‘หมอภาคย์’ ‘ผู้พิชิต 6 นักรบเหนือมนุษย์สุดแกร่ง’ เบื้องหลังแห่งความภาคภูมิใจ ของชาวไทยทั้งประเทศ

0
371

‘หมอภาคย์’ ‘ผู้พิชิต 6 นักรบเหนือมนุษย์สุดแกร่ง’ เบื้องหลังแห่งความภาคภูมิใจ ของชาวไทยทั้งประเทศ (ชมคลิปท้ายข่าว)

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ Airborne Ranger Seal Recon Commando PJ มาแล้ว ซึ่งที่เอ่ยมาเป็นหลักสูตรฝึกการรบอันเลื่องชื่อของแต่ละหน่วยในกองทัพไทย และถูกกล่าวขานถึงความหฤโหดสุดขีด โดยมีทั้งความกดดันทางร่างกายและจิตใจ นักรบหลายรายต้องยอมยกธงขาวพ่ายแพ้ไปเกินครึ่ง น้อยคนนักที่จะก้าวผ่านหลักสูตรเหล่านี้มาได้ แต่มีคุณหมอท่านหนึ่งผ่านการฝึกที่เอ่ยมาครบแล้ว

เหลือเพียงแค่ทหารเสือราชินี ที่มีความมุ่งมั่นจะไปคว้าเครื่องหมายหัวใจสีม่วงประดับพระนามาภิไธยย่อ สก. มาให้ได้ เสื้อกาวน์ยกบ้าน ตั้งแต่พ่อ แม่ พี่ชาย..ค้นพบสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง ด้วยความที่เป็นลูกคนสุดท้อง และทั้งบ้านเป็นหมอทุกคน ประกอบกับการที่ครอบครัวเปิดคลินิก จึงทำให้หมอภาคย์คลุกคลีอยู่กับวงการแพทย์มาตั้งแต่เด็กๆ

หมอภาคย์ เล่าย้อนไปสมัยยังเป็นวัยรุ่นว่า “จุดหักเหคือ ช่วงมัธยมศึกษา ทั้งบ้านเป็นหมอทุกคน ด้วยความที่กลัวคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง จึงลองสอบหมอดูบ้าง ตอนแรกไม่ได้มีความอยากเป็นทหาร แต่เมื่อเห็นพี่ชายสอบเข้าแพทย์พระมงกุฎ เห็นสภาพพี่ชายตอนฝึกเขาผอมลงมาก กลับบ้านมาก็ต้องมาขัดรองเท้า บางครั้งไม่ได้กลับบ้าน เห็นสภาพแล้วรู้สึกสงสารพี่ชาย และก็ไม่ได้มีความคิดอยากเป็นทหาร แต่ได้สอบหมอและเลือกพระมงกุฎไว้ สุดท้ายก็สอบติดวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า”

คุณหมอนักล่าเครื่องหมายคนแรกในประเทศ! เป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า ทำไมเป็นหมอแล้วจึงต้องมาฝึกการรบเยอะขนาดนี้ .. หมอภาคย์ ตอบอย่างจริงจังว่า “หากไม่มีหมอที่เรียนรู้เรื่องรบพิเศษ ก็จะไม่สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบุคลากรการรบพิเศษได้ และเมื่อได้ไปเรียนรู้ลักษณะงานของแต่ละหน่วย ทำให้ประยุกต์ใช้ความรู้ทางการแพทย์ การรักษาพยาบาลเข้ามารวมกัน

และยังสามารถแนะนำบุคลากรท่านอื่นๆ ได้อีกด้วย” ที่ผ่านมา มีรุ่นพี่ของหมอภาคย์ที่เรียนแพทย์พระมงกุฎ ได้ฝึกหลักสูตรจู่โจมพอสมควร แต่สำหรับหลักสูตรที่เหลือ ยังไม่มีใครเรียน เพราะฉะนั้น หมอภาคย์เป็นคนแรกที่เป็นหมอนักรบล่าเครื่องหมายเต็มอกเช่นนี้

ก้าวแรกสู่…หลักสูตรส่งทางอากาศ AIRBORNE ตอนเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่ 3 หมอภาคย์ได้ไปเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศร่วมกับนักเรียนนายร้อย จปร. และได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำ จึงรู้สึกชอบที่โรงเรียนนายร้อย จปร.ผลิตบุคลากรออกมาได้ยอดเยี่ยม หมอภาคย์เลยใฝ่ฝันว่า พระมงกุฎจะต้องมีแบบอย่างที่ดี เพราะว่าเมื่อจบมาก็ต้องเป็นผู้บังคับหน่วยเหมือนกัน เป็นเหตุให้เริ่มชอบการฝึกทหารตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทำให้รู้สึกสนุกและมีความสุข รวมทั้งยังได้เพื่อนที่มีความรักใคร่กลมเกลียวกันอีกด้วย

ก้าวที่สอง…หลักสูตรจู่โจม RANGER เสือคาบดาบว่ากันว่า..โหดสุดของ ทบ.หลังจากเรียนจบแพทย์พระมงกุฎ หมอภาคย์ได้ไปบรรจุที่กองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 5 และมีหลักสูตรพื้นฐาน คือ ร่มกับจู่โจม แต่ร่มเรียนจบแล้ว หมอภาคย์จึงต้องไปเรียนจู่โจม หรือเสือคาบดาบ ซึ่งช่วงที่ไปเรียนเป็นอาวุโสสูงสุดในรุ่น จึงถูกมอบหมายให้เป็นหัวหน้านักเรียน การเรียนหลักสูตรจู่โจมจะใช้เวลา 10 สัปดาห์

แบ่งเป็น 4 ภาค คือ ภาคที่ตั้ง ภาคป่าที่ราบ ภาคป่าภูเขา ภาคป่าที่ลุ่มทะเล มีทั้งการลาดตระเวน การอ่านแผนที่ เข็มทิศ การใช้อาวุธ การซุ่มโจมตี ความโหดอยู่ตรงที่ต้องว่ายลงในทะเลโคลนหลายกิโลเมตร ตะเกียกตะกายร่วม 5 ชม. กว่าจะขึ้นฝั่งได้ อีกทั้งยังมีลอยคอในทะล เพื่อว่ายเข้าหาฝั่งไกลกว่า 2 ไมล์ทะเล และต้องเดินทางเข้าโจมตีข้าศึกอีกด้วย

ก้าวที่สาม…หลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม SEAL/UDT มนุษย์กบ..แกร่งสุดของ ทร.หลักสูตร นักทำลายใต้น้ำจู่โจม (SEAL) หรือ “มนุษย์กบ” ถือเป็นหลักสูตร ที่โหด แกร่ง ท้าทาย และหนักที่สุดในบรรดา หลักสูตรหน่วยรบพิเศษของกองทัพไทย เพราะภารกิจที่ได้รับมักจะอันตรายและถูกกดดันทางร่างกาย จิตใจมากที่สุด เป็นการเรียนความรู้ทั้งหมดที่หน่วยรบพิเศษควรจะรู้ ไม่ว่าจะเป็นดำน้ำ ยิงปืน ระเบิดทำลาย การลาดตระเวน และอื่นๆ

ตอนที่หมอภาคย์ เรียนหลักสูตรมนุษย์กบเป็นหลักสูตรที่เรียนหนักที่สุดถึง 7 เดือน และด้วยความอาวุโสในรุ่น จึงได้เป็นหัวหน้านักเรียนอีกเช่นเคย นอกจากจะมีการทดสอบร่างกายอย่างหนักหน่วง ทั้งแบกเรือยาง แบกซุงขึ้นเขา มัดมือมัดข้อเท้าว่ายน้ำ แล้วยังมีการทดสอบจิตใจที่ต้องเอาชนะความเหนื่อย เพลีย ง่วง หิวให้ได้ รวมไปถึงปัญหาการถูกจับเป็นเชลย

โดนกระบวนการรีดข่าวสุดโหดจากบรรดาครูฝึก และเมื่อเข้าสู่การฝึกภาคทะเล ก็จะมีภารกิจมาให้ฝึกฝน โดยต้องพิชิตให้สำเร็จให้ได้ ซึ่งจะเกิดภาวะกดดันกลัวทำไมได้ เพราะหากอยู่ในสถานการณ์จริง เมื่อภารกิจล้มเหลวนั้น อาจหมายถึงชีวิต หมอภาคย์ เล่าถึงสัปดาห์นรกที่เคยเผชิญผ่านมาแล้วว่า “ใช้เวลา 120 ชม. โดยไม่มีการพัก ต้องใช้พลังกายและพลังใจสูงมาก เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืน

ครูฝึกจะไปปลุกโดยการยิงปืนจุดประทัดใช้ระเบิดควันในโรงนอนและลงมารวมตัวกัน ก่อนสั่งให้ลง ‘กระทะทองเย็น’ ซึ่งเป็นบ่อที่มีน้ำทะเลใส่น้ำแข็งก้อนโต อุณหภูมิโดยประมาณ 0 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านั้น โดยถอดเสื้อผ้าออกหมดเหลือเพียงกางเกงสเตย์ขาสั้นลงไปแช่ 3-4 นาที จากนั้นขึ้นมาออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและลงไปแช่ในบ่อใหม่ ทำอย่างนี้ทั้งหมด 3 รอบ” สุดท้ายแล้ว ผู้ที่ฝึกรุ่นหมอภาคย์จากเกือบ 100 คน เหลือยอดมนุษย์กบเพียง 32 คนเท่านั้น ที่ได้รับเครื่องหมายนักทำลายใต้น้ำจู่โจม รูปฉลามคู่กับเกลียวคลื่น

ก้าวที่สี่…หลักสูตรรีคอน RECON นักรบเลือดเหล็ก..โหด มัน ฮา! กองพันลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก เป็นหน่วยรบพิเศษ ของหน่วยนาวิกโยธิน แห่งกองทัพเรือ ใช้เวลาฝึก 14 สัปดาห์ แบ่งเป็นภาคที่ตั้ง 5 สัปดาห์ ภาคทะเล 4 สัปดาห์ และภาคป่าภูเขา 4 สัปดาห์ โดยจะเป็นการลาดตระเวนระยะไกล จะปฏิบัติภารกิจใกล้ชายฝั่งทะเลมีการใช้เรือยาง การเดินป่า การดำรงชีพในป่า การเข้าโจมตี

หมอภาคย์ เผยว่า ความโหดคือ การฝึกร่างกาย โดยการแบกซุงลงทะเล เดินไปมาหลายชั่วโมง แบกเรือยาง เดินป่า สารพัดวิธีจนร่างกายอ่อนล้า ส่วนความมัน คือ การได้ทำภารกิจเป็นทีมเข้าตีศัตรู พายเรือไปตามเกาะต่างๆ รวมไปถึงการล่องใต้เพื่อไปฝึกภาคทะเล โดยการนั่งเรือออกไปกลางทะเลแล้วพายเรือยางกลับเข้าฝั่ง เพื่อปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวน สำหรับความฮานั้น ครูฝึกจะมีมุกมาเล่นตลอด เรียกได้ว่า ‘ฮาแบบปนหยาดเหงื่อและน้ำตา’

ก้าวที่ห้า…หลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ SPECIAL OPERATION หลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ เป็นการผสมรวมระหว่าง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ (Commando) และ เจ้าหน้าที่ค้นหาและช่วยชีวิต (Pararescue Jumpers) ใช้เวลาในการฝึก 6 เดือน และก็เป็นอีกหลักสูตรหนึ่งที่หมอภาคย์ได้เป็นหัวหน้านักเรียนอีกเช่นกัน

หมอภาคย์ อธิบายถึงหลักสูตรนี้ว่า “Commando จะเน้นการสู้รบในเมือง เป็นหลักสูตรที่มีการวิ่งเยอะมาก เคยพูดเล่นๆกับครูฝึกว่า ‘เหมือนเก็บตัววิ่งทีมชาติเลย’ นอกจากนี้ ยังมีการยิงปืนที่แม่นมาก ซึ่งตอนแรกที่ไปฝึกยิ่งไม่แม่น แต่ตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจ (หัวเราะ) ส่วน PJ มีหน้าที่ค้นหาและกู้ภัย ในพื้นที่เข้าถึงลำบาก เช่น ฮ.ตก เครื่องบินตก พื้นที่ป่าเขา จำเป็นที่จะต้องกระโดดร่มไปช่วย และต้องมีความสามารถในการปฐมพยาบาลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้ พร้อมกับความสามารถในการเดินป่า”

ก้าวสุดท้ายที่กำลังจะคว้ามา…ทหารเสือราชินี เกียรติประวัติอันสูงสุด ผู้ที่สำเร็จการฝึกหลักสูตรทหารเสือทุกนาย จะได้รับพระราชทานเครื่องหมายแสดงขีดความสามารถทหารเสือ จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ องค์ผู้บังคับการพิเศษ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจและเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก ซึ่งหมอภาคย์ตั้งใจไว้ว่าจะทำให้สำเร็จให้ได้ในชีวิตนี้

หมอภาคย์ ชี้แจงว่า “ตอนนี้มีหน้าที่หลักต้องรับผิดชอบดูแลชีวิตกำลังพล และเพิ่งมารับตำแหน่งได้ไม่นาน จึงต้องทำภารกิจให้ลุล่วงไปก่อน ถ้ามีจังหวะดีๆ เมื่อไหร่ จะไปฝึกแน่นอน ขณะที่ผู้บังคับบัญชาท่านมีความเมตตา และมีความเป็นนักรบมาก ท่านได้อนุญาตให้ไปทดสอบร่างกายและก็ผ่านเรียบร้อย ท่านขอให้ปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ที่รับผิดชอบส่วนนี้ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะไปฝึกตามความใฝ่ฝัน”

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here