ตร.แจ้ง ย้ายสื่อออกนอกพื้นที่ห่าง 2 กม. เพิ่ม รถพยาบาล เร่งช่วย 13 ชีวิตให้ปลอดภัย

0
87

ตร.แจ้ง ย้ายสื่อออกนอกพื้นที่ห่าง 2 กม. เพิ่ม รถพยาบาล เร่งช่วย 13 ชีวิตให้ปลอดภัย (ชมคลิปท้ายข่าว)

โดยเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าถ้ำว่า ในช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมาได้มีรถเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและรถพยาบาลจากหลายพื้นที่ขึ้นมาจอดสแตนบายจำนวนเพิ่มมากขึ้นอีก

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า หลังจากนี้จะห้ามสื่อทุกสำนักข่าว ไม่ให้ขึ้นมาประจำทำข่าวบริเวณปากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนในทุกกรณี รวมทั้งให้นักข่าวขนอุปกรณ์ลงจากบริเวณนี้ให้หมด โดยจะให้นักข่าวย้ายไปอยู่ที่จุดประจำการ อบต.โป่งผา ซึ่งห่างจากปากถ้ำถึง 2 กิโลเมตร

รวมทั้งผู้ไม่เกี่ยวข้องให้ออกนอกพื้นที่ หากฝ่าฝืน จะมีความผิด ซึ่งหลังจากสิ้นเสียงประกาศบรรดากลุ่มนักข่าวต่างพร้อมใจกันเดินมาสอบถามเจ้าหน้าที่ บริเวณปากถ้ำ โดยเจ้าหน้าที่ได้เพียงแต่บอกว่า เป็นคำสั่งของท่านผู้ว่าฯ ใครที่จะเข้ามาในพื้นที่ได้ ต้องได้รับอนุญาตจากท่านผู้ว่าฯ เท่านั้น

โดยกลุ่มนักข่าวต่างยืนวิพากษ์วิจารณ์ถึงการไม่อนุญาตให้นักข่าวขึ้นมาทำข่าว คาดว่าอาจเป็นการเตรียมการนำ 13 ชีวิตออกมาจาก ถ้ำหลวง ในไม่ช้านี้แล้ว จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ

ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยาน ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง โดยช่วงบ่ายวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ในที่ประชุมกู้ภัยค้นหาทีมหมูป่าทั้ง 13 ทีม มีความเห็นตรงกันคือ ซีล ทหารบก อุทยาน สื่อสาร กู้ภัย และทีมทำงานอาสาจากต่างประเทศระบุตรงกันว่าเคยเห็นแสงลอดเข้าไปในบริเวณถ้ำ ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพิกัดในพื้นที่พบว่าจุดที่แสงลอดเข้าไปดังกล่าวห่างจากเนินนมสาวไปประมาณ 400-500 เมตร

โดยคาดว่าจุดที่แสงลอดเข้ามานั้นเป็นโพรงที่ใกล้กับเนินนมสาวมากที่สุด อาจมีเถาวัลย์หรือซากกิ่งไม้ปิดบังอยู่ หากทีมสำรวจพบโพรงดังกล่าวจะเป็นการร่นระยะทางและเวลาในการเข้าช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต จากนั้นช่วงดึก บริเวณหน้าถ้ำหลวง ทหารนำผ้าใบแสลนกันแดดสีเขียว

มาปิดล้อมบริเวณทางเข้าวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนนางนอนโดยรอบ โดยเป็นการขยายพื้นที่จากเดิมที่เคยปิดไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อบดบังทัศนวิสัย หลังจากมีกระแสข่าวออกว่าจะนำเด็กส่วนหนึ่งที่ร่างกายพร้อมออกมาคืนนี้ รวมถึงสั่งการให้รถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์เตรียมพร้อมตลอด 24 ช.ม.

ต่อมาเวลา 22.00 น. ฝนได้กลับมาตกโปรยปรายบริเวณถ้ำหลวงอีกครั้งในรอบ 5 วัน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ ซึ่งฝนที่ตกลงมาในรอบนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในภารกิจช่วยทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำ จากนั้นเวลา 23.50 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่เดินทางมาประชุมบริเวณถ้ำหลวงตั้งแต่ช่วงเย็น ได้เดินทางออกจากที่ประชุมติดตามสถานการณ์ หลังใช้เวลาในการประชุมติดตามเหตุการณ์นาน 6 ช.ม.

จากกรณีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือ หน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า และผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย อย่างแข็งขันตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อช่วงค่ำวานนี้ในที่ประชุมกู้ภัยค้นหาทีมหมูป่าทั้ง 13 ทีม มีความเห็นตรงกันคือ ซีล ทหารบก อุทยาน สื่อสาร กู้ภัย และทีมทำงานอาสาจากต่างประเทศระบุตรงกันว่าเคยเห็นแสงลอดเข้าไปในบริเวณถ้ำ

ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพิกัดในพื้นที่พบว่าจุดที่แสงลอดเข้าไปดังกล่าวห่างจากเนินนมสาวไปประมาณ 400-500 เมตร โดยคาดว่าจุดที่แสงลอดเข้ามานั้นเป็นโพรงที่ใกล้กับเนินนมสาวมากที่สุด อาจมีเถาวัลย์หรือซากกิ่งไม้ปิดบังอยู่ หากทีมสำรวจพบโพรงดังกล่าวจะเป็นการร่นระยะทางและเวลาในการเข้าช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต

จากนั้นช่วงดึก บริเวณหน้าถ้ำหลวง ทหารนำผ้าใบแสลนกันแดดสีเขียว มาปิดล้อมบริเวณทางเข้าวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนนางนอนโดยรอบ โดยเป็นการขยายพื้นที่จากเดิมที่เคยปิดไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อบดบังทัศนวิสัย หลังจากมีกระแสข่าวออกว่าจะนำเด็กส่วนหนึ่งที่ร่างกายพร้อมออกมาคืนนี้ รวมถึงสั่งการให้รถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์เตรียมพร้อมตลอด 24 ช.ม.

คลิป 1

คลิป 2

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here