‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ เผย! นำ ‘ทีมหมูป่า’ ออกทางด้านบนปลอดภัยกว่า

0
173

‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ เผย! นำ ‘ทีมหมูป่า’ ออกทางด้านบนปลอดภัยกว่า (ชมคลิปท้ายข่าว)

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ระบุหากน้ำในถ้ำต่ำกว่านี้อีกสัก 1 เมตร น่าจะนำทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมีออกมาได้ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดาราชื่อดัง ซึ่งได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู มาร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมีแม่สาย ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ว่า

ตนได้เข้าไปถึงโถง 3 จากการประเมินยังไม่ทราบว่าจะนำเด็กๆ ออกมาช่วงไหน เนื่องจากน้ำยังสูงมาก หากน้ำต่ำกว่าปัจจุบันอีกสัก 1 เมตร น่าจะนำเด็กออกมาได้ ขณะที่สภาพในถ้ำไม่ลำบากมากนัก พอเดินได้ มีไฟฟ้าและมีเชือกให้เกาะตลอดทาง จากการที่หน่วยซีลได้วางแนวไว้

มูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้คนที่ประสบภัยมาโดยตลอด และนายโบ๊ต วิบูลย์นันท์ เพื่อนดารา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เดินทางมายังศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือฯ ในวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน เพื่อขอเข้าไปช่วยเหลือเด็กๆ นักเตะฟุตบอลเยาวชนทีมทีน ทอล์ค (หมูป่า) อะคาเดมี แม่สาย และโค้ช รวมจำนวน 13 คน ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา

โดยนายโบ๊ต วิบูลย์นันท์ กล่าวว่า ทีมมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะนำทีมเข้าไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ภายในถ้ำ ไม่ใช่ด้านนอก แต่จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือ ดังนั้นจึงจะมีการปรึกษาหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยซีลก่อน จากนั้นจะนำอุปกรณ์ที่จำเป็นไปทำการสนับสนุนการทำงานต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รายงานไปยังนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ฯ ซึ่งได้สั่งการเอาไว้ชัดเจนว่า หากมีผู้ประสงค์จะเข้าร่วมการช่วยเหลือให้แจ้งกับศูนย์ฯ ให้ได้รับทราบก่อน จากนั้นให้ไปปรึกษากับหน่วยซีล ซึ่งในได้ตั้งห้องโถงที่ 3 เป็นศูนย์บัญชาการอยู่ภายในถ้ำแต่มีศูนย์อำนวยการอยู่ตรงปากถ้ำต่อไป

ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน นายขาว เขียวภักดี ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิง 3 ในฐานะผู้ควบคุมการสูบน้ำในถ้ำหลวง เปิดเผยถึงระดับน้ำบริเวณในถ้ำ และมีการวางแผนนำเครื่องสูบเข้าไปเพิ่มเติม เพื่อสูบน้ำบริเวณโถงที่ 3 โดยเร็ว ให้ระดับน้ำลดลง เพื่อที่ทีมหมูป่าอคาเดมีและหน่วยซีลจะได้ออกมาได้อย่างสะดวก

นายขาว กล่าวต่อว่า ล่าสุดขณะนี้จากบริเวณปากถ้ำ ระยะทาง 300 เมตร ระดับน้ำอยู่ที่บริเวณ หัวเข่า เอว และหน้าอก ซึ่งถือว่าสามารถเดินได้ ส่วนบริเวณระยะทาง 1,500 เมตร ซึ่งอยู่บริเวณโถงที่ 3 ไปยังจุดเนินนมสาว ทราบจากหน่วยซีลว่า ระดับน้ำยังคงสูงมาก ซึ่งหากจะนำเด็กทั้ง 13 คนออกมา จะต้องใช้การดำน้ำในระยะทาง 400-500 เมตร

นายขาว กล่าวอีกว่า ซึ่งการสูบน้ำออกจากตัวถ้ำมีปัญหา เนื่องจากบริเวณโถงที่ 3 กระแสไฟไม่เพียงพอ จึงต้องมีการติดตั้งกระแสไฟก่อน เพื่อที่จะเร่งสูบน้ำออกจากบริเวณ 3 แยก โดยเจ้าหน้าที่มีการนำเครื่องสูบน้ำกว่า 10 เครื่อง เข้าไปประจำการแล้ว หากฝนไม่ตก คาดว่าระดับน้ำด้านในจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย พร้อมด้วย พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ร่วมกันแถลงความคืบหน้า กรณีการกู้ภัย13ชีวิตออกมาจากถ้ำหลวง

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องแรกสิ่งที่เรากังวลมากที่สุดคือเรื่องสภาพอากาศ เราให้กรมอุตุฯประเมินสถานการณ์ทุกวัน แต่ก่อนเราทำงานแข่งกับเวลาแต่ตอนนี้เราแข่งกับน้ำ เราสูบเท่าที่มีศักยภาพ เมื่อเช้านี้เราตรวจพบคือมีกลุ่มอาสาสมัครที่อยู่นอกการขึ้นทะเบียนได้ไปขุดเจาะน้ำและอัดน้ำเข้าไป ขอความกรุณาอะไรที่อยู่นอกแผนขอให้มาคุยกันก่อน วันนี้เป็นวันที่ 14 ทุกคนก็ล้ากันมาก เจ้าหน้าที่สู้กันตลอดเวลา

ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า วันนี้ภารกิจหลักสูบน้ำเหมือนเดิม เมื่อวานมีคำถามว่าเมื่อไรน้องจะคุยกับพ่อแม่ได้ โทรศัพท์เข้าไปแล้ว จัดชุดใหม่เข้าไป วันนี้การเข้าออกยากกว่าเดิม ยิ่งแคบ ระบบสื่อสารของเราถ้าเราออกถึงปากถ้ำ เดินเข้าออก 11 ชั่วโมง ข่าวสารของเราหลุดหายไป 11 ชั่วโมง ทั้งนี้ ภารกิจเพิ่มเติม เราคำนวณตำแหน่งที่น้องอยู่ตรงเนินนมสาว เทียบกับพิกัดตรงพื้ดินว่าอยู่ตรงไหน เราระดมสรรพกำลังเดินป่าที่มีอยู๋ 20-30 ทีม ไปเดินเพื่อดูช่องโปร่ง โพรงต่างๆ ลงสำรวจได้หรือไม่ เป็นการปรับแผนอีกอันหนึ่ง ขณะเดียวกันเราพยายามพร่องน้ำใต้ดินออก

ส่วนปฏิบัติการของกระทรวงกลาโหมร่วมกับจังหวัด เราทำเป็นอันหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งการนำข้อมูลข่าวสารจากข้างในออกมาเพื่อประเมินใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง ขาเข้า ซีลใช้เวลา 6 ชั่วโมง ขาออก 5 ชั่วโมง ส่วนการพร่องน้ำในถ้ำ ช่วงระยะแรกที่เราต้องดำ 3-4 จุด การสูบน้ำไปได้เยอะ เหลือดำจุดเดียวก่อนถึง 3 แยก ทำให้การส่งยุทโธปกรณ์เร็วขึ้น ส่วนซีลจะมีข้อมูลว่าเนินที่เป็นปล่อง มีอากาศภายนอกมาเติมอยู่ตรงไหน เราโฟกัสจุดนั้น อุทยาน หน่วยรบ ไปดูจากข้อมูลของซีล

การนำน้ำ การเดินไฟฟ้า การเพิ่มถังออกซิเจนได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย การเข้าออกต้องใช้เวลา หน่วยปฏิบัติของเราทำงานอย่างทุ่มเท 24 ชั่วโมง หากอยากทราบความคืบหน้าให้ถามผวจ. ส่วนข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานให้ถือเป็นข้อมูลเสริม ผวจ.เชียงราย กล่าวว่า สำหรับการพร่องน้ำ ระบบปฏิบัติการเริ่มเซ็ตว่าใครจะทำด้านไหนอะไร ในถ้ำก็ทำ บนถ้ำก็ทำโดยอุดและเบี่ยงเบนเส้นทางน้ำไหล เราสูบน้ำเกิน 90 กว่าชั่วโมง สูบน้ำได้ 130 ล้านลิตร มีผู้หวังดีเข้ามาแต่ไม่เข้าใจระบบน้ำ ใครที่มาพร่องน้ำแถวนี้ ต้องมาบอกผวจ. เราต้องเป็นหูเป็นตาด้วย

บางเรื่องอย่าไปดราม่าตาม ระบบเราเซ็ตหมดแล้ว คนที่นอกเหนือจากนั้นอย่ามายุ่ง ยืนยันว่าระบบพร่องน้ำ เราคุมสถานการณ์ได้ ขอบคุณทุกเครื่องจักทุกฝ่ายมาช่วย พร่องน้ำให้มากที่สุดเพื่อให้เด็กๆออกมาง่าย ทั้งนี้ มีประชาชนจิตอาสามาช่วยพวกเรา กำลังทหาร กำลังชลประทานและกรมอุทยานฯ มาช่วยกันแต่ยากลำบากเพราะต้องเดินผ่านลำห้วยขึ้นไป ตอนนี้ภารกิจตรงนี้หมดแล้ว ภารกิจหลักคือขึ้นข้างบนแล้วเดินหาจุดที่เราสงสัยมากที่สุด ส่วนด้านล่างเราก็ยังดูอยู่

‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ เผย! นำ ‘ทีมหมูป่า’ ออกทางด้านบนปลอดภัยกว่า (ชมคลิป)

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here