กรมทรัพยากรธรณี เตือน 7 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงภัย ‘เฝ้าระวัง ดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก’ 20-22 ก.ค. 2561

0
243

กรมทรัพยากรธรณี เตือน 7 จังหวัด พื้นที่เสี่ยงภัย ‘เฝ้าระวัง ดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก’ 20-22 ก.ค. 2561 (ชมคลิปท้ายข่าว)

กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดินถล่มของกรมทรัพยากรธรณี และประชาชนทั่วไป -ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก -ภาคกลาง พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี-ภาคตะวันออกฉียงเหนือ พื้นที่จังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี -ภาคตะวันออก พื้นที่จังหวัดตราด จันทบุรี -ภาคใต้ พื้นที่จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา

เฝ้าระวังภัยดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากในระหว่างวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2561 โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ดังนี้
จังหวัดแม่ฮ่องสอน อ.เมือง แม่ลาน้อย ขุนยวม ปาย ปางมะผ้า
จังหวัดตาก อ.แม่ระมาด ท่าสองยาง แม่สอด อุ้มผาง พบพระ
จังหวัดอุตรดิตถ์ อ.น้ำปาด ท่าปลา ฟากท่า บ้านโคก

- Advertisement -

จังหวัดเชียงใหม่ อ.แม่ออน ดอยสะเก็ด พร้าว สันทราย
จังหวัดอุดรธานี อ.นายูง น้าโสม
จังหวัดหนองคาย อ.สังคม
จังหวัดกาญจนบุรี อ.ทองผาภูมิ สังขละบุรี

เนื่องจากได้รับอิทธิพล พายุดีเปรสชัน “เซินติญ” และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง วัดปริมาณน้ำฝนต่อวันได้ มากกว่า 100 มิลลิเมตร อาจทำให้เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากได้  พายุเซินติญ ที่กำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนบนประเทศเวียดนาม ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศและทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางของไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานงานเตรียมรับมือน้ำท่วม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงคลื่นลมแรง เจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์ รวมถึงเตรียมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง และกวดขันการเดินเรือทุกประเภทตลอดช่วงนี้

หลายคนเคยได้ยินชื่อ “เซินติญ” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่พายุไต้ฝุ่นชื่อเดียวกันนี้เข้าถล่มเวียดนามตอนบน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 คน และความเสียหายต่อที่พักอาศัยกว่า 50,000 หลังคาเรือน ในเดือน ต.ค. 2555

เหตุที่ชื่อ เซินติญ ถูกนำมาใช้อีกครั้ง เป็นเพราะวิธีการตั้งชื่อพายุ เป็นการนำรายชื่อที่มีอยู่แล้วมาใช้วนตามลำดับอักษร โดยชื่อทั้งหมดเป็นชื่อที่ได้รับการเสนอจาก กลุ่มประเทศที่อยู่บนคาบสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกตอนบน และทะเลจีนใต้

นักอุตุนิยมวิทยาจากภูมิภาคนี้ทั้งหมด จะประชุมร่วมกันหลายครั้งในแต่ละปี โดยรวมถึงการหารือเรื่องการกำหนดชื่อของพายุด้วย ดังนั้น พายุที่เกิดในประเทศ อย่าง สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ไทย หรือมาเลเซีย ทั้งหมดจะใช้ชื่อพายุจากรายชื่อเดียวกัน ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดราว 140 ชื่อ

เซินติญ หรือ Son-Tinh เป็นชื่อที่เวียดนามเป็นผู้เสนอ ซึ่งเป็นชื่อของวิญญาณหรือตัวละครที่เป็นตัวแทนของภูเขา ในภาษาเวียดนาม และมีความหมายในแง่บวก ขณะที่ชื่อของไทย มีชื่ออย่าง พระพิรุณ วิภา และเมขลา ไปจนถึงชื่อดอกไม้และผลไม้ เช่น กุหลาบ ชบา และขนุน

เดิมที นักอุตุนิยมวิทยาใช้วิธีติดตามพายุตามปีที่พวกมันเกิดขึ้น แต่ในบางภูมิภาคของโลกอาจมีพายุได้นับร้อยครั้งในแต่ละปี และแต่ละลูกอาจมีอายุนานหลายเดือน การตั้งชื่อให้กับพายุ จึงช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามพวกมันได้สะดวก นอกจากนี้ มันยังช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ตามสื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

ส่วนชื่อของพายุที่เคยสร้างความเสียหายรุนแรง มักจะถูกทดแทนด้วยชื่อใหม่ ด้วยเหตุผลเพื่อความเหมาะสม เช่น พายุทุเรียน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในฟิลิปปินส์กว่า 1,400 คน ได้ถูกทดแทนด้วยชื่อ มังคุด ในปี 2551 ก่อนหน้านี้ พายุ “เซินติญ” ได้ถูกจัดเป็นพายุโซนร้อน และกำลังเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตก ผ่านประเทศลาวและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในนี้

อนึ่ง พายุโซนร้อน“เซินติญ” (SON-TINH) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำในเช้าวันนี้ (18 ก.ค. 61) และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในเย็นวันนี้ (18 ก.ค. 61)

ซึ่งจะ ส่งผลกระทบทำให้ในช่วงวันที่ 18-21 กรกฎาคม 2561 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตราย จากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

โดยล่าสุดได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว อย่างไรก็ตาม หลายจังหวัดในภาคเหนือและอีสานของไทยได้รับผลกระทบจากพายุเซินติญตั้งแต่เมื่อวานนี้ หลังฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดเหตุน้ำป่าทะลักใน จ. แม่ฮ่องสอน และปริมาณน้ำฝนยังทำให้มีน้ำไหลท่วมบ้านเรือนใน จ. แพร่

ในภาคอีสานมีรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้เกิดน้ำกัดเซาะตลิ่งในหลายจังหวัด เช่น มุกดาหาร และนครพนม สำหรับพายุเซินติญ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการระบุว่า ขณะนี้ได้อ่อนกำลังจากพายุโซนร้อนเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว แต่จะยังคงส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอยู่ โดยเฉพาะภาคอีสาน และภาคเหนือ

คลิป พายุ ‘เซินติญ’ ถล่มไทย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here