น้ำใจไทย-ลาว ‘กู้ภัยโคราช’ ‘ฝ่ามวลน้ำ’ ภารกิจช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัย ‘หลังเขื่อนแตก’ ติดเกาะกว่า 4วัน

0
195

กู้ภัยโคราช ‘ฝ่ามวลน้ำ’ ภารกิจช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัย ชาวลาว ‘หลังเขื่อนแตก’ ติดเกาะกว่า 4วัน (ชมคลิปท้ายข่าว)

ทีมกู้ภัยจากประเทศไทย เจอชาวลาวติดเกาะ 4 วัน โดยช่วยเหลือเด็ก 6 ราย ผู้ใหญ่ 7 ราย และสุนัข 1 ตัว ที่รอดชีวิต ยันยังไม่พบผู้เสียชีวิต แต่อย่างใด – กู้ภัยไทย ช่วยชาวลาว / วันนี้ (27 ก.ค. 61) เพจเฟซบุ๊ก ฮุก 31 ทีม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ได้โพสต์ภาพภารกิจช่วยค้นหาผู้ประสบภัย ที่เมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว ซึ่งทีมกู้ภัยจากประเทศไทย ออกเดินทางไปช่วยเหลือพี่น้องชาวลาว โดยวางแผนร่วมทหารลาว ช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 800 ราย ที่ยังติดอยู่บนเกาะกลางน้ำบ้านไซดอนโขง บ้านตามะยอย บ้านห้วยสมอง เมืองสะหนามไซ

โดยเพจเฟซบุ๊ก ฮุก 31 ทีม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ระบุว่า ที่แขวงอัตตะปือ พบผู้รอดชีวิตติดเกาะ 4 วัน เด็ก 6 ผู้ใหญ่ 7 สุนัข 1 เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ร่วมกับกู้ภัยฮุก31(นครราชสีมา) กู้ภัยเมตตาธรรม (กาฬสิน) ทีมW.D.R.T กู้ภัยอุดมเวทย์(ร้อยเอ็ด) ชมรมดำน้ำโคราช ภารกิจตามหาผู้สูญหาย รายละเอียดพรุ่งนี้เล่าให้ฟังครับ พร้อมภาพช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาได้ รวมทั้งเด็กๆ ด้วย

ณะเดียวกัน นายศุภชัย นามแก้ว หนึ่งในทีมงานกู้ภัยประเทศไทยที่ได้เดินทางไปร่วมช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยจากเขื่อนแตก ที่แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว ได้โพสต์ภาพและข้อความลงเฟชบุ๊คส่วนตัว รายงานว่า วันที่ 26 ก.ค. ทีมงานหน่วยกู้ภัยประเทศไทยร่วมกับหน่วยกู้ภัยประเทศลาว ได้เเบ่งหน้าที่กันทำงานเป็น 2 สาย

สาย A นำเรือลาดตระเวณค้นหาผู้ประสบภัยทางน้ำบริเวณบ้านไซดอนโขงเเขวงอัตตะปือ พบชาวบ้านเป็นเด็กเเละผู้ใหญ่ยังมีชีวิตจำนวน 14 ราย ติดอยู่บ้านกลางลำน้ำ กู้ภัยฮุก31 นคราชสีมา จึงดำเนินการลำเลียงออกมา ซึ่งเป็นด้วยความยากลำบากเพราะสภาพ เป็นโคลนตม

ส่วนสาย B ได้เดินทางไปที่บ้านตะม้อหยอดเเขวงอัตตะปือ ซึ่งห่างจากปากซองประมาณ 60 กิโลเมตร ระยะทางเข้าไปยากลำบากต้องใช้รถกระบะที่มียางที่สมบูรณ์เเบบ เเละรถเล็ก จึงจะสามารถเดินทางเข้าไปได้ เเต่ก่อนจะไปถึงบ้านตะม้อหยอดนั้นถนนได้ถูกน้ำจากเขื่อนท่วมทำให้รถยนต์ทุกคันไม่สามารถวิ่งผ่านได้

ทีมงานจึงตัดสินใจปักหลักกันอยู่ที่นั่น เมื่อประเมินสถานการณ์ทราบว่าการที่จะเดินทางไปต่อนั้นจะต้องอาศัยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านเข้าไปโดยการข้ามสะพานลิงที่ทางการลาวสร้างไว้ระยะทางจากถนนที่ถูกตัดขาดถึงบ้านตะหม้อหยอดนั้น ประมาณ 25 กิโลเมตร

จากนั้น จึงได้ทำการประสานผู้นำชุมชนลำเลียงสิ่งเครื่องอุปโภคบริโภค โดยใช้รถคูโบต้าของชาวบ้านในการลำเลียงสิ่งของ ให้กับผู้ประสบภัยที่อาศัย อยู่บนเกาะบ้านตะม้อหยอด ประมาณไม่ต่ำกว่า 700 ชีวิต ซึ่งมีชาวบ้านหินลาดบ้านท่าหิน ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือน้ำท่วมหมดหลังคาเเต่ชาวบ้านบางส่วนอพยพทางเท้าขึ้น เพราะต้องพากันมาหาหมอบางรายถึงกับเป็นไข้เนื่องจากฝนตก เเละอากาศเเปรปรวน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่จำเป็นเบื้องต้นในขณะนี้คือ อาหาร นมกล่องสำหรับเด็ก ไฟฉายเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ยากันยุง ชนิดทา ยาสามัญประจำบ้าน เสื้อผ้า รองเท้าแตะ เครื่องใช้ ผ้าห่มกันหนาว ในส่วนของผู้เสียชีวิตขอรายงานให้ทราบว่าขณะที่เดินทางไปวันนี้ จุดตะม้อหยอด ไม่มีการพบผู้ประสบภัยเเต่อย่างใด

ความช่วยเหลือต่างชาติทะยอยเข้าพื้นที่ แม้ว่าจะผ่านมาแล้วเป็นวันที่ 3 แต่ยังมีประชาชนจำนวนหลายพันคนรอคอยการช่วยเหลือเนื่องจากสถานที่ประสบภัยซึ่งประกอบด้วย 6 หมู่บ้านในเมืองสนามไซ เป็นพื้นที่ห่างไกล ซึ่งติดกับรอยต่อของประเทศเวียดนามและกัมพูชา ขณะที่การเดินทางเข้าไปความช่วยเหลือก็เป็นไปอย่างยากลำบากเพราะเส้นทางคมนาคมบางแห่งถูกตัดขาดเพราะความรุนแรงของกระแสน้ำ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้สื่อข่าวบีบีซีในกรุงโซล ของเกาหลีใต้ รายงานว่า นายมุน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้มีคำสั่งให้ทีมกู้ภัยฉุกเฉินเดินทางมายัง สปป. ลาว เพื่อช่วยเหลือและค้นหาผู้ที่ยังสูญหายแล้ว ความช่วยเหลือจากเกาหลีใต้ครั้งนี้ เป็นผลเนื่องมาจาก บริษัท SK Engineering and Construction จำกัด ของเกาหลีใต้

เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 26% และ บริษัท Korea Western Power จำกัด ถือหุ้น 25% ในขณะที่ บริษัท ไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย จำกัด ผู้บริหารโครงการเขื่อนดังกล่าว ด้านนายอันแจ-ฮยอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท SK Engineering and Construction ได้ออกเดินทางลงพื้นที่เพื่อเป็นผู้นำปฏิบัติการกู้ภัย โดยมีการตั้งทีมปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว

ขณะที่บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นของโครงการได้เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 ในวันนี้ ( 25 ก.ค.) ว่า ให้เงินช่วยเหลือจำนวน 1,300 ล้านกีบ (ประมาณ 5 ล้านบาท) แก่ทางการ สปป. ลาว และตอนนี้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ พร้อมทีมงานเดินทางไป สปป.ลาว เพื่อดำเนินการด้านความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งได้ประสานขอการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี

และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยด้านเครื่องอุปโภคและบริโภค ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคชั่วคราว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงการฟื้นฟูแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยืนยันที่จะให้ความร่วมมือ สนับสนุน และช่วยเหลือทางการ สปป.ลาว อย่างเต็มที่ต่อไป

และเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเขื่อนแตกที่ลาว หลังจากเกิดเหตุผ่านไปกำลังจะย่างเข้าสู่วันที่สอง โดยสามารถสรุปได้ ดังนี้

1. ขณะนี้ ทางการลาวควบคุมสถานการณ์เขื่อนแตกได้แล้ว 2. ไม่มีน้ำออกจากเขื่อนที่แตกเพิ่มเติม 3. น้ำที่ทะลักท่วมหมู่บ้านก่อนหน้ายังคงระดับสูง และกินพื้นที่หลายหมู่บ้าน 4. ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 6,600 คน 5. สภาพผลกระทบคือ น้ำท่วมบ้านและพื้นที่ประกอบอาชีพ 6. ยังมีผู้สูญหายประมาณ 100 คน

7. เริ่มพบผู้ประสบภัยเบื้องต้นอย่างน้อย 20 คน 8. ไม่มีคนไทยได้รับอันตราย 9. พื้นที่เกิดเหตุอยู่ทางตอนใต้ของลาว แถบ จ.อุบลราชธานี มวลน้ำไม่มีผลกระทบต่อไทย 10. หน่วยกู้ภัยไทยยังไม่ได้ส่งทีมเข้าไปช่วยอย่างเป็นทางการ เพราะรอการประสานร้องขอและเป็นเรื่องระหว่างประเทศ

คลิป 1

คลิป 2

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here