ระดับ 29 เซนติเมตร หากเปรียบเทียบกับข้อมูลเมื่อวานนี้ ถือว่าระดับน้ำที่หน้าถ้ำหลวงฯ ยังทรงตัวอยู่ ส่วนระดับน้ำเลยปากถ้ำหลวงลึกเข้าไป 300 เมตร พบว่ามีระดับน้ำลดลงเฉลี่ยชัวโมงละ 1 เซนติเมตร

นอกจากได้ระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงแล้ว ปภ.ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ผันน้ำจากลำธารที่จะไหลลงสู่ถ้ำ ที่จุดบ่อน้ำพุ และจุดกิ่วนาง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากข้างนอกไหลลงมาเติมน้ำในถ้ำอีก

“ที่น่าห่วงตอนนี้คือภายในวันสองนี้หากมีฝนตกลงมาในบริเวณดอยผาหมี เราจะต้องป้องกันไม่ให้น้ำจากข้างนอกไหลเข้ามาเติมน้ำในถ้ำ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ปภ.ได้ทำงาน สูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง” นายคมสัน กล่าว

ขณะที่สภาพอากาศในช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ค. บริเวณถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ฝนไม่ตก ท้องฟ้ามีเมฆมาก มีแสงแดดอ่อนๆ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ วันที่ 5 ก.ค.ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกำแพงเพชร ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และเพชรบูรณ์ ฯลฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปริมาณฝนในภาคเหนือลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีฝนตกเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่

กองทัพเรือ ได้รายงานสรุปผลปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (นสร.กร.) หรือ หน่วยซีล ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก “กองทัพเรือ Royal Thai Navy” เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า

สำหรับความคืบหน้าประจำวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งปฏิบัติการของหน่วยซีล ณ วันที่ 11 ความตั้งใจในการปฏิบัติ จัดชุดช่วยเหลือฯ หรือ หน่วยซีล, พยาบาลเวชศาสตร์ใต้น้ำ กรมแพทย์ทหารเรือ, พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน แพทย์ทหารบก ที่มีขีดความสามารถในการดำน้ำ อยู่ที่บริเวณเนินนมสาว เพื่อทำการตรวจประเมินสุขภาพของผู้ประสบภัย

โดยจัดชุดช่วยเหลือส่วนใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารบก, นักดำน้ำจากต่างประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, จีน, นักดำน้ำของตำรวจน้ำ, นักดำน้ำอาสาสมัครกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ กฝผ. เพื่อดำเนินการลำเลียงอาหาร ทั้งอาหารเหลวประเภทให้พลังงานหรือพาวเวอร์เจล, เกลือแร่, น้ำดื่ม, ยา, ผ้าห่มกันหนาวแบบฟอยล์ และขวดอากาศ เข้าสู่บริเวณที่พบผู้ประสบภัย (เนินนมสาว) ตลอดจนดำเนินการติดตั้งระบบสูบน้ำบริเวณโถง 2 ติดตั้งโทรศัพท์ทางสาย ลำเลียงขวดอากาศเพิ่มเติมเพื่อให้หน่วยซีล สามารถปฏิบัติงานได้เพียงพอ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here