จนท. สหรัฐอเมริกา เสนอแผน ‘ดำน้ำแบบคู่หู’ ช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่า ออกจากถ้ำหลวง

0
312

เจ้าหน้าที่ สหรัฐอเมริกา เสนอแผน ‘ดำน้ำแบบคู่หู’ ช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่า ออกจากถ้ำหลวง (ชมคลิปท้ายข่าว)

จากกรณีทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล กู้ภัยและอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง โดยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา อดีตผวจ.เชียงราย

ในฐานะหัวหน้าทีมช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำหลวง แถลงในช่วง 2-3 วันนี้เด็กมีความพร้อมในการนำออกจากถ้ำ สำหรับความคืบหน้า วันที่ 7 ก.ค. ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากกำลังหน่วยซีลจะดำน้ำเข้าถ้ำหลวงไปยังบริเวณเนินนมสาว ซึ่งเป็นจุดที่เด็กทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่ พร้อมเตรียมความพร้อมของทั้ง 13 ชีวิตในการนำตัวออกมา

แต่ติดอุปสรรคที่ระดับน้ำในถ้ำยังสูงมาก จึงอาจเป็นความเสี่ยงในการดำน้ำ ดังนั้นการหาโพรงหรือปล่องบริเวณเหนือถ้ำ จึงเป็นอีกหนทางในการนำทั้ง 13 ชีวิตออกมา โดยพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ นำกำลังตำรวจตชด.และพลร่ม เร่งหาโพรงที่พิกัดตรงกับจุดเนินนมสาว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากในถ้ำว่า ก่อนหน้านี้เคยเห็นแสงลอดเข้ามาในถ้ำ

จึงได้นำแผนที่มากางตรวจสอบหาพิกัด พร้อมออกสำรวจพบโพรงจุดหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจพบทางสามารถลงไปได้ โดยขณะนี้ตชด.กำลังเร่งโรยตัวลงไปยังโพรงจุดนี้ว่าสามารถลงไปถึงจุดเนินนมสาวที่ทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่หรือไม่ ด้านสำนักข่าวต่างประเทศอย่างซีเอ็นเอ็น ระบุจากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาซึ่งมีความคุ้นเคยในปฏิบัติการประสานงานช่วยเหลือระหว่างประเทศว่า

แผนช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำอาจรวมถึงการดำน้ำแบบคู่หู หรือที่เรียกว่าบั๊ดดี้ไดฟ์ ให้นักดำน้ำผู้ใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญดำน้ำประกบกับเด็กๆ ทีมหมูป่าแบบตัวต่อตัว โดยทีมดำน้ำของไทยต้องทำหน้าที่หลักในการช่วยเหลือ ขณะที่ทีมดำน้ำของสหรัฐจะช่วยในเรื่องการจัดเตรียมจุดตั้งถังออกซิเจน

แหล่งข่าวยังระบุอีกว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเปิดเผยถึงแผนช่วยเหลือดังกล่าวในวันเสาร์นี้ ซึ่งภารกิจช่วยเหลือสามารถเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะดำเนินการหรือไม่

ส่วนปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ จนท.ซีลยังไม่นำทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวงได้คือ ระดับน้ำที่ท่วมปิดทางด้านในที่เป็นช่องแคบ ทำให้ไม่สามารถลำเลียงเด็กออกมาได้ วันนี้ (5 ก.ค. 61) ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ มีข้อแนะนำจากครูสอนดำน้ำและสอนกู้ภัยทางน้ำ ประสบการณ์กว่า 10 ปี มาช่วยแนะนำวิธี 2 ประกบ 1

นายฐาพล สมสกุล ครูสอนดำน้ำและครูสอนกู้ภัยทางน้ำ ประสบการณ์กว่า 10 ปี ผ่านการสอนเด็กเล็กในการใช้อุปกรณ์ดำน้ำ ระบุว่า วิธีที่จะให้เด็กออกมาจากถ้ำได้ โดยไม่ต้องรอน้ำลด สามารถทำได้ โดยในระหว่างนี้อยากให้ซีลสอนวิธีการเคลียร์หู การใช้อุปกรณ์ หน้ากาก ท่ออากาศให้เด็กเกิดความคล่องตัว และสอนเทคนิคการนับก้าว ซึ่งหากประเมินว่าเด็กชำนาญในการใช้อุปกรณ์แล้ว อยากเสนอวิธี ซีล 2 นาย ประกบ 1คน

โดยให้ซีลคนแรกแบกขวดอากาศเป็นคนนำทาง ให้เด็กอยู่ตรงกลาง พกสายออโต้พุด หรือสายอากาศที่โยงมาจากซีลคนที่ 2 แบกขวดอากาศ ประกบตามท้าย ซึ่งการดำน้ำนำเด็กออกมา เป็นการเดินดำน้ำ เดินตามเชือกที่มีแคมป์ไลต์ที่ซีลได้กำหนดจุดไว้

แต่จุดที่ยากที่สุด คือช่วงแคบที่ลอดได้ทีละคน แนะนำให้ซีลคนแรกมารอปากทาง และส่งสัญญาณเสียง จากนั้นให้เด็กเดินใต้น้ำมาตามทางแคบ โดยมีซีลคนที่ 2 ประกบท้าย ด้วยการจับสัมผัสที่เท้า โดยซีลจะต้องถอดแทงก์อากาศมากอดไว้แทน เมื่อเดินตามทางที่มีแสงแคมป์ไลต์ส่องพอให้เห็นแสง

ซีลคนที่ 1 เปลี่ยนสายออโต้พุดให้เด็กสวมหายใจ และเดินดำน้ำออกมา ส่วนจุดที่ระบุว่าต้องดำน้ำลึก 30 เมตร น่าจะไม่ใช่ปัญหา เชื่อว่าซีลมีประสบการณ์มากพอจะจัดการได้ ในความปลอดภัยของเด็ก ทั้งนี้ เชื่อว่าเด็ก 12 คน และโค้ช มีปฏิภาณไหวพริบจากการเป็นนักกีฬา เชื่อว่าจะสามารถคุมสติและอารมณ์ตอนอยู่ใต้น้ำได้ ทั้งคุ้ยเคยกับกายภาพของถ้ำมากกว่าซีลอีกด้วย

นอกจากนี้ BCRC ยังแนะวิธีช่วย 13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมี ดำน้ำออกจากถ้ำในระยะเวลา 11 ชั่วโมง ชี้เสี่ยงอันตรายมาก แนะให้รอข้างในถ้ำจนหมดหน้าฝน รอน้ำลดแล้วค่อยเดินออกมา วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 มีรายงานว่า นายบิล ไวธ์เฮาส์ รองประธานสมาคมกู้ชีพผู้ติดถ้ำ Cave Rescue Council (BCRC) ต้นสังกัดนักดำน้ำชาวอังกฤษทั้ง 3 คน

เปิดเผยถึงการนำตัวทีมหมูป่าฯ และโค้ช ออกจากถ้ำหลวง ว่า การให้เด็ก ๆ ดำน้ำหรือว่ายน้ำออกจากถ้ำนั้น ถือเป็นวิธีที่เสี่ยงมาก ซึ่งวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ การรออยู่ในถ้ำไปก่อนจนหมดฤดูฝน แม้จะเป็นวิธีที่น่าหดหู่ แต่เชื่อว่าคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะจากลักษณะทางกายภาพของถ้ำหลวง แสดงให้เห็นแล้วว่ามีทางเข้าหลักเพียงทางเดียว

และการมองหาหนทางอื่นเพื่อเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ภายในถ้ำยังค่อนข้างห่างไกลความจริง นายบิล เผยต่อว่า การดำน้ำและว่ายน้ำต้องใช้ทักษะขั้นสูง ที่ต้องมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งมาก ผิดกับทีมหมูป่าฯ ทุกคนตอนนี้ ที่ไม่มีทักษะมาก่อน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเสียศูนย์ระหว่างทาง

เนื่องจากทัศนวิสัยภายในถ้ำหลวงตอนนี้ต่ำมาก และการเดินทางใช้เวลานานถึง 11 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ดี ถ้าจะให้เสนอ ตนเองขอเสนอการใช้เปลหามพร้อมถังอากาศที่เพียงพอในการเคลื่อนย้ายทีมหมูป่าฯ โดยเด็ก ๆ สวมหน้ากากดำน้ำที่รัดกุมและเชื่อมต่อกับถังอากาศให้สนิท และให้เจ้าหน้าที่ควบคุม 3 ต่อ 1 คน ในการดูแลตัวเด็ก

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here