กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ “เหนือ-อีสาน” ฝนตก “ร้อยละ 80” ระวังฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

0
111

กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้ “เหนือ-อีสาน” ฝนตก “ร้อยละ 80” ระวังฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก (ชมคลิปท้ายข่าว)

อุตุเผยฯ ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้… กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 29 ก.ค.61 ระบุว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวตังเกี๋ยและประเทศเวียดนามตอนบน

ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 น.วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา

ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายและค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

4 วิธีรับมือฝนตกหนัก จัดการบ้านให้พร้อมก่อนเจอปัญหา

1. ก่อนฝนตกควรตรวจสอบหลังคาบ้านเป็นประจำ ปีละครั้งสองครั้งจะได้ไม่เสียตังค์ซ่อมเยอะ การตรวจเช็คหลังคาถือเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้านควรให้ความสำคัญอยู่เสมอไม่ว่าฝนจะตกหรือฝนจะไม่ตกก็ตาม เพราะหากหลังคาของบ้านคุณเกิดมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ และปล่อยให้ถึงช่วงฤดูฝน หรือ เจอฝนตกหนักใส่ ถือว่าไม่ใชเรื่องดีแน่ๆ การตรวจเช็คหลังคาเป็นประจำจะช่วยให้หลังคาสามารถเผชิญกับฝนตกได้

2. รอยรั่วที่พื้น ผนัง เพดานรีบซ่อมตอนแผลยังเล็ก อย่ารอให้ฝนตกหนักเพราะมันจะเกินเยียวยา สิ่งต่อมาที่ควรเช็คให้ดีก็คือช่องว่างที่รอยต่อกระเบื้องควรปิดสนิทไม่มีรอยรั่ว หากใครไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงให้สังเกตดูรอยยาแนวที่กระเบื้องหากตรงไหนที่มีรอยร้าว ชำรุด หรือ รอยรั่วให้รีบนำยาแนวมาฉาบหรืออุดทับเพื่อแก้ไข ไม่ให้พื้นที่รั่วเกิดแผลใหญ่เมื่อต้องรับมือกับหน้าฝน

3. เช็คประตูหน้าต่างให้ดี ปิดผนึกมิดชิด ฝนตกแค่ไหน น้ำก็ไม่ไหลเข้าบ้าน อีกหนึ่งเรื่องที่จะพลาดไม่ได้ก็คือจุดเสี่ยงจากบานประตู บานหน้าต่างๆ ที่มีรอยต่อกับวงกบ แต่ไม่สนิทมิดชิดทำให้เวลาฝนตกน้ำมีโอกาสไหลเข้ามาสู่ตัวบ้านได้ ดังนั้นหากใครที่มีปัญหาน้ำรั่วซึมในเวลาที่ฝนตกมาจากรอยต่อวงกบบานประตูหน้าต่าง

4. ระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำอย่าให้พลาด ฝนตกหนักเมื่อไหร่อาจมีอันตรายถึงชีวิต ตรงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาด ไม่ต้องรอให้ฝนตกก็ต้องตรวจเช็คเป็นประจำ เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ อาจส่งผลถึงชีวิต โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า อาทิ เต้ารับไฟฟ้า สายไฟภายในต่างๆ จุดที่มีการสัมผัสบ่อยๆ อย่าง กริ่งหน้าบ้านก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ

คลิป กรมอุตุฯเตือนระวังฝนตกหนัก 27-31 กรกฏาคม 2561

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here