เปิดเรื่องราว ‘ฮีโร่ชาวยูเครน’ จากกู้ชีพ ‘ถ้ำหลวง’ ถึง ‘เรือล่ม ภูเก็ต’ กับเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา

0
265

เปิดเรื่องราว ‘ฮีโร่ชาวยูเครน’ จากกู้ชีพ ‘ถ้ำหลวง’ ถึง ‘เรือล่ม ภูเก็ต’ กับเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา (ชมคลิปท้ายข่าว) 

Vsevolod Korobov นักดำน้ำที่ช่วยเหลือในภารกิจถ้ำหลวง ตอนนี้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต คนทำงานเบื้องหลังที่แทบไม่มีใครรู้จัก ภารกิจการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย ที่ติดอยู่ในถำหลวงนางนอนนั้น ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน รัฐบาล รวมไปถึงกำลังจากนานาชาติที่ส่งมาเพื่อต้องการให้ทั้ง 13 คนปลอดภัย โดยหนึ่งในนั้นคือนาย Vsevolod Korobov นักดำน้ำชาวยูเครน

ทั้งนี้ นาย Vsevolod Korobov เป็นครูสอนดำน้ำชาวยูเครน ที่ได้ร่วมกับนายเบ็น เบน เรย์เมนันต์ส นักดำน้ำชาวเบลเยี่ยม และนายแม็กซิม โพลแช็กกา เพื่อนชาวยูเครน ในการปฏิบัติภารกิจค้นหาทั้ง 13 ชีวิตในถ้ำหลวง โดยที่นาย Vsevolod Korobov ได้กล่าวกับ unian.info ว่า เขาเองเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังนานาชาติที่เข้าไปช่วยเหลือหน่วยซีลของสหรัฐฯ และเป็นทีมของเขาเองที่เป็นคนวางเชือกใต้น้ำ เพื่อที่จะให้ทีมงานสามารถใช้เป็นเส้นทางจนไปพบกับเด็ก ๆ และโค้ช

และหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าวแล้ว นาย Vsevolod Korobov ก็เป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญ ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือในภารกิจเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งนาย Vsevolod Korobov ได้กล่าวกับอมรินทร์ ทีวี ว่า การดำน้ำลงไปหาผู้สูญหายนั้นไม่ใช่เรื่องยาก โดยที่เขาพบผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ศพ ติดในซากเรือ และการดำน้ำที่ถ้ำหลวงยากกว่ามาก

นอกจากนี้ ในภารกิจการค้นหาผู้สูญหายเรือล่มที่ภูเก็ตนั้น ยังมีนาย Henrik Rodolf ครูสอนดำน้ำชาวเดนมาร์ก ร่วมในภารกิจนี้ ซึ่งนาย Henrik Rodolf กล่าวว่า เขาและ Vsevolod Korobov พบศพทั้งหมด 3 ศพ และคาดว่า ผู้ที่จมลงไปกับเรือนั้น ไม่มีใครรอดชีวิต

วันนี้ยังมีนักดำน้ำชาวต่างชาติซึ่งมีความชำนาญในการดำน้ำในถ้ำเดินทางมาช่วยแล้ว 2 คน ส่วนอีก 2 คนได้แจ้งว่าจะเดินทางมาถึงวันพรุ่งนี้ ซึ่งเคสนี้ถือว่าเป็นเคสแรกในโลกดังนั้นนักดำน้ำในถ้ำกลุ่มนี้ต้องการมาทดสอบและช่วยเหลือเพื่อเพื่อนมนุษย์

“ตอนนี้ระดับน้ำในโถง 1 โถง 2 โถง 3 แทบจะหมดแล้ว ถ้าฝนจะมาเราต้องเปลี่ยนแปลง แต่ปัญหาคือ เด็กๆจะดำน้ำได้หรือไม่เท่านั้นเอง สำหรับอาสาสมัครหน่วยซีลนอกจากราชการที่เสียชีวิตนั้น ขอแสดงความเสียใจด้วย ซึ่งหน่วยราชการจะได้ให้การช่วยเหลือดูแลครอบครัวต่อไป”

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 6 ก.ค. นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า นายมาร์ติน เอลลิส นักสำรวจ ผู้วาดแผนที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนคนแรก เดินทางมาถึงถ้ำหลวง แล้ว มาถึงก็ได้เข้าไปทำงานพื้นที่ด้านในถ้ำทันที คาดว่าคงจะแนะนำและให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่หน่วยซีลว่าอะไรอยู่ทิศทางไหน บริเวณใด

จากจุดนี้ ถึงจุดนั้นเป็นระยะทางเท่าใด ซึ่งจะเป็นประโยชน์และทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในถ้ำง่ายขึ้น  ทั้งนี้ มาร์ติน เอลลิส เป็นนักสำรวจชาวอังกฤษ ทีมเดียวกับ เวิร์น อันสเวิร์ธ ที่เดินทางมาช่วยเหลือทีมค้นหาตั้งแต่วันแรกๆ เพราะเขาเคยเข้าสำรวจถ้ำแห่งนี้เมื่อปี 2559 ในช่วงเวลาที่ไม่มีปริมาณน้ำท่วมเช่นปัจจุบัน

ซึ่งทุกหน่วยงานของไทยมักใช้ข้อมูลการสำรวจของมาร์ตินเป็นหลัก โดยมาร์ตินเป็นคนวาดแผนที่ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่ทีมค้นหาใช้ค้นหา 13 ชีวิตนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ซึ่งมาร์ตินจะสนับสนุนภารกิจหลักไปที่การช่วยสื่อสารข้อมูลสภาพพื้นที่ถ้ำหลวงให้กับหทีมค้นหา และให้ข้อมูลกับหน่วยซีลในการพาทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ

จากการประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลและจากการเดินสำรวจของนักธรณีวิทยาร่วมกับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่พบว่ามี 2 จุดหลักที่คาดว่าน้ำจะเติมสู่ถ้ำหลวง ได้แก่ 1.ห้วยน้ำดัน บริเวณระหว่าง ดอยผาหมีกับดอยนางนอน 2.ห้วยปากหินไฟ ทางด้านใต้ ของดอยนางนอน

จึงได้ประสานการทำงานกับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่เพื่อสร้างฝายและต่อท่อในลักษณะสะพานน้ำเพื่อให้น้ำในห้วยไหลข้ามจุดที่น้ำจะเติมเข้าถ้ำ รวมถึงการนำอุปกรณ์กันน้ำอุดบริเวณที่คาดว่าน้ำจะไหลเข้าถ้ำ อธิบดีกรมทรัพย์ฯ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับภารกิจสำรวจหาโพรงที่จะสามารถเชื่อมต่อกับถ้ำบริเวณเนินนมสาว กรมทรัพยากรธรณีได้นำข้อมูลธรณีวิทยาและข้อมูลที่ได้จากหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่

ไปประมวลวิเคราะห์จัดทำแผนที่และข้อมูลส่งมอบให้หน่วยปฏิบัติการแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันดำเนินการ อาทิ กรมแผนที่ทหาร สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการส่งนักธรณีวิทยาไปบูรณาการการปฏิบัติการในพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

โดยเมื่อเช้านี้ (วันที่ 6 กค.) ที่สนามกีฬากลางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ พร้อมด้วยชุดพลร่ม ตชด.ภาค 3 ขึ้นเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บินไปดูโพรงบนภูเขาในเขตบ้านผาหมี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความหวังในการนำโค้ชและเด็กนักฟุตบอล 13 คนออกมาจากถ้ำหลวง

โพรงดังกล่าวนี้ ปากโพรงมีความกว้างประมาณ 1 เมตร เมื่อโยนก้อนหินลงไปจะพบว่าประมาณ 1 นาทีจะได้ยินเสียงก้อนหินตกลงไปในน้ำ คำนวนความลึกคาดว่าประมาณ 80-100 เมตร ตรวจสอบพิกัดจากแผนที่เชื่อว่าจะอยู่ทางด้านซ้ายมือของเนินนมสาวซึ่งเป็นจุดที่พบ 13 ชีวิตทีมหมูป่าในครั้งแรก เพียงแค่ประมาณ 150-200 เมตรเท่านั้น

จเรตำรวจแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ ตชด.ภาค3 จัดกำลัง นำอาสาสมัครกู้ภัย ที่เชี่ยวชาญการโรยตัว เดินทางขึ้น ฮ. โดยมีความหวังว่าหากโรยตัวลงไปจนด้านล่างสุดที่อยู่ภายในถ้ำได้ ก็จะทำให้การนำตัวโค้ชและเด็กออกมาจากถ้ำได้เร็วขึ้น ใช้เวลา เพียง 20 นาที ง่ายกว่าและเสี่ยงน้อยกว่าการพาเด็กดำน้ำออกมาทางปากถ้ำ โดยคาดว่า วิธีนำออกทางโพรงถ้ำจึงคาดว่าจะปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here