เมืองลาวเขื่อนแตก เปิดสถานการณ์นาที “มวลน้ำทะลัก” เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแตก

0
377

เมืองลาวเขื่อนแตก เปิดสถานการณ์นาที “มวลน้ำทะลัก” เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแตก (ชมคลิปท้ายข่าว)

จากกรณี บริษัท PNPC แจ้งเตือนให้ประชาชนในอพยพขึ้นที่สูงโดยด่วนหลัง เกิดเหตุสันเขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแตก ส่งผลให้มวลน้ำปริมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ไหลทะลักลงแม่น้ำเซเปี่ยน เอ่อท้นเข้าท่วมบ้านเรือน ในแขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศลาว

สำนักข่าวสารประเทศลาว สื่อทางการของรัฐบาลลาว รายงานว่ามวลน้ำมหาศาลจาก เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ไหลท่วมเมืองสะหนามไซ อย่างกะทันหันตั้งแต่กลางดึกวันที่ 23 ก.ค. โดยคาดว่ามีชาวบ้านหลายร้อยคนสูญหาย โดยเฉพาะที่หมู่บ้านใหม่ หายไปกว่า 50 คน ทางการแขวงอัตตะปือระดมกำลังเร่งช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนใหญ่หนีเพื่อให้รอดชีวิตขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ บนหลังคาบ้าน

โดยมีการเผยแพร่ความเสียหายของประชาชน ที่บ้านเรือนจมลงในกระแสน้ำ และมีการเผยแพร่ภาพ จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Lomlom Atp ซึ่งได้ถ่ายคลิปบริเวณสันเขื่อน ที่มีความเสียหาย พบว่ากระแสน้ำไหลอย่างรุนแรง และรอยแตกกินบริเวณกว้าง  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก ABC Laos news ສຳນັກຂ່າວເອບີຊີລາວ รายงานว่า บริษัท PNPC แจ้งเตือนให้ประชาชนในอพยพขึ้นที่สูงโดยด่วนหลัง

เกิดเหตุสันเขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแตก ส่งผลให้มวลน้ำปริมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ไหลทะลักลงแม่น้ำเซเปี่ยน เอ่อท้นเข้าท่วมบ้านเรือน ในแขวงอัตตะปือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศลาว ในวันนี้ นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีของลาว ได้ตัดสินใจเลื่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีออกไป และเดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือ

“เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย“ ตั้งอยู่บนที่ราบสูงบอละเวน แขวงอัตตะปือ ห่างจากเมืองปากเซประมาณ 80 กิโลเมตร เขื่อนแห่งนี้กำลังจะเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า แต่เขื่อนปิดช่องเขา (saddle dam) ของโครงการนี้ได้แตกเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 และทำให้ต้องเร่งอพยพประชาชนจำนวนมากในเมืองสะหนามไซ

ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นต่างเรียกร้องให้ทางการและชุมชนใกล้เคียงส่งความช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น เสื้อผ้า อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค  ข้อมูลจากเว็บไซต์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัท ไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด เป็นการร่วมทุนของบริษัทข้ามชาติชั้นนำ 4 แห่ง ประกอบด้วย

บริษัท SK Engineering and Construction จำกัด ถือหุ้น 26%
บริษัท Korea Western Power จำกัด ถือหุ้น 25%
บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 25%
บริษัท Lao Holding State Enterprise ถือหุ้น 24%

ทั้งนี้ โครงการเซเปียน-เซน้ำน้อย ไม่เพียงจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป. ลาวเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไทยให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย  โครงการนี้ก่อสร้างบนที่ราบสูงบอละเวน ในแขวงจำปาสักและแขวงอัตตะปือในลาว ใกล้กับชายแดนไทย ห่างจากเมืองปากเซประมาณ 80 กิโลเมตร

ใช้เงินลงทุนโดยการกู้มูลค่า 2.2 หมื่นล้านบาท เป็นสินเชื่อร่วม (Syndication loan) ของสถาบันการเงินไทยชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารธนชาต

“เขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย“ เป็นโครงการแบบ BOT (build-operate-transfer) มีกำลังการผลิต 410 เมกะวัตต์ ซึ่งกระแสไฟฟ้า 370 เมกะวัตต์ จะจำหน่ายให้กับ กฟผ. โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 27 ปี ส่วนกำลังการผลิตที่เหลือจะผลิตไฟฟ้าจำหน่ายรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าภายใน สปป.ลาว ซึ่งมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ใน พ.ศ. 2561

ย้อนรอยเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อย ที่เพิ่งแตก ใครเป็นใครในโครงการเซเปียน? ทั้งนี้ บริษัท ไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด เป็นการร่วมทุนของบริษัทข้ามชาติชั้นนำ 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท SK Engineering and Construction จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 26 บริษัท Korea Western Power จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 25 บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

ถือหุ้นร้อยละ 25 และ Lao Holding State Enterprise ถือหุ้นร้อยละ 24 ซึ่งโครงการเซเปียนเซน้ำน้อยไม่เพียงจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของ สปป.ลาวเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไทยให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย

มร. ยอง จู ชอย กล่าวต่อไปว่า เงินกู้มูลค่า 22,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อร่วม (Syndication loan) ของสถาบันการเงินไทยชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารธนชาต ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารไทยมีศักยภาพและความสามารถสนับสนุนสินเชื่อ

แก่โครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศ โดยความสำเร็จครั้งนี้ยังตอบสนองกลยุทธ์การสร้างมูลค่าองค์กร เพราะบริษัทได้ออกแบบและจัดรูปแบบสินเชื่อให้เหมาะสมกับโครงการ และสร้างมูลค่าจากการลงทุนในโครงการให้กับบริษัท ที่สำคัญสินเชื่อดังกล่าว มีกลไกที่ยืดหยุ่น ช่วยให้บริษัทมีความคล่องตัวสามารถบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับต่ำ

“โครงการเซเปียนเซน้ำน้อย เป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกใน สปป.ลาว ที่ข้อกำหนดในสัญญาระบุให้โรงไฟฟ้าที่อยู่ใกล้เคียงสามารถเชื่อมต่อระบบเข้ากับสายส่งของโครงการได้ โครงการนี้มีกำลังการผลิตติดตั้ง 410 เมกะวัตต์ ซึ่งกระแสไฟฟ้า 370 เมกะวัตต์ จะจำหน่ายให้กับ กฟผ. โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 27 ปี

ส่วนกำลังการผลิตที่เหลือจะผลิตไฟฟ้าจำหน่ายรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าภายใน สปป. ลาว การพัฒนาโครงการที่มีรูปแบบเฉพาะตัวเช่นนี้ ทำให้สถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของบริษัทเด่นชัดยิ่งขึ้น” มร. ยอง จู ชอย กล่าวเพิ่มเติม

คลิป 1

คลิป 2

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here