“ทรงรับเป็นอาคันตุกะของพระองค์” เมื่อเสร็จภารกิจให้พาท่องเที่ยว ให้ดูแลชาวต่างประเทศที่มาร่วมปฎิบัติภารกิจครั้งนี้ให้ดี

0
519

“ทรงรับเป็นอาคันตุกะของพระองค์” เมื่อเสร็จภารกิจให้พาท่องเที่ยว ให้ดูแลชาวต่างประเทศที่มาร่วมปฎิบัติภารกิจครั้งนี้ให้ดี (ชมคลิปท้ายข่าว)

“ในหลวง” ทรงขอบใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย-ทรงแนะนำประสบการณ์ไปปรับใช้เป็นบทเรียน เมื่อเวลา 21.22 น. พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี โดยรับสั่งว่า การชมเชยเบื้องต้นเป็นสิ่งที่ดีแต่ขอให้รักษาสติ สมาธิ ปัญญาในการปฎิบัติภารกิจ โดยภารกิจ จะสำเร็จเรียบร้อยก็ต่อเมื่อทุกคนออกมาและกลับสู่ครอบครัวด้วยความปลอดภัย

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากการวางแผนทำงานอย่างเป็นระบบ มีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทั้งคนไทยและต่างชาติที่มาร่วมภารกิจหรือส่งกำลังใจมาช่วย การนำคณะออกจากถ้ำต้องคิดและวางแผนให้ดี คำนึงถึงสุขภาพและภาวะจิตใจก่อนนำตัวออกมา ต้องใช้ดุลพินิจ วุฒิภาวะ ศรัทธา และฉันทะที่ถูกต้อง

หาวิธีการนำตัวออกมาอย่างปลอดภัย รอบคอบ ไม่ประมาท อย่าให้เกิดการบาดเจ็บหรือการสูญเสียทั้งคณะเด็กและคณะผู้ช่วยเหลือ จากนั้นจึงส่งตัวเข้ารับการเช็คสภาพร่างกาย ณ โรงพยาบาลให้เรียบร้อยและส่งกลับสู่ครอบครัว ส่วนบริเวณถ้ำหลวง

ให้ฟื้นฟูพื้นที่และจัดระบบความปลอดภัยให้รัดกุม นอกจากนี้ ทรงรับสั่งว่า ทำอะไรต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ ตระหนักถึงความเป็นมาและนำประสบการณ์ไปปรับใช้ นำบทเรียนนี้ไปใช้ในการวางแผนระบบแจ้งเตือนภัยต่าง ๆ จัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการแจ้งเตือนและช่วยชีวิตที่ทันสมัย

พร้อมทั้งให้หน่วยงานบริหารจัดการน้ำไปประเมินสถานการณ์ เพื่อเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ โดยทำแผนเผชิญเหตุ วิธีป้องกัน และแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง ส่วนชาวต่างประเทศที่มาร่วมปฎิบัติภารกิจครั้งนี้ให้ดูแลให้ดี

เมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้พาท่องเที่ยวต้อนรับอย่างดีโดยทรงรับเป็นอาคันตุกะของพระองค์ จนกว่าจะเดินทางกลับ หลังจากนี้จะทรงมีพระราชกระแสขอบใจ ชื่นชม ชมเชยทุกหน่วยงานทั้งของไทยและต่างประเทศ ตลอดจนประชาชนชาวไทยและต่างประเทศทั่วโลกต่อไป

ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ระดมพร่องน้ำ 24 ชั่วโมง ให้น้ำลดให้ได้มากที่สุด เพื่อ หาทางนำ 13 “หมูป่า” ออกมาจากถ้ำให้ได้เร็วที่สุด คืนนี้น่าจะโทรศัพท์คุยกับครอบครัวได้พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ

แถลงเมื่อ 17:00 น. ว่า นักฟุตบอลและโค้ช 13 คน “สบายดี” ได้รับการดูแลจากนักดำน้ำ 7 คน ที่เข้าไปอยู่เป็นเพื่อน ประกอบด้วย แพทย์ 1 นาย พยาบาล 1 นาย และ เจ้าหน้าที่หน่วยซีล 5 นาย โดยแพทย์ เริ่มให้ อาหารแก่เด็กๆและโค้ชแล้ว เป็นอาหารย่อยง่าย และพลังงานสูง มีเกลือแร่ ภายใต้การดูแลของแพทย์

“ไม่ต้องกังวล เราจะดูแลให้ดีที่สุด และจะนำกลับมาอย่างปลอดภัย กำลังวางแผนจะทำอย่างไร” พล.ร.ต.อาภากร แถลงที่กองอำนวยการหน้าปากถ้ำ แผนการขณะนี้ คือ พร่องน้ำให้ต่ำสุดแล้วนำตัวออกมา แต่หากทำไม่ได้ เพราะฝนตก จะใช้วิธีอื่น

จะมีแผนหลักและสำรอง เพื่อ นำ “ทุกคนจะกลับสู่อ้อมกอดของพ่อแม่อย่างปลอดภัย” ภารกิจถ้ำหลวงยังไม่สิ้นสุด “ขั้นต่อไปคือการกู้ภัย นำตัวเขาออกมาให้ได้”: ผวจ. เชียงราย ด้านทีมนักดำน้ำจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบอกว่าจะนำขวดน้ำพลาสติกเปล่าจำนวนมากเข้าไปเพื่อทำเป็นแพ

อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการช่วยเหลือ ที่อาจจะย้ายตัวเด็ก ๆ ไปยังส่วนที่น้ำท่วมน้อยกว่าต่อไป นอกจากนี้จะมีการติดตั้งสายไฟฟ้าและโทรศัพท์เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถจะพูดคุยกับพ่อแม่ที่อยู่ภายนอกได้ ซึ่ง ผบ.ซีล คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในคืนนี้ ก่อนหน้านี้นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

แถลงข่าวในช่วงเช้าวันนี่้ว่า ได้ประเมินสุขภาพเบื้องต้นของทั้ง 13 คนแล้ว เกือบทุกคนยังมีสุขภาพดี อาจจะมีบางคนที่มีอาการบางอย่างอยู่บ้าง แต่ยังไม่สามารถจะบอกได้ว่าเป็นคนไหน ต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดต่อไป โดยพ.ท. นพ. ภาคย์ โลหารชุน ที่สามารถดำน้ำได้ไปกับทีมซีลเพื่อตรวจสุขภาพของเด็ก ๆ แล้ว

“เมื่อวันเสาร์เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ มันเป็นมิชชัน อิมพอสสิเบิล แต่เมื่อคืนนี้เราทำได้แล้ว” ผวจ. เชียงรายกล่าว ทีมซีลได้นำเอาอาหารบางส่วนไปให้ทีมหมูป่า อย่างเช่น พาวเวอร์เจล และก็มียาต่าง ๆ เช่น ยาแก้ปวดหัว ยาแก้อักเสบ

เพื่อให้ทีมมีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมที่จะออกมาได้ นายภาสกร บุญญลักษม์. รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงในช่วงเย็นว่า เจ้าหน้าที่มองหาโอกาส และความเหมาะสมในการนำตัวเด็กและโค้ชออกมา ใครแข็งแรงก่อน ก็ออกมาได้ก่อน อาจไม่ถึง 4 เดือน

ซึ่งเป็นการประเมินเผื่อไว้ “ยืนยันไม่ใช่อยู่สี่เดือน แต่พร้อมออกทันที ใครแข็งแรงกว่า ก็ออกมาก่อน ใครไม่แข็งแรงก็ดูแลกันไปก่อน” นายภาสกร กล่าว นอกจากนี้ปฏิบัติการด้านอื่น ๆ อย่างเช่นการสำรวจ ขุดเจาะโพรงถ้ำ และการสูบน้ำยังคงดำเนินต่อไป เป็นปฏิบัติการคู่ขนาน

จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าการนำเอาตัวทั้ง 13 คนออกมาทางด้านหน้าถ้ำนั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด จึงจะยกเลิกปฏิบัติการอื่น ๆหลังพบตัวทีมหมูป่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลระบุว่าจะมีการขุดบ่อน้ำบาดาลเพิ่ม เพื่อจะสูบน้ำออกต่อไป และหากว่าน้ำลดลงถึงระดับหนึ่งจะแจ้งไปทางทีมช่วยเหลือ

เพื่อพิจารณานำตัวน้องออกมาโดยเร็วที่สุด เจ้าหน้าที่ทางการรายงานว่าพื้นที่โดยรอบจำนวน 1500 ไร่ ใน 4 ตำบลได้รับผลกระทบจากการสูบน้ำออกมาจากถ้ำ แต่เนื่องจากทางจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว ชาวบ้านจะได้รับการเยียวยา

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here