กรมอุตุฯ ชี้เหตุ ภูมิประเทศ ที่ทำให้บริเวณถ้ำหลวงฯ ฝนตกหนัก ส่งผลต่อภารกิจช่วย 13 ชีวิตออกจากถ้ำ

0
45

กรมอุตุฯ ชี้เหตุ ภูมิประเทศ ที่ทำให้บริเวณถ้ำหลวงฯ ฝนตกหนัก ส่งผลต่อภารกิจช่วย 13 ชีวิตออกจากถ้ำ (ชมคลิปท้ายข่าว)

ตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า วันนี้จะเป็นวันที่ฝนตกบริเวณภาคเหนือตอนบน เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากทะเลอันดามันพัดเข้าสู่ภาคเหนือ ทำให้อาจมีฝนตกหนักหลายวัน อาจส่งผบกระทบต่อภารกิจช่วย 13 ชีวิตออกจากถ้ำ

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้บริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ฝนตกหนัก เพราะลักษณะเขาเป็นจุดตั้งรับลม วันนี้(5 ก.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้ฝนตก บริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย โดยนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา โดยระบุว่าฝนจะตกหนักตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2561

เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ฝั่งทะเลอันดามันพัดเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทย และช่วงหลายวันที่ผ่านมาไม่มีฝน หรือตกเพียงเล็กน้อยเพราะอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นพระพิรุณ ที่พัดพาร่องฝนทางภาคเหนือขึ้นไปอยู่ทางตอนใต้ของจีน เมื่อพายุพระพิรุณอ่อนกำลังลง ร่องฝนจะเริ่มเคลื่อนตัวลงมาอยู่ที่ภาคเหนือของไทยเช่นเดิม ประกอบกับพายุดีเปรสชั่นที่ก่อตัวอยู่ทางมหาสมุดแปซิฟิกทางตะวันออกของฟิลิปินส์

จะเข้ามาพัดผ่านตอนเหนือของไทยเช่นกัน คาดว่าฝนจะตกหนักที่สุดในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ จึงกังวลว่าจะกระทบกับการช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำหลวงเนื่องจากปริมาณฝนส่งผลให้น้ำในถ้ำสูงขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ส่งข้อมูลนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายรับทราบเพื่อพิจารณาประกอบการวางแผนช่วยเหลือโดยมีสถานีอุตุนิยมวิทยาเชียงราย ทำหน้าที่ส่งข้อมูลในทุกๆ 15 นาที

สำหรับลมมรสุม เป็นการหมุนเวียนส่วนหนึ่งของลมที่พัดตามฤดูกาล คือลมประจำฤดู เป็นลมแน่ทิศและสม่ำเสมอ คำว่า “มรสุม” หรือ monsoon มาจากคำว่า mausim ในภาษาอาหรับ แปลว่า ฤดูกาล (season) สาเหตุใหญ่ๆ เกิดจากความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของพื้นดิน และพื้นน้ำในฤดูหนาวอุณหภูมิของพื้นดินเย็นกว่า อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทร

อากาศเหนือพื้นน้ำจึงมีอุณหภูมิสูงกว่า และลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบน อากาศเหนือทวีปซึ่งเย็นกว่าไหลไปแทนที่ ทำให้เกิดเป็นลมพัดออกจากทวีป พอถึงฤดูร้อนอุณหภูมิของดินภาคพื้นทวีปร้อนกว่าน้ำในมหาสมุทร เป็นเหตุให้เกิดลมพัดในทิศทางตรงข้าม ลมมรสุมที่มีกำลังแรงจัดที่สุดได้แก่ ลมมรสุมที่เกิดในบริเวณภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย

ประเทศไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุม 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม โดยมีแหล่งกำเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูง ในซีกโลกใต้บริเวณมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งพัดออกจากศูนย์กลางเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้

และเปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้เมื่อพัดข้ามเส้นศูนย์สูตร มรสุมนี้จะนำมวลอากาศชื้นจากมหาสมุทรอินเดียมาสู่ประเทศไทย ทำให้มีเมฆมากและฝนชุกทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามบริเวณชายฝั่งทะเล และเทือกเขาด้านรับลมจะมีฝนมากกว่าบริเวณอื่น

ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากหมดอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้แล้ว ประมาณกลางเดือนตุลาคม จะมีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มรสุมนี้มีแหล่งกำเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูงบนซีกโลกเหนือ แถบประเทศมองโกเลียและจีน จึงพัดพาเอามวลอากาศเย็น และแห้งจากแหล่งกำเนิดเข้ามาปกคลุมประเทศไทย

ทำให้ท้องฟ้าโปร่ง อากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งทั่วไป โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคใต้จะมีฝนชุกโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก เนื่องจากมรสุมนี้นำความชุ่มชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุม การเริ่มต้นและสิ้นสุดมรสุมทั้งสองชนิดอาจผันแปรไปจากปกติได้ในแต่ละปี

พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone)  พายุหมุนเขตร้อน หมายถึง พายุที่เกิดขึ้น เหนือมหาสมุทร ในเขตร้อน (ละติจูดต่ำ หรือ ใกล้เส้นศูนย์สูตร) เนื่องจากกระบวนการ ถ่ายเทพลังงาน ของอากาศชื้น เหนือมหาสมุทร เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มักจะเคลื่อนตัวไปตามกระแสลมรอบข้าง อาจมีกำลังแรงขึ้น หรืออ่อนลง

ตามแต่ลักษณะอากาศ ที่เคลื่อนผ่านไป แต่เมื่อเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน จะอ่อนกำลังลง เพราะไม่มีพลังงานจากไอน้ำ มาเสริมกำลังต่อ ปัจจุบัน เราแบ่งพายุหมุนเขตร้อน ออกเป็น 3 กลุ่ม ตามระดับความรุนแรง โดยวัดจากความเร็วลม ณ ศูนย์กลางพายุเป็นหลัก ดังนี้พายุดีเปรสชั่น (Tropical Depression) มีความเร็วลมไม่เกิน 63 km/h (ประมาณ 17 m/s)

มองจากดาวเทียม จะเห็นเป็นกลุ่มเมฆ หนาทึบ เป็นวงกลม ยังไม่มีแนวขดเป็นเกลียว หรือ ตาพายุ ชัดเจน พายุโซนร้อน (Tropical Storm) มีความเร็วลมสูงกว่า ดีเปรสชั่น แต่ไม่เกิน 118 km/h (ประมาณ 32 m/s) จากภาพถ่ายดาวเทียม อาจเริ่มเห็นเกลียวแขนของกลุ่มเมฆบ้าง พายุระดับนี้ จะได้รับการกำหนดชื่อให้ โดยหน่วยงานด้านอุตุนิยมวยานานาชาติ

(ยกเว้นประเทศฟิลิปปินส์ จะเริ่มตั้งชื่อพายุที่เข้ามาในเขตประเทศ ตั้งแต่ยังเป็น ดีเปรสชั่น) พายุระดับรุนแรงที่สุด เรียกกันง่ายๆ ว่า Tropical Cyclone (เพียงเพื่อให้แตกต่างจากพายุ 2 กลุ่มแรก เท่านั้น) แต่จะมีชื่อเรียกหลากหลายชื่อ ตามแต่พื้นที่ที่เกิดพายุ เช่น ในแถบแปซิฟิค เรียกว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon) แถบอเมริกากลาง เรียกว่า เฮอร์ริเคน (Hurricane)

แถบมหาสมุทรอินเดีย เรียกว่า ไซโคลน (Cyclone) ส่วนในแถบมหาสมุทรอินเดีย ใกล้ออสเตรเลีย เรียกว่า วิลลี่ วิลลี่ (Willi Willi) พายุระดับนี้มักจะเกิด “ตาพายุ” ขึ้นตรงใจกลาง ซึ่งเป็นบริเวณที่อากาศ มีความกดน้อยที่สุด และลมในบริเวณนั้น ค่อนข้างสงบนิ่ง อาจมีขนาดตาพายุตั้งแต่ 16 – 80 km เลยทีเดียว

คลิป เปิดผังถ้ำหลวงพา 13 ชีวิตออก ไม่ง่าย ปริมาณน้ำยังสูง

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here