สังข์ทองน้อย ส่องภาพ ‘น้องจีโน่’ ดาราเด็กจากละครจักรๆวงศ์ๆ ผ่านไป 11 ปีโตเป็นหนุ่มหล่อ

0
482

สังข์ทองน้อย ส่องภาพ ‘น้องจีโน่’ ดาราเด็กจากละครจักรๆวงศ์ๆ ผ่านไป 11 ปีโตเป็นหนุ่มหล่อ (ชมคลิปท้ายข่าว)

ถ้ายังจำกันได้อีกหนึ่งดาราเด็กที่โด่งดังจากละครพื้นบ้านเรื่อง สังข์ทอง อย่าง “น้องจีโน่” ชญานิน เต่าวิเศษ หลานชายของ “เอ” ไชยา มิตรชัย นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ที่รับเป็น สังข์ทองวัยเด็ก เมื่อปี 2550 ในตอนนั้นอายุเพียง 3 ปีเท่านั้น  เมื่อเวลาผ่านไป 11 ปี น้องจีโน่ ในวัย 14 ปี ยังคงความน่ารักในวัยเด็ก แต่ที่เพิ่มเติมคือความหล่อ และยังมีผลงานละครให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ ไปชมกันเลยดีกว่า ว่าโตขึ้น น้องจีโน่ จะหล่อขนาดไหนตามไปชมกันเลย

จีโน่เข้าวงการมาด้วยการถ่ายโฆษณา และหรั่ง ไพรัช สังวริบุตร เห็นแวว จึงนำมาเล่นละครพื้นบ้านเรื่อง “สังข์ทอง” ด้วยวัยเพียง 3 ขวบครึ่ง จีโน่สามารถจดจำบทละครได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะยามเล่นบทร้องไห้นั้น จะแสดงได้สมจริงมาก งานอดิเรกของจีโน่คือขับรถบังคับวิทยุ และในปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องเรียนพิเศษ English Program (ห้องเรียน EP)

- Advertisement -

จีโน่ มีผลงานมากมาย อาทิเช่น ละครพื้นบ้าน พ.ศ. 2550 สังข์ทอง พระสังข์ พระเอกตอนเด็ก พ.ศ. 2552 เทพสังวาลย์ แสงสุรีย์ พระเอกตอนเด็ก ปลาบู่ทอง กุมารลบ ลูกพ่อพรหมทัตและแม่เอื้อย พ.ศ. 2553 ตุ๊กตาทอง เทวฤทธิ์ พระเอกตอนเด็ก ดาบเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง เพชรไพรวัณ / พรรณธาทิศ / พณาเวศ / พนมวรรณ ลูกพ่อเพชรชราแม่สุวรรณมาลัยและลีลาวดีมีแม่สองคน พ.ศ. 2555 เจ้าหญิงแตงอ่อน ไวยราช (ตอนเด็ก)

ผลงานละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2558 บ้านนี้ผี(ไม่)ปอบ เพิ่ม / ฟัก น้องชายของเฟิร์นและพิกุล พ.ศ. 2559 แสงเทียน สิบทิศ วัยเด็ก พ.ศ. 2560 อกธรณี ลอย บุญลือ วัยเด็ก ละครชุด ภารกิจรัก เรื่อง มือปราบเจ้าหัวใจ ไมค์ วัยเด็ก
มัสยา อู๊ด วัยเด็ก พ.ศ. 2561 เส้นสนกลรัก โขง ธรรมดี วัยเด็ก

346″ />

สำหรับละคร สังข์ทองที่น้องจีโน่ได้แสดงไปนั้น นับว่าเป็นกระแสดังเลยทีเดียว ละครสังข์ทอง เดิมทีนั้นเป็นบทเล่น ละครในมีมาแต่กรุงสุโขทัยยังเป็นราชธานีถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงตัดเรื่องสังข์ทองตอนปลาย (ตั้งแต่ตอนพระสังข์หนีนางพันธุรัต) มาทรงพระราชนิพนธ์ให้ละครหลวงเล่น มีตัวละครที่เป็นรู้จักกันเป็นอย่างดี

คือ เจ้าเงาะซึ่งคือพระสังข์ กับนางรจนา เนื้อเรื่องมีความสนุกสนานและเป็นนิยม จึงมีการนำเนื้อเรื่องบางบทที่นิยม ได้แก่ บทพระสังข์ได้นางรจนา เพื่อนำมาประยุกต์เป็นการแสดงชุด รจนาเสี่ยงพวงมาลัย ในคำนำหนังสือ”พระราชนิพจน์บทละครเรื่องสังข์ทอง” ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้กล่าวไว้ว่า

นิทานเรื่องสังข์ทองนี้มีในคัมภีร์ปัญญาสชาดก เรียกว่าสุวัณณสังขชาดก ถึงเชื่อถือกันว่าเป็นเรื่องจริง พวกชาวเมืองเหนืออ้างว่าเมืองทุ่งยั้งเป็นเมืองท้าวสามนต์ ยังมีลานศิลาแลงแห่ง ๑ ว่าเป็นสนามคลีของพระสังข์ อยู่ไมห่างวัดพระมหาธาตุนัก ที่ในวิหารหลวงวัดพระมหาธาตุ ฝาผนังก็เขียนเรื่องสังข์ทอง เป็นฝีมือช่างครั้งกรุงเก่ายังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้

ทางหัวเมืองฝ่ายตะวันตกก็อ้างว่า เมืองตะกั่วป่าเป็นเมืองท้าวสามนต์อีกแห่ง ๑ เรียกภูเขาลูก ๑ ว่าเขาขมังม้า สังข์ทองเป็นเรื่องที่ได้มาจากสุวัณสังขชาดก เป็นหนึ่งใน ชาดกพุทธประวัติ เป็นนิทานพื้นบ้านในภาคเหนือและภาคใต้โดยที่สถานที่ที่กล่าวถึงเนื้อเรื่องในสังข์ทอง กล่าวคือเล่ากันว่า

เมืองทุ่งยั้งเป็นเมืองท้าวสามนต์ อยู่ในบริเวณใกล้วัดมหาธาตุเนื่องจากมีลานหินเป็นสนามตีคลีของพระสังข์
ส่วนในภาคใต้ เชื่อว่าเมืองตะกั่วป่าเป็นเมืองท้าวสามนต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่า “เขาขมังม้า” เนื่องจากเมื่อพระสังข์ตีคลีชนะได้ขี่ม้าข้ามภูเขานั้นไป

ส่วนเรื่องย่อมีอยู่ว่า ท้าวยศวิมลมีมเหสีชื่อนางจันท์เทวี มีสนมเอกชื่อนางจันทาเทวี ไม่มีโอรสธิดา จึงบวงสรวงและรักษาศีลห้าเพื่อขอบุตร ต่อมานางจันท์เทวีทรงครรภ์ เทวบุตรจุติมาเป็นพระโอรสของนาง แต่ประสูติมาเป็นหอยสังข์ นางจันทาเทวีเกิดความริษยาจึงติดสินบนโหรหลวงให้ทำนายว่าหอยสังข์จะทำให้บ้านเมืองเกิดความหายนะ ท้าวยศวิมลหลงเชื่อ จึงเนรเทศนางจันท์เทวีและหอยสังข์ไปจากเมือง

ในเวลาต่อมา พระนางจันทาเทวีได้ไปว่าจ้างแม่เฒ่าสุเมธาให้ช่วยทำเสน่ห์ท้าวยศวิมลและยุยงให้ท้าวยศวิมลไปจับตัวพระสังข์มาประหาร ท้าวยศวิมลจึงมีบัญชาให้จับตัวพระสังข์มาถ่วงน้ำ แต่ท้าวภุชงค์(พญานาค) ราชาแห่งเมืองบาดาลก็มาช่วยไว้ และนำไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ก่อนจะส่งให้นางพันธุรัตเลี้ยงดูต่อไปจนพระสังข์มีอายุได้ ๑๕ ปี

วันหนึ่งนางพันธุรัตได้ไปหาอาหาร พระสังข์ได้แอบไปเที่ยวเล่นที่หลังวัง และได้พบกับบ่อเงิน บ่อทอง รูปเงาะ เกือกทอง ไม้พลอง และพระสังข์ก็รู้ความจริงว่านางพันธุรัตเป็นยักษ์ เมื่อพบเข้ากับโครงกระดูก จึงได้เตรียมแผนการหนีด้วยชุบตัวในบ่อทอง สวมรูปเงาะ กับเกือกทอง และขโมยไม้พลองเหาะหนีไป

เมื่อนางพันธุรัตทราบว่าพระสังข์หนีไป ก็ออกตามหาจนพบพระสังข์อยู่บนเขาลูกหนึ่ง จึงขอร้องให้พระสังข์ลงมา แต่พระสังข์ไม่ยอม นางพันธุรัตเขียนมหาจินดามนตร์ที่ใช้เรียกเนื้อเรียกปลาได้ไว้ที่ก้อนหิน ก่อนที่นางจะอกแตกตาย พระสังข์ได้ลงมาท่องมหาจินดามนตร์จนจำได้ และได้สวมรูปเงาะออกเดินทางต่อไป

พระสังข์เดินทางมาถึงเมืองสามล ซึ่งมีท้าวสามลและพระนางมณฑาปกครองเมือง ซึ่งท้าวสามลและพระนางมณฑามีธิดาล้วนถึง 7 พระองค์ พระธิดาองค์สุดท้องที่ชื่อ รจนา มิได้เลือกเจ้าชายองค์ใดเป็นคู่ครอง ท้าวสามลจึงได้ให้ทหารไปนำตัวพระสังข์ในร่างเจ้าเงาะซึ่งเป็นชายเพียงคนเดียวที่เหลือในเมืองสามล ซึ่งนางรจนาเห็นรูปทองภายในของเจ้าเงาะ จึงได้เสี่ยงพวงมาลัยให้เจ้าเงาะ ทำให้ท้าวสามลโกรธมาก เนรเทศนางรจนาไปอยู่ที่กระท่อมปลายนากับเจ้าเงาะ

ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระอินทร์ อาสน์ที่ประทับของพระอินทร์เกิดแข็งกระด้าง อันเป็นสัญญาณว่ามีผู้มีบุญกำลังเดือดร้อน จึงส่องทิพยเนตรลงไปพบเหตุการณ์ในเมืองสามล จึงได้แปลงกายเป็นกษัตริย์ยกทัพไปล้อมเมืองสามล ท้าให้ท้าวสามลออกมาแข่งตีคลีกับพระองค์ หากท้าวสามลแพ้ พระองค์จะยึดเมืองสามลเสีย

หลังจากเสร็จภารกิจที่เมืองสามลแล้ว พระอินทร์ได้ไปเข้าฝันท้าวยศวิมล และเปิดโปงความชั่วของพระนางจันทาเทวี พร้อมกับสั่งให้ท้าวยศวิมลไปรับพระนางจันท์เทวีกับพระสังข์มาอยู่ด้วยกันดังเดิม ท้าวยศวิมลจึงยกขบวนเสด็จไปรับพระนางจันท์เทวีกลับมา และพากันเดินทางไปยังเมืองสามลเมื่อตามหาพระสังข์

ท้าวยศวิมลและพระนางจันท์เทวีปลอมตัวเป็นสามัญชนเข้าไปอยู่ในวัง โดยท้าวยศวิมลเข้าไปสมัครเป็นช่างสานกระบุง ตะกร้า ส่วนพระนางจันท์เทวีเข้าไปสมัครเป็นแม่ครัว และในวันหนึ่ง พระนางจันท์เทวีก็ปรุงแกงฟักถวายพระสังข์ โดยพระนางจันท์เทวีได้แกะสลักชิ้นฟักเจ็ดชิ้นเป็นเรื่องราวของพระสังข์ตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้พระสังข์รู้ว่าพระมารดาตามมาแล้ว จึงมาที่ห้องครัวและได้พบกับพระมารดาที่พลัดพรากจากกันไปนานอีกครั้ง

คลิป 1

คลิป 2

🍦🍦 อร่อย #gino_chayanin #จีโน่

A post shared by ginokub (@gino_chayanin) on

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here