สาวเสื้อดำผู้กล้าหาญ เปิดใจ ‘ไม่ใช่ฮีโร่’ ‘หลังช่วยเหลือเหยื่อทอม’ บอกใครอยู่ตรงนั้นก็ต้องช่วย

0
137

สาวเสื้อดำผู้กล้าหาญ เปิดใจ ‘ไม่ใช่ฮีโร่’ หลังช่วยเหลือเหยื่อทอม บอกใครอยู่ตรงนั้นก็ต้องช่วย (ชมคลิปท้ายข่าว)

สาวเสื้อดำเปิดใจ เธอไม่ใช่ฮีโร่ ช่วยเหยื่อทอมโหด เผยใครอยู่ตรงนั้นก็ต้องช่วย ส่วนชายหลังประตู ออกมาไม่ได้เนื่องจากคีย์การ์ดเสียแต่หลังออกมาได้ยังมาช่วยดูแล ยังคงอยู่ในการติดตามและสนใจของสังคม สำหรับกรณีทอมสาวทำร้ายร่างกายแฟนสาวอย่างทารุณ โดยหนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงอย่างมากคือ ความกล้าหาญของผู้หญิงชุดดำที่เข้ามาห้ามทัพจนกระทั่งสาวทอมขี่รถจักรยานยนต์ออกไปจากที่เกิดเหตุ

ล่าสุด สาวชุดดำได้เปิดใจกับนิว 18 พร้อมระบุว่า ตัวเธอนั้นไม่ใช่ฮีโร่ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. น.ส.แพรวดาว ศิวภูวดลพิทักษ์ หรือ “เอิร์น” สาวเสื้อดำในคลิปที่เข้าช่วยเหลือสาวถูกแฟนทอมทำร้าย เปิดใจกับนิว18 เล่าเหตุการณ์วันนั้นให้ฟังว่า ตนเองและแฟนไปจอดรถที่ด้านหลังอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียง และเห็นว่ามีการทะเลาะกัน

จึงให้แฟนขับรถจักรยานยนต์มาที่ด้านหน้าอพาร์ตเมนต์ โดยแฟนของเธอตะโกนไปว่า “ให้คุยกันดีๆ” ทอมจึงนำแฟนมานั่งคุยที่ด้านหน้าอพาร์ตเมนต์ โดยตอนนั้นแฟนของเธอเริ่มมีอารมณ์โมโหแล้ว จึงคุยกับแฟนว่าแฟนไม่ต้องเข้าไป เพราะแฟนเป็นคนใจร้อนกลัวจะมีเรื่อง เดี๋ยวเธอจะเข้าไปเอง แต่ให้ถ่ายคลิประวังหลังไว้เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น

ทั้งนี้ตอนแรกกลัวว่าทอมคนดังกล่าวจะมีอาวุธเพราะเอามือล้วงกระเป๋าอยู่จึงยังไม่กล้าเข้าไป แต่จากสภาพของสาวที่ถูกทำร้าย ตนจึงเข้าไปช่วย ส่วนที่หลายคนมองว่าเธอเป็นฮีโร่เข้าไปช่วยนั้น เธอบอกว่าไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ แต่ตอนนั้นกลัวว่าเขาจะมีอาวุธจึงให้แฟนถ่ายคลิปไว้ระวังตัวให้ อีกใจก็กลัวว่าแฟนของเธอจะไปทำร้ายเขา คิดว่าตอนนั้น ใครอยู่ตรงนั้นก็น่าจะช่วย

สำหรับกรณีที่เห็นภาพผู้ชาย ยืนอยู่ด้านในแต่ไม่ออกมาช่วย ได้พูดคุยกับชายเหล่านั้นแล้ว ยืนยันว่าคีการ์ดเสีย และเขาพยายามดันประตูแล้วแต่ดันไม่ออก แต่เมื่อมีคนเดินเข้าไป จึงสามารถออกมาได้ และคนกลุ่มนั้น ยังช่วยเช็ดเลือดให้สาวคนดังกล่าว ไม่อยากให้สังคมโฟกัสไปที่คนไม่ออกมาช่วย แต่ควรไปโฟกัสที่การตามตัวทอมคนดังกล่าวดีกว่า

ด้าน พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยในส่วนของคดีความที่แฟนทอมทำร้ายสาวในคลิปว่า ขณะนี้ พนักงานสอบสวนยังรอผลการตรวจร่างกายผู้เสียหายจากโรงพยาบาล ซึ่งทราบว่าโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้นัดตรวจร่างกายผู้เสียหายอีกครั้งวันที่27กรกฎาคม เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหา

และการออกหมายเรียก และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากสาวทอมคนดังกล่าวว่าจะเดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่ นอกจากนี้ ตำรวจเชิญหนุ่มพม่า สอบฐานะพยาน คดีทอมทำร้ายแฟนสาว วันนี้(22 ก.ค.) พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้เชิญนาย อองซู ชาวพม่า อายุ 32 ปี

ผู้ดูเเลหอพักซึ่งเป็นผู้ชายเสื้อขาวที่ปรากฎภาพในคลิป เหตุการณ์ ทอม ทำร้ายแฟนสาว มาสอบปากคำในฐานะพยาน โดยนาย อองซู เล่าว่าในวันเกิดเหตุที่ตนปฏิบัติหน้าที่ดูเเลหอตามปรกติ ได้ยินเสียงเหมือนมีคนทำร้ายร่างกายกัน จึงได้เดินเข้าไปดูเเละเตรียมที่จะเข้าไปห้ามปราม เเต่ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุได้กล่าวกับตนว่า ไม่ใช่เรื่องของคุณ

อย่าเข้ามายุ่ง ด้วยความกลัวตนจึงเดินถอยออกมา หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุยังเดินมาหาตนรอบสองอีกว่า อย่าไปฟ้องใคร ไม่งั้นเดี๋ยวจะมีเรื่องตนจึงเดินเข้าไปในออฟฟิศพร้อมล็อคประตู เเล้วโทรเเจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่เจ้าของหอพักเคยสั่งการไว้หากมีปัญหาในหอพัก

ผู้บาดเจ็บกล่าวกับผู้ก่อเหตุว่า จะขอกุญแจรถจักรยานยนต์ เพื่อจะขับกลับห้องพักด้วยตนเอง เมื่อมีการยื้อแย่งกุญแจรถก็เกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น โดยคู่กรณีใช้หมวกกันน็อคฟาดบริเวณใบหน้าตนอย่างรุนแรง หลังถูกทำร้าย ฝ่ายผู้ก่อเหตุก็ไม่สนใจจะช่วยเหลืออะไร มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาห้าม ส่วนกรณีกลุ่มผู้ชายที่ยืนมองในกระจก ไม่สามารารถออกมาช่วยได้เพราะไม่มีคีย์การ์ด

ขณะที่ผู้ดูแลหอซึ่งเป็นชายสวมเสื้อสีขาวที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดสามารถเดินเข้าออกได้ ก็พยายามช่วยเหลือโดยการโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมรับว่าหลังเกิดเหตุพยายามก้มกราบผู้หญิงชุดดำ ที่เข้ามาห้ามไม่ให้ตนถูกทำร้าย เพราะหากไม่ได้รับการช่วยเหลือคงจะได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้ เนื่องจากขณะที่ตนถูกทำร้าย ก็พยายามต่อสู้เหมือนกัน แต่ก็ต้านแรงสาวทอมไม่ไหว “จะร้องขอชีวิต ก็ไม่มีเวลาได้ร้อง ต้องสู้อย่างเดียว” ผู้บาดเจ็บกล่าว

ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยมีการถูกทำร้าย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก หลังจากนี้จะเข้าไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากคืนหลังเกิดเหตุได้ลงบันทึกประจำวันไว้เพียงเท่านั้น ขณะที่ครอบครัวของผู้ก่อเหตุพยายามติดต่อเพื่อขอจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้จบปัญหา แต่ครอบครัวผู้บาดเจ็บไม่ยอม และพร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เรียก นายอองซู มาสอบสวน เบื้องต้นทราบว่า นายอองซู มีเจตนาที่จะเข้าไปห้ามปรามช่วยเหลือเเต่พบผู้ก่อเหตุ ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพศชายหรือหญิง อีกทั้งยังสวมเสื้อแจ็คเก็ต ทำให้กลัวว่าอาจจะมีการพกอาวุธ จึงไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือเเต่ก็ได้ดำเนินการเเจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นมองว่าการกระทำของนายอองซูพยานดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายการกระทำผิด ฐานไม่เข้าช่วยเหลือผู้อื่นตามประมาลกฎหมายอาญามาตรา 374 จึงเชิญมาสอบปากคำในฐานะพยานเเละผู้เข้าเเจ้วความอันเป็นการช่วยเหลือผู้เสียหายเบื้องต้น ส่วนที่ผู้ก่อเหตุมีการขู่พยานระหว่างเกิดเหตุจะมีความผิดเพิ่มหรือไม่นั้นเราจะต้องดูผลการสอบปากคำให้ชัดเจนก่อน หากการกระทำเข้าข่ายเราก็จะดำเนินการเเจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้อีก

นอกจากนี้ กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thikampron Kaain โพสต์ภาพเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างสาวคนหนึ่งกับแฟนทอม โดยจากภาพในคลิปเป็นทอมที่ลงมือทำร้ายร่างกายแฟนสาวก่อน จากนั้นทั้งคู่จึงมีการใช้กำลังกัน ก่อนที่ทอมคว้าหมวกกันน็อกฟาดที่ศีรษะแฟนสาวจนล้มลงแล้วเข้าไปเตะต่อยไม่ยั้ง จากนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์เข้ามาห้ามทั้งคู่

อีกทั้งเฟซบุ๊ก ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวด้วยว่า กรณีสาวทอมทำร้ายแฟนสาว ถึงแม้ไม่มีเจตนาฆ่าจึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า แต่เนื่องจากแฟนสาว(น่าจะ)ได้รับอันตรายสาหัส สาวทอมจึงต้องโดนข้อหาหนัก ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

คลิป

Leave your vote

-1 points
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 1

Downvotes percentage: 100.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here