จ.ร้อยเอ็ด ‘เตรียมสร้างพิพิธภัณฑ์’ รูปปั้น ‘จ่าแซม’ เพื่อจารึกคุณความดี เป็นตัวอย่างแก่คนรุ่นหลัง

0
134

จ.ร้อยเอ็ด เตรียมสร้างพิพิธภัณฑ์รูปปั้น ‘จ่าแซม’ เพื่อจารึกคุณความดี เป็นตัวอย่างแก่คนรุ่นหลัง (ชมคลิป)

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมสร้างพิพิธภัณฑ์ และรูปปั้นนาวาตรีสมาน กุนัน เพื่อจารึกคุณความดี และความเสียสละไว้ ให้เป็นตัวอย่างแก่คนรุ่นหลัง โดยภรรยานาวาตรีสมาน ยืนยันว่าจะมอบสิ่งของจำนวนหนึ่งของจ่าแซม มาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 16ก.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาปฏิบัติธรรมรัตนมงคล วัดบ้านหนองคู อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด

ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ นาวาตรีสมาน กุนัน วีรบุรุษถ้ำหลวง นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ อายุ 38 ปี ที่เสียชีวิตจากอาการหมดสติในขณะปฏิบัติภารกิจดำน้ำลำเลียงขวดอากาศจากโถง 3 ไปจุดต่างๆ ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์

- Advertisement -

และทำรูปปั้นรำลึกถึงนาวาตรีสมาน โดยมีพระธรรมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัด ประชุมร่วมฝ่ายปกครอง เบื้องต้น จะทำพิพิธภัณฑ์ รวบรวมประวัติ และสิ่งของของนาวาตรีสมาน และจัดทำรูปปั้น เท่าตัวจริง ในพื้นที่ 2 ไร่ ของห้วยกุดแคน ซึ่งอยู่ติดอยู่กับวัดบ้านหนองคู ขณะนี้รวบรวมเงินได้แล้ว 7 แสนบาท ส่วนรูปแบบของรูปปั้น ทางสถาบันราชภัฏร้อยเอ็ด และมหาสารคาม

ได้ร่วมกันปั้นรูปหล่อต้นแบบเสร็จแล้ว โดยจะหล่อที่วัดบ้านเปลือย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ให้ครอบครัวกุนันมีส่วนร่วมด้วย นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอจตุรพักตรพิมาน กล่าวว่า แนวคิดการสร้างพิพิธภัณฑ์ และรูปปั้นของนาวาตรีสมาน เป็นแนวคิดของผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และชาวร้อยเอ็ด เพื่อรำลึกถึง เกียรติประวัติ คุณงามความดี ของนาวาตรีสมาน

หลังจากนั้น เตรียมทำประชามติ ขอเปลี่ยนชื่อห้วยกุดแคน และถนนรอบห้วย มาเป็น “ลำห้วยนาวาตรีสมาน กุนัน” เพื่อให้อยู่ในความทรงจำของประชาชนตลอดไป ด้านนางวลีพร กุนัน ภรรยานาวาตรีสมาน เปิดเผยว่า ยินดีมอบเหรียญ โล่รางวัล เกียรติบัตรต่างๆ รวมทั้งชุดเครื่องแต่งกายส่วนหนึ่งของสามี เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากมองว่า เก็บไว้เองก็ไม่ทรงคุณค่าเท่าเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ให้ผู้อื่นเรียนรู้ แต่คงไม่มอบให้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุดแต่งกายพระราชทาน กระบี่พระราชทานประจำตัว และเครื่องราชต่างๆ ขอเก็บเอาไว้เอง

ย้อนชมภาพ ‘จ่าแซม’ อาสาสมัครหน่วยซีล ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ช่วย13ชีวิต -จ่าแซมผู้ประสบเหตุ ถ้ำหลวง / จากกรณีที่ เกิดเหตุ จ.อ.สมาน กุนัน (หรือจ่าแซม) นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ซึ่งเป็น นทต.จู่โจม รุ่น 30 อายุ 38 ปี ปกติเป็นจนท.ตระเวนระงับเหตุฝ่าย รปภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บ.ท่าอากาศยานไทย ขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13ชีวิตทีมหมูป่า ภายใน ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 6 ก.ค.

และล่าสุด นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผวจ.เชียงราย เผยถึงพิธี “จ่าสมาน” ว่า “ความทราบถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงแสดงความเศร้า และรับสั่งจัดงานศพอย่างสมเกียรติ และทรงมีรับสั่งให้ดูแลครอบครัวและบุตรหลานอย่างดีที่สุด

มีรายงานว่า นักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือ หน่วยซีล ที่รับภารกิจให้ลำเลียงขวดอากาศจากโถงสาม ภายในถ้ำหลวงไปยังจุดต่างๆ บริเวณสามแยก ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (5 ก.ค.) เวลาเริ่มดำน้ำ 20.37 น. เมื่อเสร็จภารกิจ ขณะดำน้ำกลับได้หมดสติในน้ำ คู่ดำน้ำได้ทำการปฐมพยาบาล (CPR) แต่ไม่ได้สติ จึงนำกลับมายังโถงสามเพื่อปฐมพยาบาลอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้สติและในเวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่จึงได้นำพาร่างออกมาถึงหน้าถ้ำหลวงและส่งไปยัง รพ.ค่ายพญาเม็งรายมหาราช

(6 ก.ค.) เวลา 09.30 น. พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ยืนยันแล้วว่า เรื่องหน่วยซีลเป็นความจริง ผู้ประสบเหตุคือ จ่าเอกสมาน กุนัน อายุ 38 ปี นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ในส่วนของการทำพิธีจะดำเนินการในวันนี้ โดยจะนำส่งไปยังฐานทัพเรือสัตหีบ ก่อนประกอบพิธีหลวง

ผบ.หน่วยซีล อธิบายเพิ่มเติมว่า สภาพภายในถ้ำโหดพอสมควร จากโถงสามไปถึงจุดที่ทีมหมูป่าอยู่ เป็นระยะทาง 1,700 เมตร ใช้ระยะเวลาราว 5-6 ชั่วโมง รวมระยะทางไปกลับเกือบ 12 ชั่วโมง เราไม่ได้ทำอย่างบ้าบิ่นหรือไม่มีแผน และมีเวลาค่อนข้างจำกัด นักดำน้ำ 1 คนจะมีขวดอากาศติดตัวไปคนละ 3 ขวด และวางเป็นระยะๆ ซึ่งขาไปไม่มีปัญหา แต่ขากลับเจ้าหน้าที่อาจเกิดความเหนื่อยล้าขึ้นได้

“เรานั้นถูกฝึกมาเพื่อให้ทำงานในภาวะความเสี่ยงตลอดเวลา การเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าเราไม่เคยเสียขวัญ กำลังพลที่เสียไปจะไม่ให้เสียเปล่า” พล.ร.ต.อาภากร กล่าวทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีรับสั่งให้จัดพิธีอย่างสมเกียรติ และดูแลครอบครัวบุตรหลาน โดยทางญาติจะนำร่างไปประกอบพิธีที่ จ.ร้อยเอ็ด อย่างไรก็ตามหน่วยซีลทุกคนยังมีขวัญกำลังใจดี พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

ขณะที่พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (ซีล) กล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ รับศพจ.อ.สมาน ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมย้ำว่าเราไม่ได้ทำภารกิจด้วยความบ้าบิ่น หรือไม่มีแผน ทั้งที่สถานการณ์บีบคั้น เวลาค่อนข้างจำกัด ซึ่งจำเป็นต้องเร่งวางขวดอากาศเป็นระยะ โดยนักดำน้ำ 1 คน ต้องขนขวดอากาศคนละ 3 ถัง

สำหรับผู้ประสบเหตุ ปัจจุบันลาออกมาทำงานที่การท่าอากาศยานไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะนี้เรามีอดีตซีล มาเป็นอาสาสมัครช่วยงาน เพราะหน่วยซีล ต้องทำหน้าที่เหมือนหัวหมู่ ทะลวงฟัน ส่วนอดีตซีล จะเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งจ่าเอกสมาน ทำหน้าที่นำขวดอากาศเข้าไปวางตามรายทาง หลังจากวางขวดอากาศเสร็จ เกิดหมดสติ ทางบัดดี้พยายามปฐมพยาบาลแต่ไม่รู้สึกตัว จึงพยายามนำกลับมาที่โถง 3 ปฐมพยาบาลอีกครั้ง แต่ยังไม่รู้สึกตัว จึงรีบพาออกมา แล้วนำส่งโรงพยาบาล

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here