ไบค์เกอร์สาว “แคทรียา อิงลิช” ถอยบิ๊กไบค์คันใหม่ ขึ้นแท่นสาวสวยสตรองสุดมาดเท่

0
71

ไบค์เกอร์สาว “แคทรียา อิงลิช” ถอยบิ๊กไบค์คันใหม่ ขึ้นแท่นสาวสวยสตรองสุดมาดเท่ (ชมคลิปท้ายข่าว)

เรียกได้ว่าโคตรเท่เลยจริงๆสำหรับ “แคทรียา อิงลิช” อดีตนางเอกดังที่ตอนนี้แม้วัยจะล่วงเลยเข้าสู่หลักสี่ไปเรียบร้อยแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังคงฟิตร่างกายและดูแลตนเองให้เหมือนสาวรุ่นๆอยู่ตลอดเวลา แถมยังใช้ชีวิตได้แบบสุดเท่ เป็นสาวไบเกอร์ที่ลุยแหลกแม้จะร่างเล็ก เพราะล่าสุดเจ้าตัวถอยบิ๊กไบค์ Harley Davidson คันใหม่ใหญ่บึ้มมาเป็นลูกสาวอีกคัน บอกเลยว่ายอมใจความสตรองของนางมากจริงๆ

ซึ่งเมื่อปีที่แล้วได้มีการสัมภาษณ์ก่อนอื่นต้องบอกคุณผู้ฟังก่อนว่า โบรู้สึกขอบคุณแค่ไหนที่พี่แคทอุตส่าห์เดินขึ้นตึกของเรามาที่สตูดิโอพอดแคสต์ชั้น 4 ทั้งๆ ที่มีรอยฟกช้ำเต็มตัว เกิดอะไรขึ้นคะพี่ อาจมีคนไม่เยอะที่รู้ว่าพี่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ เมื่อสัปดาห์ก่อนมีอุบัติเหตุเล็กน้อย เพราะฝนตก ถนนลื่น เลยล้ม

ข้อศอกถลอก แต่หลังจากนั้นสองสามวัน บนถนนเส้นที่ใช้ประจำจู่ๆ ก็มีด่านงอกขึ้นมาซะงั้น คือพี่ขี่ตามรถคันหนึ่ง แล้วแซง พอแซงปุ๊บ ชนกรวยปั๊บ ล้ม คราวนี้ซี่โครงร้าวเลยค่ะ กระดูกสะโพกกับหัวเข่าก็ช้ำไปด้วย แถมข้อศอกถลอกตรงที่เดิมเลย ซ้ำเข้าไปอีก

วันนี้อย่าให้หัวเราะมากนะคะ เจ็บซี่โครง (หัวเราะ) ความจริงไม่เจ็บมากอย่างที่คิดนะคะ ตอนล้มนี่คือขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านก่อน ไปเอารถ แล้วขับมาโรงพยาบาล เขาจับเอกซเรย์แล้วบอกว่า ซี่โครงร้าว พี่ก็ อ้อ มิน่าล่ะถึงเจ็บๆ (หัวเราะ) ตอนกลับไปถึงบ้านยังไม่ได้มาโรงพยาบาลทันทีด้วยนะ

เพราะคิดว่าแค่ถลอก แต่พอเริ่มเจ็บหน้าอกก็เลยแวะไปตรวจซักหน่อยดีกว่า เขาให้มอร์ฟีน พี่ก็หลับไปสามชั่วโมง ตื่นมาก็บอกเขาว่า โอเค พร้อมจะกลับบ้านแล้ว เขาก็บอกว่า ยังๆๆ มอร์ฟีนมันออกฤทธิ์แปดชั่วโมงค่ะคุณ พี่ก็ ไม่เป็นไรนะคะ โอเคแล้ว… คร่อกกกก… หลับไปทั้งๆ ที่ยังคุยกับเขาอยู่เลยอะ

ทำไมชอบขี่มอเตอร์ไซค์คะ

ชอบมาตั้งแต่วัยรุ่นแล้วค่ะ แต่แม่ไม่ยอมเลย กลัวล้มแล้วเจ็บตัว เสียโฉม สารพัดจะห่วง แต่มาวันนี้พี่ก็ไม่มีอะไรจะเสียละ ขอสนุกกับชีวิตหน่อย เราโตแล้ว มีความรับผิดชอบพอสมควร ก็เลยตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งสะดวกมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพการจราจรแบบทุกวันนี้ ไปไหนมาไหนก็ง่าย และถ้าพี่บอกว่าสิบห้านาทีถึง สิบห้านาทีพี่ก็ถึงจริงๆ ถ้าขับรถน่ะเหรอ สามชั่วโมง ไปกองถ่ายเนี่ยพี่ถึงตรงเวลานะ คนอื่นเลตกันสองสามชั่วโมง บอกว่ารถติด ไม่ต้องบอก พี่เพิ่งซอกแซกผ่านรถติดนั่นมาเหมือนกัน

คนที่ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์จะรู้สึกทันทีว่ามันอันตราย ก็จริงค่ะถ้าไม่ระมัดระวัง ถ้าขับขี่อย่างไม่รับผิดชอบ อย่างพี่นี่ก็ขี่ช้านะ เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีอะไรพุ่งออกมาจากซอยเมื่อไร และระวังตัวเองไม่พอ ต้องระวังคนอื่นด้วย เช่น รถบางคันที่ไม่ให้สัญญาณไฟเลี้ยว

อะไรอย่างนี้ อันตรายมากนะ ตอนพี่ขี่มอเตอร์ไซค์ก็ให้สัญญาณไฟตลอด เพราะพี่อยากให้คนข้างหลัง หรือแม้แต่รถที่สวนมาข้างหน้าเขาเห็นว่าพี่กำลังจะทำอะไร พี่ไม่อยากโดยเสยท้าย เพราะฉะนั้น ใช้ไฟเลี้ยวกันด้วยนะคะทุกคน จำเป็นนะ

สมัยเด็กๆ เวลาจักรยานเราล้ม เราจะแหยงมันไปพักใหญ่ๆ ไม่กล้าขี่ไปอีกนาน ของพี่แคทเป็นแบบนั้นไหมคะ

ไม่เลยค่ะ อยากกลับไปขี่แล้ว (หัวเราะ) เหตุผลเดียวที่ยังไม่กลับไปขี่คือไม่อยากให้ซี่โครงที่ร้าวอยู่แล้วกลายเป็นซี่โครงหัก นี่ถ้าแค่ช้ำๆ เฉยๆ นะ กลับไปขี่แล้วป่านนี้ ตอนนี้ก็เลยต้องขับรถไปก่อน กลับไปรถติดเหมือนเดิม คนชอบนึกว่าพี่ขี่บิ๊กไบค์ ไม่เลย พี่ขี่สกูตเตอร์

เพราะมันขี่ง่ายกว่ากันมาก ขี่บิ๊กไบค์ไหนจะต้องบีบคลัตช์ เปลี่ยนเกียร์ ทั้งหนัก ทั้งใหญ่ คือพี่ขี่ได้นะ แต่มันไม่สะดวกเลยตอนรถติด สกูตเตอร์นี่ใต้เบาะเก็บของได้ด้วยนะ เวลาไปถ่ายละครนี่ใส่บท ใส่เสื้อผ้าหรือรองเท้า แถมมีตะขอหน้าด้วย ห้อยกาแฟได้สบายเลย (หัวเราะ)

ช่วงนี้มารำลึกอดีตกันหน่อยค่ะ พี่แคทนี่ก็ราชินีไนน์ตีส์คนหนึ่ง

รักยุค 80s 90s มาก งานแรกของพี่คือเป็นตัวประกอบเอ็มวีพี่เจ กองไว้ ตอนนั้นยังจัดฟันอยู่เลย แต่โผล่มาแค่เสี้ยววินาทีเองนะ หลังจากนั้นก็มีงานโฆษณา หลังจากนั้นก็เล่นหนังเรื่องแรก อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป ภาคแรก ตอนนั้นดาราหน้าใหม่แจ้งเกิดเพียบ แอน ทองประสม,

ต่าย-สายธาร, สายฟ้า เศรษฐบุตร, แนน-ปรางค์วลัย, บอยสเก๊าท์ (นี่คือตัวท็อปของไนน์ตี้ส์นะคะ!) มีอีกหลายคนที่ไม่ได้เล่นหนังเรื่องนี้ ธัญญ่า-ธัญญาเรศ รามณรงค์, คลาวเดีย จักรพันธุ์, อั๊ต-อัษฎา, โมทย์-ปราโมทย์ แสงศร โมทย์นี่เล่นคู่กันในละครเรื่องแรกของพี่ คุณหญิงจอมแก่น

อะไรคือความทรงจำที่แจ่มชัดที่สุดจากยุคนั้นคะ

มันเยอะ เลือกแค่หนึ่งอย่างไม่ได้เลย ช่วงนั้นเพิ่งเข้าวงการ มีอะไรเกิดขึ้นมากมายเต็มไปหมด

พี่แคททำมาหมดแล้ว นักแสดง นางแบบ พิธีกร นักร้อง นักเต้น

ทำมาหมดทุกอย่างแล้วจริงๆ ยกเว้นกำกับและอำนวยการสร้าง (อยากทำไหมคะ) กำกับคงไม่นะคะ แต่เคยคิดอยากเป็นโค้ชการแสดงในกองถ่ายละครนะ เพราะเราเห็นอะไรหลายอย่างที่คิดว่า ดีได้กว่านี้นะ ดาราสมัยนี้เข้าวงการกันมาง่าย คุณภาพลดลงไปเยอะ

นักแสดงหลายคนแค่ท่องจำบทมาพูด จบ ไม่มีอารมณ์ ไม่เห็นคาแรกเตอร์ บางทีพี่เห็นแล้วคันปากอยากพูก แต่ก็ต้องบอกตัวเองว่า มันไม่ใช่กงการอะไรของเรา แต่การกำกับมันมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่เรื่องการแสดง แต่ต้องดูภาพรวมด้วย แล้วภาษาไทยของเราก็ไม่เพอร์เฟกต์

พี่ต้องใช้เวลาอ่านบทนานมาก เพราะยังอ่านภาษาไทยได้ช้า ถ้าจะกำกับต้องทำการบ้านหนักมาก อำนวยการสร้าง ไม่แน่ค่ะ แต่ก็เหมือนกันคือ การบ้านเยอะ เตรียมตัวเยอะ พี่ล่ะนับถือคนทำงานนี้จริงๆ เพราะงานมันละเอียดและหยุมหยิมมาก แต่พวกเขารู้หมดว่าอะไรต้องเป็นยังไง

จากทั้งหมดที่เคยทำมา ชอบอะไรที่สุดคะ

การแสดงกับร้องเพลงค่ะ สองอย่างนี้ชอบพอๆ กัน งานแสดงนี่พี่พยายามหาอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อนเหมือนกันนะ อยากได้ความท้าทายมาขัดเกลาฝีมือของเรา อย่างบทร้ายๆ จิตๆ นี่อยากมาก ร้องเพลงกับเต้นรำก็ชอบ แต่งานพิธีกรนี่ไม่ค่อยนะ

คลิป

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here