ทางจังหวัดเตรียมประกาศ รับค่าชดเชย ขอบคุณชาวนา ยินดีเอาที่เป็นที่รับน้ำ ช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำ

0
170

ทางจังหวัดเตรียมประกาศ รับค่าชดเชย ขอบคุณชาวนา ยินดีเอาที่เป็นที่รับน้ำ ช่วย 13 ชีวิตติดถ้ำ (ชมคลิปท้ายข่าว)

เกษตรกรในเพื้นที่รับน้ำที่สูบระบายออกจากถ้ำหลวง เพื่อช่วยเหลือ 13 ชีวิต พูดมาตลอด ‘พวกเรายินดี ขอเพียงให้เด็กๆ ปลอดภัย’ ทางจังหวัดเตรียมประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อได้รับค่าชดเชย เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 61 นายสุขชัย เจรียงประเสริฐ เกษตรจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลศรีเมืองชุม โป่งผา และ ตำบลบ้านด้าย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสม และปริมาณน้ำที่สูบออกลงลำรางสาธารณะ จำนวน 1,397 ไร่ เกษตรกร 101 ราย คิดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประมาณร้อยละ 8.39

- Advertisement -

เมื่อเทียบกับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรในฤดูกาลผลิต ปี 60/61 ในพื้นที่ 3 ตำบล 16,646 ไร่ 907 ครัวเรือน ซึ่งเกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ ยินดีเป็นพื้นที่รับน้ำ ขอเพียงให้สามารถช่วยเหลือน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 ชีวิตได้โดยเร็ว

สำหรับการช่วยเหลือจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอีกครั้ง ซึ่งข้าวสามารถทนน้ำท่วมสูงได้ ประมาณ 10-15 วัน หากพบต้นข้าวเสียหาย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จะประกาศเขตภัยพิบัติ และเกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ไร่ละ 1,113 บาท รวมไม่เกินรายละ 30 ไร่ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม ตลอดคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ ทางหน้าที่ยังคงเร่งสูบน้ำออกจากลำเหมืองจ้อง ที่มีต้นน้ำมาจากวนอุทยานถ้ำหลวงดอยนางนอน ระบายไปยังพื้นที่ลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งช่วยเด็กติดถ้ำทั้ง 13 ชีวิตให้ออกมาได้

นอกจากนี้ชาวนายังเปิดใจอีกว่า ยอมปล่อยข้าวจมน้ำ ท่วมนา 120 ไร่ สกัดน้ำจุดใหม่สำเร็จ สืบเนื่องจากกรณีทีมนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คน ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย. 61 โดยเจ้าหน้าที่พยายามเร่งค้นหาตัวผู้สูญหายภายในถ้ำ พร้อมกับระดมเครื่องสูบน้ำระบายให้เจ้าหน้าที่ทำงานด้านในสะดวกขึ้น รวมถึงหาโพรงที่คาดว่าน้ำอาจจะซึมเข้าไปด้านใน นำไปสู่การค้นพบโพรงที่สามารถเชื่อมต่อกับภายในถ้ำหลวงได้

วันที่ 1 ก.ค. 61 นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ หน่วยไฟป่า และประชาชนในพื้นที่ในหมู่บ้านมูเชอร์ ร่วมกันเข้าสำรวจและเปลี่ยนทางน้ำ ที่เป็นต้นเหตุทำให้น้ำไหลเข้าถ้ำหลวง

การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการปิดทางน้ำต้นทางชั่วคราว และให้เปลี่ยนทางน้ำไปทางอื่น ซึ่งวิธีนี้จะไม่ส่งผลระยะยาวแต่อย่างใด แต่ในระหว่างนี้ ควรต้องจัดการกับทางน้ำไหลเข้าทั้งหมด

เพราะถ้ามีฝนตก แม้จะเร่งสูบน้ำออกถ้ำได้ปริมาณมาก แต่ถ้าไม่ปิดต้นทางน้ำ น้ำก็จะไหลเข้าไปเพิ่มเหมือนเดิม โดยวิธีการปิดทางน้ำอาศัยวิธีแบบชาวบ้าน คือใช้ต้นกล้วยป่า สังกระสี วางเรียงต่อ ๆ กันไป เพื่อกั้นทางน้ำให้บังคับไหลผ่านไปทางอื่น ไม่ลงไปที่โพรงที่เชื่อมต่อกับถ้ำหลวง

นอกจากนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าไปปิดรูโพรงทางน้ำ รวมถึงเข้าไปปฏิบัติการในเขตพื้นที่อุทยาน นายดำรงค์ ระบุว่า ในฐานะคนปฏิบัติงานในพื้นที่ ไม่ต้องเกรงกลัวเรื่องข้อกฎหมาย หรือถูกดำเนินคดีใด ๆ เพราะพื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศเป็นเขตช่วยเหลือฉุกเฉินแล้ว ดังนั้น การช่วยเหลือชีวิตคนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด และเป็นการได้บุญมาก

ขณะที่ทีมข่าวเดินทางมายังบริเวณถ้ำทรายทอง พบว่าเจ้าหน้าที่นำรั้วเหล็กมาปิดทางเข้า-ออก และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกพื้นที่ โดยพบกับ นางนภาสรณ์ ทาตุการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.เภอแม่สาย จ.เชียงราย

เปิดเผยว่า น้ำที่สูบออกก็จะไหลผ่านในชุมชนหมู่บ้านบ้านจ้องเพราะเป็นต้นน้ำ หลังจากนั้นแล้วน้ำจะไหลไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ และตำบลใกล้เคียง จนกระทั่งไหลลงสู่แม่น้ำรวก แล้วไหลไปสู่แม่น้ำโขง

ทั้งนี้ น้ำที่สูบออกจะไหลไปตามธารสายน้ำ ไม่ได้มีน้ำขัง เนื่องจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทางหมู่บ้านได้ทำการขุดลอกคูคลอง และด้านบนหมู่บ้านมีการจัดทำโครงการแก้มลิง เพื่อป้องกันน้ำท่วม ทำให้การสูบน้ำที่ถ้ำทรายทอง ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน

นอกจากนี้ ตนเองได้เข้าไปดูการสูบน้ำด้านในถ้ำทรายทอง พบว่า มีการนำรถแบ็คโฮมาขุดเพื่อขยายทางน้ำ ซึ่งช่วยได้ค่อนข้างมาก และเมื่อขึ้นไปดูบริเวณโครงการแก้มลิง ก็มีปริมาณน้ำเหลือไม่เยอะมากนัก ทั้งนี้ หากจะเกิดน้ำจากการสูบออกมากระทบในชุมชน ชาวบ้านก็เต็มใจที่จะให้มีน้ำผ่านเพราะทุกคนอยากที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ทั้ง 13 คนอยู่แล้ว

ส่วนการที่น้ำไหลลงไปท่วมในพื้นที่นาของชาวบ้าน ตนยังไม่เห็นว่ามีชาวบ้านเข้ามาแจ้ง นั่นหมายความว่า แม้จะท่วม แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะตอนนี้บางที่ยังไม่ถึงฤดูดำนา บางจุดอาจอยู่ในระหว่างการหว่านต้นกล้า จึงยังสามารถรับน้ำได้

สำหรับกรณีการขุดน้ำบาดาลขึ้นมาด้วย ทางตนก็ยังไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ แต่หากจะท่วมก็คงท่วมในบ้านตน ซึ่งตนไม่มีปัญหาอะไร ตนเต็มใจ และเชื่อว่าทุกคนก็เต็มใจ

บ้านถ้ำ หมู่ที่ 4 ต.โป่งบ้านถ้ำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ห่างจากถ้ำหลวง ประมาณ 5 กิโลเมตร และเป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรไร่นาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ระบายออกจากถ้ำ

นางอามีเปีย ลาภดวงพร ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนเช่าพื้นที่นาส่วนนี้ไว้ 120 ไร่ ซึ่งไร่นาจุดนี้เคยประสบปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี พ.ศ.2558 จนกระทั่งเกิดเหตุเด็ก 13 คนสูญหายในถ้ำ ก็มีการสูบน้ำออก น้ำที่ไหลลงมาจึงเป็นน้ำที่มาจากถ้ำหลวง โดยพื้นที่นาของตนเป็นพื้นที่รับน้ำ

ทั้งนี้ น้ำไหลลงมาจากถ้ำหลวง เข้าสู่พื้นที่นาของตนตั้งแต่ช่วง 4-5 วันก่อน และระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่วันนี้พบว่าน้ำเริ่มลดลงจากเดิมแล้ว ซึ่งตนปลูกต้นข้าวโพดไว้

และหากน้ำไหลลงมาอีก ก็อาจจะทำให้ต้นข้าวโพดที่ปลูกไว้ตาย แต่ตนก็คิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะอยากจะช่วยเด็ก ๆ ให้ปลอดภัย ตนยินยอมที่จะให้พื้นที่ของตนเป็นที่รับน้ำ เพื่อช่วย 13 ชีวิตให้ได้ก่อน แม้ตนจะต้องงดทำนาในปีนี้

นางอามีเปีย กล่าวต่อว่า หลังน้ำท่วมเข้านา ตนจึงเปลี่ยนไปเลี้ยงเป็ดแทน ซึ่งเป็ดสามารถลอยเหนือน้ำได้ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยซื้อเป็ดมาประมาณ 700 ตัว ตายไปแล้วเหลือ 600 ตัว แม้รายได้จะน้อยกว่าการทำนา แต่ก็ได้นำไข่เป็ดไปขายได้ทุกวัน

นอกจากนี้ หลังจากน้ำไหลลงมาสู่ที่นา ก็มีปลาเข้ามาอยู่ด้วย จึงมีรายได้จากการจับปลาในท้องนาไปขายได้อีก ทำให้มีกำไรประมาณ 600-800 บาทต่อวัน อีกทั้งเจ้าของนาที่ตนเช่า ก็ช่วยเหลือให้ตนไม่ต้องจ่ายค่าเช่า

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here