ผู้ว่าฯ ชร. เผย เร่งหน่วยแพทย์เข้าไปปฐมพยาบาลพื้นฟูเด็ก 13 ชีวิต ทุกอย่างเป็นไปตามแผน พร้อม ฮ.เคลื่อนย้ายเด็ก

0
53

ผู้ว่าฯ ชร. เผย เร่งหน่วยแพทย์เข้าไปปฐมพยาบาลพื้นฟูเด็ก 13 ชีวิต ทุกอย่างเป็นไปตามแผน พร้อม ฮ.เคลื่อนย้ายเด็ก (ชมคลิปท้ายข่าว)

ผู้ว่าฯเผย – เมื่อเวลา 05.20 น. วันที่ 3 ก.ค. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเยาวชนทีมหมูป่า อะคาเดมี และโค้ช รวม 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงจนพบตัวแล้วเมื่อค่ำวันที่ 2 ก.ค. ว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่วางแผนไว้

ตามที่เคยแจ้งไว้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เริ่มปฏิบัติการ ไม่ว่าการเตรียมทีมฟื้นฟูสุขภาพร่างกายของเด็ก ไปจนถึงการพร่องน้ำข้างล่าง ณ วันนี้เห็นแล้วว่ามีประโยชน์ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้เกือบจะทุกประการ  เมื่อถามว่าอยากจะฝากอะไรถึงพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวอยู่ในขณะนี้ ผู้ว่าฯ กล่าวว่าขอให้ทุกคนมีความสุขครับ

ต่อข้อถามถึงระดับน้ำ นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า น้ำลดลงอย่างน่าพอใจ ตลอดเวลา 3-4 วันนี้ ตอนนี้เราจะต้องมีการวางแผลต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จากที่ดำเนินการไว้เป็นไปตามแผนที่วางไว้คือ ค้นหา กู้ชีพ และพากลับ และวันนี้ค้นหาจนพบเด็กและโค้ชแล้ว 13 คน ต่อไปก็จะดำเนินการตามแผนต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร

ทั้งนี้ื จะร่วมประชุมกับหน่วยซีลก่อนว่าจะประเมินสถานการณ์ออกมาอย่างไรต่อไป เพราะจะต้องมีการเปลี่ยนแผนจากการค้นหา เป็นการเยียวยา ซึ่งได้ให้หน่วยแพทย์กู้ชีพเข้าไปปฐมพยาบาลพื้นฟูเด็กแล้ว เท่าที่ดูสุขภาพของเด็กถือว่าแข็งแรงดีมาก ส่วนเด็กจะออกมาจากถ้ำได้เมื่อใดนั้นต้องรอการประเมินอีกครั้งดังกล่าว

“ส่วนปัญหาเรื่องฝน วันนี้ไม่น่าห่วงอะไรแล้วเพราะเราสามารถเข้าไปหาเด็กได้แล้ว และเรายังดำเนินการสูบน้ำต่อไปอย่างต่อเนื่อง” ผู้ว่าฯ เชียงรายกล่าว นอกจากนั้นมีรายงานข่าวด้วยว่า เด็กทั้งหมดปลอดภัย แต่มี 3 คนได้รับบาดเจ็บโดยหน่วยซีลได้เข้าไปดูแลแล้ว และมีรายงานด้วยว่าขณะที่เด็กติดอยู่ภายในถ้ำ นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปีซึ่งเป็นโค้ช ได้ให้เด็กๆนอนนิ่งๆอยู่กับพื้น โดยไม่เด็กๆขยับตัวเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานในร่างกาย และให้ดื่มน้ำที่หยดลงมาจากผนังถ้ำเท่านั้น

นอกจากนี้ ทีมซีล ยังเผย วินาทีที่เจอ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ทุกคนสุดดีใจพูดขึ้น “เจอแล้วๆ” ส่วนเด็กๆ อยู่ในอาการหิวอย่างมาก ส่งสัญญาณขออาหาร ทีมซีลจึงมอบอาหารของตัวเอง ให้ไป ซึ่งเป็น ส่วนมื้อแรกต้องให้ทาน Power gel และ “ข้าวเหนียวหมู” เพื่อเสริมกำลังก่อน

01.24 น. วันที่ 3 ก.ค.61 หนึ่งในทีมซีล เปิดเผยกับทางเราว่าน์ว่า ณ ขณะที่ตนกำลังลำเลียงขวดอากาศอยู่ภายในโถง 3 นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงออกมาจากด้านในว่า “เจอแล้วๆ เจอเด็กแล้ว” ซึ่งทีมซีลและทีมอื่นๆ ณ จุดนั้น ก็ฮือฮากันอย่างมาก แต่ทุกคนก็ยังไม่แน่ใจว่า การพบ 13 ชีวิตเป็นเรื่องจริง 100% หรือไม่

“จากนั้น ก็มีรุ่นพี่ซีลคนหนึ่งนำคลิปที่ถ่ายจากกล้องโกโปรยื่นให้ทุกคนในบริเวณนั้นดู ซึ่งกล้องโกโปรตัวนี้ เป็นของทีมซีลที่ให้นักดำน้ำชาวอังกฤษยืมพอเราได้ดูและได้เห็นชัดเจนอย่างนั้น มันทำให้พวกเราทุกคนที่อยู่ในถ้ำดีใจมากๆ และภูมิใจที่สุดที่เราสามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ

โดยที่ 13 ชีวิตปลอดภัย มิหนำซ้ำ ยังมีเรี่ยวแรง สติสัมปชัญญะพูดภาษาอังกฤษโต้ตอบกับมาได้ด้วย”นอกจากนี้ผมยังเห็นทีมที่เพิ่งดำน้ำออกมาถือฟิวเจอร์บอร์ดขนาดราวๆ 12X6 นิ้ว มีข้อความเขียนอยู่บนนั้น ยาวพอสมควร และเขียนถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการเร่งด่วน แต่จับใจความได้ว่า หิวมากเลย ต้องการอาหาร”

“ในเวลาเดียวกันนั้น ทีมของเราก็เอาข้าวเหนียวหมูที่จะเอาไว้กินเองนี่แหละครับ เอาใส่ถุงดำและก็เอาเทปกาวพันแน่นหนาอย่างดี จากนั้นก็เอาใส่ถุงดำอีกทีจากนั้นก็เอาใส่ถุงดำอีกที แล้วก็ดำกลับไปให้เด็ก”หนึ่งในทีมซีล เผยกับทางเราว่า

โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงถึงจะสามารถนำทั้งหมดออกมาได้ สำหรับแผนการช่วยเหลือ ตามแผนที่ถูกซักซ้อมเสมือนจริง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งทางบกและทางอากาศ สำหรับกรณี อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรองรับเด็กๆและโค้ชทั้ง 13 คน หากสามารถนำออกมาจากถ้ำได้ก็มีความพร้อมอย่างมาก โดยที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ตั้งอยู่ในเขต อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

ห่างจากถ้ำหลวงประมาณ 60 กิโลเมตร นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้จัดคณะแพทย์ พยาบาล รถพยาบาล สถานที่รักษา ณ 3 อาคารอุบัติเหตุเพื่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ติดถนนสนามบินห่างจากฝูงบิน 416 (สนามบินเก่า) ที่ใช้เป็นสถานที่ส่งตัวทางเฮลิคอปเตอร์

นพ.ไชยเวช กล่าวว่า โรงพยาบาลเตรียมความพร้อมเต็ม 100 เปอร์เซ็นในการรองรับ โดยเมื่อได้ตัวเด็กมาก็จะส่งตัวไปยังหอเตรียมผู้ป่วยเพื่อการคัดแยกปลอดเชื้อ มีการเจาะเลือด ตรวจรักษา รวมทั้งเตรียมยารักษาที่จำเป็นเอาไว้แล้วครบถ้วน หลังจากรักษาเบื้องต้นแล้วก็จะแยกส่งไปรักษาต่อตามหอผู้ป่วยต่างๆ

ที่มีเครื่องมือรักษาพร้อมสรรพและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงสาธารณสุขเดินทางไปเป็นที่ปรึกษาให้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม วิสัญญี กุมารแพทย์ โรคทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อ ฯลฯ โดยรอเพียงการปฏิบัติงานจริงเท่านั้น

นอกจากนี้ หมอยังเผยอีกว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย ถ้าต้องอดอาหารเป็นเวลานาน  หลังมีข่าวดีว่าพบน้องๆ ทีมหมูป่า อะคาเดมีและโค้ชทั้ง 13 คน ห่างจากพัทยาบีชไปประมาณ 400 เมตร โดยทุกคนปลอดภัยดี ท่ามกลางความยินดีของคนทั้งประเทศและทีมกู้ภัยรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ แต่ที่น่ากังวลคือสภาพร่างกายของทุก ซึ่ง นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ได้อธิบายถึงภาวะร่างกายเมื่อต้องขาดอาหารเป็นเวลานาน ในช่วงยุคน้ำแข็งหลายครั้งที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาอันเลวร้ายของมนุษยชาติที่ต้องพบกับความอดอยากแสนสาหัส แต่เป็นช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีวิวัฒนาการโดยการคัดเลือกสายพันธุ์ทางธรรมชาติ (natural selection) ให้ร่างกายเราปรับตัวมีกลไกมากมายเพื่อมีชีวิตรอดเมื่อต้องขาดอาหารเป็นเวลานาน

เมื่อเริ่มขาดอาหาร น้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือด อันเป็นเชื้อเพลิงหลักของ อวัยวะต่างๆของร่างกาย (ยกเว้นเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ที่ภาวะปกติใช้กรดไขมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก) เริ่มลดต่ำลง สิ่งที่เกิดขึ้นสิ่งแรกคือ อาการหิว สมองสั่งให้เราหาอาหารมากินเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือด

แต่หากไม่มีอาหารกิน ร่างกายก็จะสลาย Glycogen ซึ่งเป็นเหมือนตู้กับข้าว ที่สะสมเก็บน้ำตาลในตับและกล้ามเนื้อสลายออกมาเป็นน้ำตาลในกระแสเลือด (กระบวนการ glycogenolysis) ให้อวัยวะต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองใช้ แต่หากยังคงขาดอาหารต่อไปเป็นวันๆ Glycogen ที่สะสมในตับและกล้ามเนื้อเริ่มร่อยหรอ ร่างกายก็มีแผน สำรองโดยเริ่มหันมาสร้างน้ำตาลให้สมอง (Gluconeogenesis)

จาก กรดอมิโน และ กลีซอรอล และสลายไขมันที่สะสมออกมา เป็นกรดไขมัน (fatty acid) และ ketone เพื่อให้อวัยวะอื่นๆใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำตาล หากการขาดอาหารยังดำเนินต่อไปหลายสัปดาห์ และเมื่อไขมันที่สะสมเริ่มหมด ร่างกายก็ต้องหันมาสลายโปรตีนจากอวัยวะต่างๆมากขึ้น

ซึ่งจะมีผลทำให้การทำงานของอวัยวะภายในต่างๆเริ่มทำงานผิดปกติ ช่วงนี้ ระบบการเผาผลาญพลังงานลดลงเพื่ออนุรักษ์พลังงาน อัตราการเต้นของหัวใจจะลดลง ความดันโลหิตลดลง  ปรากฏการณ์นี้ไม่ต่างกับ กระท่อมไม้ในเมืองหนาวที่เมื่อไม้ฟืนหมด ผู้อาศัยก็ไปเอาโต๊ะ ตู้ เก้าอี้ไม้ มาใส่เตาผิงเผื่อสร้างความอบอุ่น และพอ เฟอร์นิเจอร์หมดก็

เริ่มเอาประตูหน้าต่างไม้มาเผา และในที่สุดก็ต้องอาเสาบ้านมาเผา ก่อนที่บ้านทั้งหลังจะพังครืนลงมา อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ การปรับตัวแผนสุดท้ายของร่างกายคือ สมองที่ปกติจะไม่ยอมใช้เชื้อเพลิงอื่นใดนอกจากน้ำตาลกลูโคส ก็จะยอมหันมาใช้ ketone แทน น้ำตาล ช่วยชะลอการสลายของโปรตีนทั่วร่างกาย ทำให้ยืดชีวิตออกไปได้อีกระยะหนึ่งส่วนคำถามที่ว่า มนุษย์เราอดอาหาร (โดยมีน้ำดื่ม) จะมีชีวิตอยู่ได้นานเพียงใดนั้น

เราอาจดูจากสถิติการอดอาหารประท้วงที่ผ่านมา มหาตมะ คานธี ซึ่งตอนนั้นท่านอายุ 74 ปี มีร่างกายผอมอยู่แล้ว ท่านอดอาหารประท้วงนาน 21 วัน ท่านยังมีชีวิตรอด Bobby Sands นักโทษชาวไอร์แลนด์เหนือ อดอาหารประท้วงรัฐบาลอังกฤษ มีชีวิตอยู่ถึง 66 วัน โดยทั่วไปเราเชื่อว่ามนุษย์มีชีวิตรอดโดยไม่กินอาหารได้ราวเกือบ 2 เดือน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ก็ขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง ตั้งแต่ลักษณะพันธุกรรม ปริมาณไขมันสะสม การเจ็บป่วยโดยเฉพาะการติดเชื้อที่จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน ปัจจัยอีกอย่าง ก็คือ สภาพจิตใจ หากยังมีความหวัง ไม่ท้อแท้ โอกาสมีชีวิตรอดก็มีมาก ร่างกายมนุษย์ มันสุดยอดมาก แต่สำคัญที่สุด ก็คือสภาพจิตใจครับ

คลิป

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here