2 ฮีโร่ถ้ำหลวง ชาวออสเตรเลีย ‘เข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์’ พร้อมเหรียญกล้าหาญ เชิดชูเกียรติ ยกย่องความเสียสละ

0
140

2 ฮีโร่ถ้ำหลวง ชาวออสเตรเลีย ‘เข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์’ พร้อมเหรียญกล้าหาญ เชิดชูเกียรติ ยกย่องความเสียสละ (ชมคลิปท้ายข่าว)

ทีมเจ้าหน้าที่จากออสเตรเลีย รวมถึง นพ.แฮร์ริส ได้ออกเดินทางกลับประเทศออสเตรเลียเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ชาวออสเตรเลียได้เรียกร้องให้มีการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับ 2 คุณหมอ เมื่อเวลา 06.00 น. ทีมเจ้าหน้าที่จากออสเตรเลีย รวมถึง นพ.แฮร์ริส ได้ออกเดินทางกลับประเทศออสเตรเลียเป็นที่เรียบร้อย โดยมีนายวิสูตร คำยอด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ให้การต้อนรับ และแสดงการขอบคุณทั้งคณะที่มาช่วยในการค้นหา และช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี โดยคณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางกลับด้วยเครื่องบินพิเศษของกองทัพอากาศออสเตรเลีย

ขณะที่ชาวออสเตรเลียได้เรียกร้องให้มีการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับ 2 คุณหมอนักดำน้ำที่มีบทบาทสำคัญในภารกิจช่วยนำทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำในครั้งนี้ โดยชาวออสเตรเลีย ที่ติดตามข่าวภารกิจช่วยนำตัว 13 ชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงต่างออกมาเรียกร้องให้นายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ และนายสัตวแพทย์เครก ชาลเลน

ซึ่งเป็นสองคนในทีมนักดำน้ำชาวออสเตรเลีย ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำ ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์วิคตอเรียครอส ซึ่งเป็นเหรียญอิสริยาภรณ์ ที่มอบกับททารที่มีความกล้าหาญเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษทรงสถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Australia ขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 เพื่อมอบแก่ชาวออสเตรเลียที่ได้กระทำความดีความชอบ รวมทั้งชาวต่างประเทศที่ได้กระทำคุณประโยชน์อย่างยิ่งให้แก่เครือรัฐออสเตรเลีย หรือมนุษยชาติทั้งหลาย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตระกูลนี้แยกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทบุคคลทั่วไป และประเภททหาร

โดยทั้งสองประเภทแบ่งออกเป็น 4 ชั้นตรรา ดังนี้ 1. Companion of the Order of Australia (AC) 2. Officer of the Order of Australia (AO) ทั้งนี้ นายแพทย์แฮรร์ริส เป็นผู้ตรวจร่างกาย และประเมินความพร้อมทั้งสภาพร่างกาย และจิตใจของ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ก่อนที่ทั้งหมดจะออกมาจากถ้ำ ซึ่งในช่วงที่ปฏิบัติภารกิจดังกล่าว คุณพ่อของคุณแฮร์ริสก็ได้เสียชีวิตลง ขณะที่นายสัตวแพทย์ชาลแลน ได้ตัดสินใจยกเลิกแผนท่องเที่ยวในวันหยุด เพื่ออาสามาช่วยเด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่าอีกด้วย

โดยหลังภารกิจที่ถ้ำเสร็จสิ้น นายแพทย์ทั้งคู่ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ภารกิจดังกล่าวออกมาดีกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก โดยพวกเขาได้ใช้ความสามารถและประสบการณ์เพื่อช่วยเหลือในภารกิจ ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญมากมายจากนานาประเทศ โดยมีรัฐบาลไทยเป็นผู้นำ ขณะที่จอห์น โวลันเธน นักดำน้ำชาวอังกฤษ ที่เป็นผู้พบสมาชิกทีมหมูป่าในถ้ำเป็นคนแรกได้บอกว่า นายแพทย์แฮร์ริสมีส่วนช่วยให้เด็กๆ และโค้ชทีมหมูป่าผ่อนคลาย และรู้สึกไว้ใจทีมช่วยเหลือ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในปฏิบัติการนี้

สำหรับนายแพทย์ ริชาร์ด แฮร์ริส (Richard Harris) วิสัญญีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำชาวออสเตรเลียจากเมืองแอดิเลด ผู้มีประสบการณ์ในการดำน้ำกว่า 30 ปี เป็นผู้เสี่ยงชีวิตเดินทางเข้าไปวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ร่วมกับทีมช่วยเหลือคนอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าที่ติดอยู่ภายในเป็นเวลากว่า 15 วัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 ก.ค.)

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ให้สัญญาณเพื่อให้ทีมช่วยเหลือนำตัวเด็กๆ ชุดแรกจำนวน 4 คนออกจากถ้ำจนสำเร็จ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ก.ค.) นางจูลี บิชอป (Julie Bishop) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียระบุว่า ความเชียวชาญที่นายแพทย์ริชาร์ดมีนั้นกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากระหว่างที่ภารกิจช่วยเหลือเด็ก ยังคงดำเนินต่อไป พร้อมการช่วยเหลือจากบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลียจำนวน 19 คน

“เขามีนักดำน้ำที่สมทบกับเขาด้วยเช่นกัน เขาเป็นบุคลากรการแพทย์ของออสเตรเลีย และเป็นส่วนหนึ่งที่ประเมินสภาพร่างกายของเด็กว่าพร้อมที่จะดำน้ำออกมาสู่อิสระภายนอกถ้ำ” นางจูลี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียระบุ

โดยนายแพทย์ริชาร์ดยังคงเป็นส่วนสำคัญของทีมช่วยเหลือจากต่างประเทศ ที่จะช่วยเหลือสมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าที่เหลือและโค้ชออกมาจากถ้ำหลวงในเร็วๆ นี้ นักดำน้ำและเด็กๆ จะต้องดำน้ำ ว่ายน้ำ และปีนป่ายเพื่อไปยังจุดที่ปลอดภัยภายในช่องทางของถ้ำที่มืดสนิทและค่อนข้างคับแคบที่พอผ่านไปได้

คนที่รู้จักนายแพทย์ริชาร์ดจะบอกว่า ทักษะเฉพาะตัวของเขาก็คือการเปิดโอกาสความสำเร็จให้ทีมช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นายเดวิด สไตรก์ (David Strike) ผู้ซึ่งรู้จักกับนายแพทย์ริชาร์ดมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี ระบุว่าทักษะทางการแพทย์และประสบการณ์การดำน้ำและกู้ชีพในถ้ำของเขานั้นเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้

“ริชาร์ด เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในทีมที่มีความเฉพาะตัวและน่ามหัศจรรย์ที่เสียสละความสุขส่วนตัว ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่น อาจจะดูเกินจริง แต่ทุกๆ คนที่กล่าวมาคือฮีโร่ตัวจริง” นายเดวิดกล่าวกับสำนักข่าวแฟร์แฟกซ์

นายแพทย์ริชาร์ดใช้เวลาเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาทำงานให้กับ MedSTAR หน่วยแพทย์ทางอากาศสำหรับศูนย์ลำเลียงผู้ป่วยของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย นอกจากนี้ ความสนใจในการสำรวจและการถ่ายภาพของเขา ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสมาคมนักดำน้ำนานาชาติ

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการช่วยเหลือภายในถ้ำ ในปี 2011 เขาได้ปฏิบัติภารกิจที่ยากลำบาก โดยการกู้ร่าง แอกเนส มิโลวกา (Agnes Milowka) เพื่อนของเขาที่เสียชีวิตหลังขาดอากาศในถ้ำ Tank Cave ใกล้ภูเขา Gambier ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย

หลังปฏิบัติการในครั้งนั้น นายริชาร์ดบอกว่า เราเห็นร่างของเพื่อนจมอยู่ในน้ำลึกประมาณ 20 เมตร อยู่ห่างจากปากถ้ำเป็นระยะทางครึ่งกิโลเมตร เธอขาดอากาศหลังแยกออกไปจากกลุ่มเพื่อนที่ดำน้ำด้วยกัน และไม่สามารถหาทางออกได้ “ดูเหมือนว่าเธอจะยังควบคุมสติได้จนถึงลมหายใจสุดท้าย ระหว่างที่เธอพยายามนำตัวเองออกมา” นายแพทย์ริชาร์ดบอกกับหนังสือพิมพ์ดิ ออสเตรเลียน ในเวลานั้น

อีกทั้ง ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส เป็นนักถ่ายภาพใต้น้ำเข้าใช้เทคนิคการดำน้ำแบบ “Rebreather” สำรวจและถ่ายรูปถ้ำใต้น้ำ ทั้งในออสเตรเลียและต่างประเทศ รวมทั้งยังมีประสบการณ์ดำน้ำสำรวจถ้ำนานกว่า 30 ปีทั้งในออสเตรเลีย, จีน, หมู่เกาะคริสมาส, นิวซีแลนด์ อีกทั้งยังสนใจเรื่องของความปลอดภัยในการดำน้ำและสืบสวนอุบัตเหตุที่เกี่ยวข้องกับถ้ำและเทคนิคการดำน้ำ จนเว็บไซต์ ออซเท็ค ยกย่องว่า “เขาเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาความสามารถเรื่องการกู้ภัยในถ้ำและบ่อน้ำในออสเตรเลีย”

คลิป

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here