ขวัญใจหนุ่มๆยุค Hi5 “มายด์ ณภศศิ” โชว์ผิวสวยเปร่งออร่า ในชุดว่ายน้ำสีส้มขับผิว โดดเด่นสะดุดตา

0
227

ขวัญใจหนุ่มๆยุค Hi5 “มายด์ ณภศศิ” โชว์ผิวสวยเปร่งออร่า ในชุดว่ายน้ำสีส้มขับผิว โดดเด่นสะดุดตา (ชมคลิปท้ายข่าว)

ไม่ปล่อยให้หนุ่มๆ ได้พักสายตานาน เมื่อสาว มายด์-ณภศศิ สุรวรรณ ได้ออกมาอวดความแซ่บในชุดว่ายน้ำวันพีซ แหวกสูง โชว์ผิวขาวสะท้อนแสง หลังจากที่โชว์บั้นท้ายเด้งๆ ไปเมื่อเดือนก่อน มาวันนี้ต้องบอกกเลยว่า แซ่บกว่าเดิมแน่นอน

ล่าสุดสาว มายด์ ได้ไปพักผ่อนที่โรงแรมหรู ริมทะเลชะอำ พร้อมกับโชว์หุ่นแซ่บ ในชุดว่ายน้ำสีส้มสดๆ ให้ได้ดู ด้วยความที่เป็นสาวผิวขาวอยู่แล้ว จึงทำให้ทุกชุดที่เธอสวมใส่ดูโดดเด่นสะดุดตา ส่วนท่าโพสสุดแซ่บ ทำให้ทุกการโพสท่าของเธอดูน่ามอง ไม่แพ้นางแบบมืออาชีพเลยทีเดียว ว่าแต่ว่า อวดความเซ็กซี่ถี่ขนาดนี้ แฟนหนุ่มตัวจริงอย่าง “ไฮโซปู วันพอยท์” จะว่ายังไงบ้างคะเนี่ย เพราะเมื่อไหร่ที่สาวมายด์ มาในชุดว่ายน้ำ หนุ่มๆ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยนะตัวเอง

- Advertisement -

มายด์ ณภศศิ เริ่มเข้าวงการจากการประกวด Miss Uthaitip Freshy Idol 2008 และได้รับรางวัลชนะเลิศมาครอง ซึ่งนี่ถือเป็นรางวัลการันตี ความสามารถของ มายด์ ณภศศิ ได้เป็นอย่างดี จากนั้น มายด์ ณภศศิ ก็เริ่มมีผลงานต่าง ๆ มากมาย ทั้ง โฆษณา ถ่ายแบบ รวมไปถึงผลงานเพลง U tip Freshy Idol 4 และร่วมแสดงภาพยนตร์ แต๋วเตะตีนระเบิด

ส่วนละครโทรทัศน์นั้น มายด์ ณภศศิ ได้มีโอกาสโชว์ฝีมือการแสดงในละครเรื่อง อุบัติรักข้ามขอบฟ้า 2 รับบทเป็น อุ๊บอิ๊บ แฟนคลับของกอล์ฟ ไมค์ และละครเรื่องโลมากล้าท้าฝัน ทางช่อง 9 ก่อนที่จะมารับบทเป็น กิ๊บ ในละครซิทคอม เป็นข่าว และในตอนนี้ มายด์ ณภศศิ ก็มีผลงานละครเรื่องพรพรหมอลเวง ที่รับบทเป็นยมนา พยาบาลสาวที่แอบรัก ปฐวี พระเอกของเรื่อง นอกเหนือจากงานละครแล้ว มายด์ ณภศศิ ยังรับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ ทางช่อง Bang Channel อีกด้วย

มายด์ เป็นเน็ตไอดอลสาวที่เป็นสเปคในฝันของหนุ่มๆ หลายคน สำหรับ “มายด์ ณภศศิ” เพราะเธอ ขาว สวย น่ารักแถมยังยิ้มหวานดูแล้วมีเสน่ห์มากๆ ต้องบอกว่าถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกับ “มายด์ ณภศศิ” ในฐานะของเน็ตไอดอล และนักแสดงวัยรุ่น แต่วันเวลาเวลาผ่านไป สาวน้อยหน้าใสคนนี้มีเสน่ห์โดดเด่นขึ้นมาก โดยเฉพาะช่วงหลังที่มายด์ปรับลุคเพิ่มความเซ็กซี่เล็กๆ จนเมื่อปีที่ผ่านมาเธอได้ขึ้นปกนิตยสารแม็กซิม น่ารักปนเซ็กซี่

“มายด์ ณภศศิ” สาวหมวยหน้าใสจากเวทีประกวด Utaitip Freshy Idol 2008 รางวัลชนะอันดับที่ 1 หลังจากนั้นเธอก็ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว มีผลงานทั้ง ละคร, พิธีกร, โฆษณา, ถ่ายแบบนิตยสาร เป็นต้น ซึ่งผลงานแจ้งเกิดคือละครชุดอุบัติรักข้ามขอบฟ้า 2 ล่าสุดปี 59 นี้เธอได้ร่วมแสดงในภ. อวสานโลกสวย และ Love Songs Love Series รับบท แหม่ม ตอน คนไม่จำเป็น

สมัยมัธยมมายด์ร่วมทำกิจกรรมโรงเรียนหลายอย่าง เช่น นางนพมาศ, ถือป้ายโรงเรียน, เชียร์ลีดเดอร์ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้เป็นตัวแทน ผู้นำเชียร์และจุฬาคทากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานเก่ง เป็นเด็กกิจกรรม แถมเรียนเก่งอีกด้วย ก่อนหน้านี้ มายด์ ณภศศิ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ความใฝ่ฝันของเธอคือ การเป็นนักเขียน และเป็นดีเจ และไม่ว่าจะเป็นอะไร เธอก็อยากให้ผู้หญิงออกมาดูดี

และเป็นที่ยอมรับของสังคม ไม่ใช่เห็นเพียงแค่หน้าตาแล้วเข้ามาหา และเจ้าตัวยังแอบเผยว่า ไม่ชอบที่คนตัดสินอะไรเองจากลุคภายนอก เพราะแม้เธอจะดูเป็นสาวสวย แบ๊ว ๆ แต่งานหนัก ๆ เจ้าตัวก็ไม่เคยท้อ อะไรที่อยากได้ มายด์ก็จะเก็บเงินหาซื้อมาด้วยตัวเอง แถมเจ้าตัวยังมีนิสัยลุย ๆ นั่งวินมอเตอร์ไซค์ รถเมล์ สองแถวได้ ไม่ได้ติดลุคคุณหนูอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

เมื่อก่อนมายด์ก็เป็นเด็กเรียนคนหนึ่ง ชอบเรียนแล้วก็ทำกิจกรรมโรงเรียนมาตั้งแต่อนุบาลแล้วค่ะ เป็นนางรำบ้าง เต้นแจ๊ซบ้าง เคยถูกส่งไปประกวดเต้นแอโรบิกตามห้างฯ ด้วย เป็นขาแดนซ์ค่ะ แล้วตอนมัธยมฯ ก็แอบเรียนเก่ง สอบได้ที่ 1 ประจำ ผิดกับตอนนี้ (หัวเราะ) เวลามีแข่งวิชาการทีไร คุณครูก็จะส่งไป ทั้งวิชาคณิตฯ วิทย์ สสวท. ทำกิจกรรมเยอะมาตลอดค่ะ แต่ไม่คิดว่าจะได้ทำเยอะจนกลายเป็นอาชีพอย่างตอนนี้ (ยิ้มเรียบๆ)”

“ที่ไปประกวด S Club ก็เพราะพี่ที่รู้จักชวนค่ะ พอดีตอนนั้นเป็นช่วงติวสอบเข้า ม.4 ของเตรียมฯ (ร.ร.เตรียมอุดมฯ) เลยเข้ามาเรียนพิเศษแถวสยามฯ ประจำ เห็นว่ามีเวิร์กชอปด้วย น่าสนุกดี ก็เลยสมัครดู อยากลองทำอะไรใหม่ๆ ค่ะ เพราะตอนเรียนอยู่ที่ชลบุรีไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนไม่ชอบการแข่งขันด้วยซ้ำ แต่บังเอิญว่าได้ป็อปปูลาร์โหวต หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนติดต่อให้ไปแคสต์งานโฆษณา

ถ่ายนิตยสาร เล่นเอ็มวีบ้าง แล้วโมเดลลิ่งที่รู้จักก็ชวนให้ไปประกวดอุทัยทิพย์ พอได้ตำแหน่งเลยได้เซ็นสัญญากับแกรมมี่ค่ะ” มายด์ลำดับภาพชีวิตให้ฟังคร่าวๆ ฆ่าตัวตายเพราะหลงเสน่ห์เธอ “คงไม่ใช่เพราะเรื่องเรียนอย่างเดียวมั้งที่ทำให้คนอื่นเขาไม่ชอบหน้าเรา เรื่องหนุ่มๆ ด้วยหรือเปล่า?” เราถามออกไปเพราะเดาว่าเด็กเรียนดีกิจกรรมเด่นอย่างเธอ ต้องเนื้อหอมในโรงเรียนอย่างแน่นอน

“แสดงว่ามีคนมาจีบเยอะ จนสาวๆ อิจฉา” เรายังคงยิงคำถามกระตุ้นให้ตอบ และดูเหมือนว่าครั้งนี้จะได้ผล มายด์ชักสีหน้าลังเลเล็กๆ ก่อนถอนหายใจและให้คำตอบว่า “ก็คุยกับทุกคนที่เข้ามาค่ะ แต่ไม่ได้คบทุกคนนะ (ยิ้ม) จะชอบลองคุยดูก่อน พอไม่อยากคุยก็เลิกติดต่อ คิดว่าเป็นสิทธิ์ที่เราเลือกได้ค่ะ คนอื่นอาจจะมองว่าแย่ มองว่าเจ้าชู้หรือเปล่า แต่มายด์ไม่ค่อยชอบคบใครง่ายๆ เท่าไหร่ ให้คุยก็คุยได้นะ แต่ถ้าจะให้คบ คงต้องคิดอีกนาน”

ดังได้เพราะเป็นเด็กจุฬาฯ? หากลองสังเกตดูจะพบว่าดาราหลายคนที่ดังในระยะหลังๆ มานี้ มักมีดีกรีสูงๆ จบจากสถาบันการศึกษาชื่อดังกันทั้งนั้น อาจกล่าวได้ว่าอาชีพดาราไม่ต่างจากการสมัครงานทั่วๆ ไป คัดคนจากชื่อมหาวิทยาลัยและให้ความสำคัญกับฐานะทางสังคมมาก่อน ในฐานะที่มายด์เป็นดาราอีกหนึ่งคนซึ่งพ่วงตำแหน่งนิสิตจุฬาฯ เอาไว้ด้วย เธอจึงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้

“มายด์ว่าการเรียนในสถาบันดีๆ ก็มีส่วนเป็นใบเบิกทางในวงการอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ ที่มายด์ได้อุทัยทิพย์ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะตอนนั้นเรียนที่เตรียมฯ ด้วย คิดว่าชื่อสถาบันมีส่วนช่วยให้แยกแยะคนได้ง่ายขึ้นเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวนี้คนหน้าตาดีมีเยอะ มีหลายอย่างช่วยให้ทุกคนสวยได้ แต่เรื่องสมอง ความคิดภายใน มันวัดกันยาก คนทั่วไปเลยจะมองแค่โปรไฟล์ที่ฉาบไว้ก่อน ทำให้คนที่อยู่มหาวิทยาลัยดังๆ

มีโอกาสเข้าวงการมากกว่า มีชื่อเสียงได้ง่ายกว่า แต่ถ้าลองมีเวลาได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจริงๆ จะรู้ว่าชื่อมหาวิทยาลัยไม่จำเป็นเลยค่ะ” งานฟุตบอลประเพณีฯ คือบทพิสูจน์ที่ดีอีกข้อสำหรับทฤษฎีนี้ ทุกปีจะมีโมเดลลิ่งเข้ามาทาบทามเชียร์ลีดเดอร์และดรัมเมเยอร์ของงานเพื่อชักพาให้เข้าวงการ ทำให้ได้เห็นดาราหน้าใหม่จากรั้วจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

หากปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้บางคนรู้สึกหงุดหงิด คิดว่าเลือกคนเข้าวงการจากชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาเป็นหลัก มายด์ขอร้องให้เปิดใจและมองว่าเป็นเพียงโอกาสดีๆ ครั้งหนึ่งสำหรับคนที่อยากเข้าวงการเท่านั้นเอง  “คนที่ได้เข้ามาทำกิจกรรมคือคนที่ถูกคัดมาแล้วค่ะ อย่างเชียร์ลีดเดอร์หรือคทากร ก็เป็นคนที่คัดมาแล้ว แมวมองคงคิดว่าคนที่ผ่านการคัดเลือกแล้วคือคนที่มีคุณภาพในระดับหนึ่ง

เลยทำให้เขาชอบเข้ามาตามงานแบบนี้ อย่างบางคนสวยจริง แต่ถ้าไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย ก็คงไม่มีใครสามารถเข้าไปเห็นได้ โมเดลลิ่งคงไม่มานั่งมองหาตามคลาสเรียนของแต่ละคณะหรอกเนอะ มายด์ว่านะ ก็ไม่อยากให้มองว่าดารามีแต่จุฬาฯ ธรรมศาสตร์เต็มไปหมดค่ะ เพราะจริงๆ ก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น เพียงแค่ช่วงนี้เป็นกระแสเลยมีคนหันมาสนใจมากกว่า” มายด์อธิบายจากประสบการณ์

วงการเฟกๆ ไม่ขออยู่ดีกว่า พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนเปียโนตั้งแต่ยังเด็ก ไปไหนมาไหนมีคนคอยรับ-ส่งตลอดเวลา โตขึ้นมาอีกหน่อยเริ่มเรียนพิเศษ ติวเข้มจนสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมฯ ได้ กระทั่งปัจจุบันเรียนคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ พร้อมๆ กับทำงานในวงการไปด้วย พิจารณาจากที่เล่ามาทั้งหมด เรียกได้ว่ามายด์มีชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบมาโดยตลอด เป็นไปตามแบบแผนที่ครอบครัววางไว้ทุกกระเบียดนิ้ว

มองเผินๆ เธออาจจะดูเหมือนลูกคุณหนูที่ถูกตามใจ แต่ความจริงแล้วมายด์รู้จักคิดรู้จักดูแลตัวเองมากกว่าวัยรุ่นหลายคนเสียอีก “ป่าป๊าหม่าม้าจะสนับสนุนหมดทุกอย่างเลยค่ะ อยากได้อะไรส่วนใหญ่จะซื้อให้ถ้าเรามีเหตุผลที่ดีพอ แต่พอทำงานแล้ว เราก็จะรู้สึกเองว่าเงินหายาก หาเงินมาซื้อได้มากขึ้นก็จริง แต่จะคิดมากขึ้นก่อนซื้อ เทียบกับตอนเด็กๆ ไม่ได้อะไรก็จะร้องไห้โวยวาย อยากเปลี่ยนโทรศัพท์บ่อยๆ

อยากได้ตุ๊กตาเต็มไปหมด ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว ของบางอย่างที่มายด์ใช้ คนอื่นอาจจะมองว่าแพง สงสัยว่ามีได้ยังไง ที่จริงแล้วส่วนใหญ่จะเป็นของคุณแม่ค่ะ เขาชอบแต่งตัว พอไม่ใช้แล้วก็ให้เราใช้ต่อ ส่วนของแบรนด์เนมก็มีซื้อบ้างเหมือนกัน แต่ต้องเปรียบเทียบระหว่างราคา คุณภาพ แล้วก็ฐานะของเราด้วย ถ้าซื้อแล้วคุ้ม ใช้แล้วมันช่วยเสริมบุคลิกจริงๆ ก็โอเคค่ะ”  ตกลงแล้วมายด์เป็นคนแบบไหน?

เราตั้งคำถามเพราะอยากรู้จักเธอให้มากกว่าคำว่า “ลูกคุณหนู” แต่กลับได้คำตอบที่ลึกกว่าที่คิดไว้เสียอีก “เป็นคนสนุกค่ะ ชอบอยู่กับเพื่อน ชอบสังคม แต่ไม่ชอบเข้าสังคมในวงการนะ รู้สึกว่ามันเฟก บางคนเรารู้สึกได้ถึงความไม่จริงใจ ต่อหน้าดี พยายามเข้าหาเราเต็มที่ แต่พอลับหลังมีคนมาบอกว่าเขาไปด่าเราให้คนอื่นฟัง เพื่อนในวงการมายด์ก็มีเหมือนกันนะ แต่จะไม่ใช่อย่างที่บอก เพื่อนแบบนั้นคุยแบบผ่านๆ ก็พอค่ะ”

มายด์พูดอย่างตรงไปตรงมา ก่อนขยายความต่อ “หรือพวกงานอีเวนต์ มายด์ก็ไม่ค่อยชอบ ต้องไปเจอไปคุยกับคนที่ไม่รู้จัก เหมือนต้องพยายามเข้าไปแนะนำตัวกับคนนั้นคนนี้ตลอดเวลา มายด์ชอบอยู่เฉยๆ มากกว่าค่ะ ไม่ชอบประจบใคร แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้วจำเป็นกับการเป็นดาราคงจะเลือกไม่ทำดีกว่า มายด์ไม่ได้อยากอยู่ในวงการขนาดนั้นอยู่แล้ว อยากอยู่เบื้องหลังมากกว่าด้วยซ้ำ งานส่วนมากที่ทำก็ทำเพราะชอบตัวงาน

ไม่ได้ทำเพราะคิดว่าเป็นงานที่มีชื่อเสียง แค่ทำเพราะมันสนุก อย่างตอนนี้ที่ชอบที่สุดคงเป็นงานพิธีกรค่ะ ได้พูดสิ่งที่อยากพูด ได้เป็นตัวเอง รู้สึกสนุกดี” คนที่เคยเข้ามาจีบมายด์มีหลายแบบ ต่างสไตล์กันไป แต่ที่เด็ดสุดเห็นจะเป็นรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งที่อกหักจนต้องประชดด้วยการกรีดข้อมือตัวเอง และรุ่นพี่สาวหล่ออีกรายที่เกือบเอาชีวิตไปทิ้งในทะเล เพราะแอบรักมายด์ “มีมารับหน้าโรงเรียนบ้าง

รับไปกินข้าวกลางวัน ส่งดอกไม้มาให้ ที่เข้ามาแบบแปลกๆ ก็มีเหมือนกันค่ะ คุยกันเป็นเพื่อนอยู่ดีๆ พอเขามาขอเป็นแฟน มายด์ปฏิเสธไป เขาก็ไปกรีดข้อมือตัวเอง ตอนเขากรีดเราไม่รู้ค่ะ มารู้อีกทีมีคนบอก แล้วที่ข้อมือของเขาก็เห็นว่าเป็นรอยแผลจริงๆ แอบกลัวอยู่เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าเขาผิดปกติหรือเปล่า” “อีกคนเป็นรุ่นพี่ที่เป็นทอม ไม่รู้เราไปทำอะไรให้เขาเสียใจ วันหนึ่งเขาหายตัวไปจากบ้านเลย

ไม่ติดต่อกับเพื่อนหลายวัน ไปนั่งริมทะเลคนเดียว จนเพื่อนเขาต้องออกตามหา ช่วยกันลากกลับมา กลัวว่าเขาจะโดดทะเลไปจริงๆ” มายด์เท้าความให้ฟัง ส่วนคนในวงการที่มีข่าวว่าเคยคบกันอย่างพระเอกหนุ่ม “สน ยุกต์ ส่งไพศาล” นั้น มายด์ขอแก้ข่าวว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าเคยคบกับหนุ่มในวงการจริง “พี่สนเคยมาจีบตอนอยู่ม.ปลาย แต่ไม่ได้คบกันค่ะ แค่คุยกัน แต่ทุกคนจะคิดว่าเราคบกัน

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here