นักปีนผา ยอมทิ้งตั๋วบิน ช่วยหาโพรงเข้าถ้ำหลวง ค้าน แนวคิดเจาะถ้ำ เสี่ยงถล่ม

0
115

นักปีนผา ยอมทิ้งตั๋วบิน ช่วยหาโพรงเข้าถ้ำหลวง ค้าน แนวคิดเจาะถ้ำ เสี่ยงถล่ม (ชมคลิปท้ายข่าว)

จากกรณีการสำรวจโพรงและปล่องบนดอยผาหมีและดอยผาฮี้ ภารกิจหาช่องทางที่จะเชื่อมไปยังถ้ำหลวง เพื่อช่วยทีมหมูป่าอะคาเดมี่ออกมา หลังจากติดภายในถ้ำหลวงมาตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา

วันที่ 6 ก.ค. 61 นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ขณะนี้การสูบน้ำภายในถ้ำโถง 1 และ 2 แห้งแล้ว ส่วนโถง 3 ระดับน้ำลดลงจนสามารถเดินผ่านได้

แต่มีจุด 1,400 เมตร ซึ่งเป็นคอห่านที่มีความลึกประมาณ 10 เมตร ที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสูบอย่างต่อเนื่อง โดยได้เพิ่มเครื่องปั๊มน้ำเข้าไป ทำให้ตอนนี้มีเครื่องปั๊มน้ำ 4 เครื่อง แต่ในวันพรุ่งนี้จะเพิ่มอีก 7 เครื่อง รวมเป็น 11 เครื่อง

นอกจากนี้ จะเพิ่มไฟอีก 3 เฟส และจะขยายเข้าไปในจุด 1,500 เมตร ซึ่งขณะนี้ไฟพร้อมแล้วในจุด 1,400 เมตร ก่อนถึงโถง 3 ส่วนสายสื่อสารและสายอากาศตอนนี้ถึงโถง 3 แล้ว โดยได้พันไปด้วยกัน 2 เส้น และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเข้าไปถึงจุดเนินนมสาวที่เด็กและโค้ช ทั้ง 13 คนอยู่เมื่อใด เนื่องจากยังมีอุปสรรคเรื่องของพื้นที่ ส่วนสายอากาศที่ต่อไปถึงโถง 3 จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ระบุว่า สายอากาศดังกล่าวจะต้องต่อกับถังอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งใช้ได้ครั้งละประมาณ 10 นาที โดยขณะนี้สามารถปล่อยอากาศด้านในโถง 3 ได้แล้ว

ด้าน ผู้ใหญ่อาซาน ทีมเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะลิบง เปิดเผยภายหลังเสร็จภารกิจจากการสำรวจโพรงเหนือถ้ำหลวงว่า กำลังจะเดินทางกลับไปพักผ่อน ซึ่งหลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของอดีตหน่วยซีลก็รู้สึกเสียใจ และอยากจะฝากกำลังใจไปถึงครอบครัวอดีตหน่วยชีล ให้สู้ต่อไป ส่วนทีมงานของตัวเองนั้น เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็ยังคงมีกำลังใจดี สู้ปฏิบัติงานต่อไปเพื่อช่วยเหลือน้องน้องทั้ง 13 คน

ด้าน นายกำพลศักดิ์ สัสดี นักสำรวจถ้ำ ในทีมที่เข้ามาช่วยเหลือภารกิจ เปิดเผยว่า จุดที่จะลงพื้นที่สำรวจเป็นบริเวณด้านหลังเขาขุนน้ำนางนอน ซึ่งมีลักษณะเป็นร่องเขามีสันปันน้ำผ่าอยู่ตรงกลาง เป็นจุดที่รับน้ำมาจากสันปันน้ำจากชายแดน คาดว่าน่าจะมีร่องน้ำบางจุดที่ดันตัวลงไปหาถ้ำข้างล่างตามธรรมชาติ

โดยเส้นทางการเดินทางต้องเดินทางจากทางผาหมีเพื่อเดินทางมาเลียบชายแดน ก่อนที่จะขึ้นไปตรงด้านหลังเขาขุนน้ำนางนอน แต่ตรงจุดดังกล่าวไม่สามารถเบี่ยงเบนทางน้ำได้ เนื่องจากมีตาน้ำเป็นจำนวนมาก คาดว่าบางจุดน่าจะซึมจากใต้ดินและไปโผล่อยู่ภายในถ้ำ และบางจุดก็มีลำธารผ่านผิวดินและอยู่ภายในถ้ำ

ซึ่งตรงจุดดังกล่าวห่างจากจุดเนินนมสาวในรัศมีเพียง 500 เมตร แต่ต้องมีการสำรวจว่าในละแวกใกล้เคียงว่ามีโพรงหรือไม่ โดยระยะเวลาในการเดินทางขึ้นไปประมาณ 3 ชั่วโมง การขึ้นไปครั้งนี้แค่ทำสัญลักษณ์ไว้ถ้าหากเจอโพรง วันรุ่งขึ้นถึงจะไปสำรวจอีกครั้ง สำหรับข้อมูลดังกล่าวตนได้มาจากเจ้าหน้าที่ที่เคยเข้าไปภายในถ้ำหลวงประมาณ 20 ปีก่อน แล้วพบกับแสงที่ลอดผ่านทะลุเข้ามาในถ้ำ

นายกำพลศักดิ์ เล่าต่อว่า หากพบว่าจุดดังกล่าวมีโพรงที่สามารถโรยตัวลงไปได้ จะเป็นผลดีกับเด็กที่ใช้ระยะทางไม่มากในการดำน้ำมาที่โพรงแล้วให้เจ้าหน้าที่พาโรยตัวขึ้นมา ขณะนี้ตนรอทางนักปืนเขาจากไร่เลย์กระบี่ที่กำลังเดินทางมา และจะลงพื้นที่พร้อมกับอาสาราชสีห์ แต่กับทางทีมเก็บรังนกได้แบ่งส่วนงานการค้นหาแล้ว

สำหรับ นายเอกลักษณ์ คงแก้ว หรือ หมี สมาชิกชมรมปีนผาอ่าวไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาที่ถ้ำเขาหลวงตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. เพื่อมาทำภารกิจในการค้นหาเด็กทั้ง 13 คนตามที่ตั้งเป้าไว้ จนเมื่อวันที่ 2 ก.ค. เจ้าหน้าที่พบเด็กๆ แล้ว ตัวเองถึงกับร้องไห้ที่ได้ทราบข่าวดีเช่นนี้ ดังนั้นพวกตนจึงถอนทีมออกมา บางคนก็เดินทางกลับบ้านทันที แต่โชคดีที่ตนยังอยู่ภายในจังหวัดเชียงราย จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (5 ก.ค.) ตนได้รับสายโทรศัพท์ให้เข้ามาช่วยเหลือในการทำภารกิจค้นหาเด็กต่อ ซึ่งก็ได้ตอบตกลงและยอมทิ้งตั๋วเครื่องบินที่จะเดินทางกลับบ้านในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ค.) ทันที

จากนั้น ได้ประสานทีมงานและวันนี้ตนเดินทางขึ้นเขาไปทางด้านท้ายถ้ำหลวงทันที แต่มีอุปสรรคในเรื่องของฝนที่ตกและทางชัน ประกอบกับระยะทางที่ต้องเดินทั้งหมด 10 กิโลเมตร จึงได้ถอนทีมมาเพื่อเดินทางขึ้นไปต่อพรุ่งนี้อีกครั้ง ซึ่งตนจะทำภารกิจต่อ เพราะอยากเจอเด็กทั้ง 13 คน

นักปีนผา ยอมทิ้งตั๋วบิน ช่วยหาโพรงเข้าถ้ำหลวง ค้าน แนวคิดเจาะถ้ำ เสี่ยงถล่ม (ชมคลิป)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here