2 นักดำน้ำฝรั่ง นำทีมเคลียร์ถ้ำหลวง เปิดเส้นทางพา ‘ทีมหมูป่า’ ออกสู่ภายนอก

0
226

2 นักดำน้ำฝรั่ง นำทีมเคลียร์ถ้ำหลวง เปิดเส้นทางพา ‘ทีมหมูป่า’ ออกสู่ภายนอก (ชมคลิปท้ายข่าว)

2 นักดำน้ำฝรั่งฮีโร่ นำทีมเคลียร์ ถ้ำหลวง อีกรอบ เปิดเส้นทางพา 13 ชีวิต สู่ภายนอก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 ก.ค. ที่วนอุทยาน ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้นักดำน้ำชาวต่างชาติหลากหลายประเทศ รวมตัวกันลงไปสำรวจถ้ำอีกครั้ง

หลังสลับเปลี่ยนเวรกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ได้นำสายอากาศ สาย CCTV สายวัดระดับความลึกของน้ำ และสายสื่อสารออก เนื่องจากมีความยาวเพียง 2 เมตร สามารถเข้าไปเพียงโถงที่ 1 และหาสายอื่นมาทดแทน

นอกจากนี้ยังนำของที่ไม่จำเป็น ลำเลียงออกจากพื้นที่ เนื่องจากต้องการเคลียร์พื้นที่ให้เป็นระเบียบ สะดวกต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่นำไม้พาเหรดประมาณ 10 แผ่นขนขึ้นไปวางบริเวณทางเดินหน้าถ้ำหลวง

เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เนื่องจากพื้นบริเวณนั้นเป็นโคลนค่อนข้างลื่น ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานลำบาก ส่วนบนท้องฟ้ายังคงมีเฮลิคอปเตอร์บินไปมา เพื่อหาจุดสังเกตต่างๆที่จะทำให้น้องสามารถออกมาจากถ้ำได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาวันที่ 2 ก.ค. หลังจาก นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย แถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า เจอแล้ว 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง วนอุทยานขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ท่ามกลางเสียงเฮดังลั่นของเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฎิบัติงานกันอยู่บริเวณถ้ำหลวง รวมทั้งคนไทยทั้งประเทศที่เฝ้าจับตาดูการช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงถึงจะสามารถนำทั้งหมดออกมาได้ สำหรับแผนการช่วยเหลือ ตามแผนที่ถูกซักซ้อมเสมือนจริง

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งทางบกและทางอากาศ สำหรับกรณี อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรองรับเด็กๆและโค้ชทั้ง 13 คน หากสามารถนำออกมาจากถ้ำได้ก็มีความพร้อมอย่างมาก โดยที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ตั้งอยู่ในเขต อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

ห่างจากถ้ำหลวงประมาณ 60 กิโลเมตร นายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้จัดคณะแพทย์ พยาบาล รถพยาบาล สถานที่รักษา ณ 3 อาคารอุบัติเหตุเพื่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ติดถนนสนามบินห่างจากฝูงบิน 416 (สนามบินเก่า)

ที่ใช้เป็นสถานที่ส่งตัวทางเฮลิคอปเตอร์ นพ.ไชยเวช กล่าวว่า โรงพยาบาลเตรียมความพร้อมเต็ม 100 เปอร์เซ็นในการรองรับ โดยเมื่อได้ตัวเด็กมาก็จะส่งตัวไปยังหอเตรียมผู้ป่วยเพื่อการคัดแยกปลอดเชื้อ มีการเจาะเลือด ตรวจรักษา รวมทั้งเตรียมยารักษาที่จำเป็นเอาไว้แล้วครบถ้วน

หลังจากรักษาเบื้องต้นแล้วก็จะแยกส่งไปรักษาต่อตามหอผู้ป่วยต่างๆ ที่มีเครื่องมือรักษาพร้อมสรรพและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงสาธารณสุขเดินทางไปเป็นที่ปรึกษาให้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน เช่น อายุรกรรม ศัลยกรรม วิสัญญี กุมารแพทย์ โรคทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อ ฯลฯ

โดยรอเพียงการปฏิบัติงานจริงเท่านั้น วันนี้ (3ก.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่าขณะนี้จะพบเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลทั้ง 13 คนแล้ว แต่ตลอดทั้งคืนที่บริเวณถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่ วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่แต่ละชุดยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง และตรึงกำลังบริเวณปากทางเข้าถ้ำหลวงเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจกู้ภัย ในการพาเยาวชนและโค้ช ทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำ เบื้องต้นต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ในการฟื้นฟูสภาพร่างกายเด็ก รวมทั้งการฝึกดำน้ำ

เนื่องจากภายในถ้ำ บางจุดยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยังคงมีการลำเลียงอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยเฉพาะถังอากาศ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นของหน่วยซีล ในปฏิบัติการกู้ภัย เพื่อลำเลียงเยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอล 13 คน

ออกจากถ้ำหลวง นอกจากนี้ยังมีในส่วนของสเบียงอาหาร พาวเวอร์เจล ซึ่งเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ส่งต่อเข้าไปภายใน สำหรับเยาวชนและโค้ช 13 คน ด้วย ซึ่งก็เป็นตอนหนึ่งของการฟื้นฟูสภาพร่างกายของทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำมานานกว่า 1 สัปดาห์ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ระบุว่า

เบื้องต้นทราบว่าสภาพร่างกายของเยาวชนและโค้ช 13 คน นั้นแข็งแรงกว่าที่มีการประเมินไว้ และยังไม่มีรายงานว่าคนไหนที่มีอาการน่าเป็นห่วง แต่ก็มีความกังวลในเรื่องของปอดและสายตา ซึ่งต้องรอให้ทีมแพทย์ที่เข้าพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดและรายงานกลับมาอีกครั้ง

ส่วนปฏิบัติการค้นหากระทั่งพบทั้ง 13 ชีวิต เมื่อคืนนี้ ทีมดำน้ำทีมแรกที่เข้าถึง เป็นทีมดำน้ำชาวอังกฤษ ก่อนที่หน่วยซีลไทย จะตามเข้าไปสมทบ หลังจากนั้นก็ได้มีการจัดส่งทีมแพทย์ พร้อมอาหาร ดำน้ำเข้าพื้นที่ เพื่อให้การดูแลในเบื้องต้น

ส่วนการลำเลียงเยาวชนและโค้ช ทั้ง 13 คน ออกจากพื้นที่ ยังต้องมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เนื่องจากในเวลานี้ ระดับน้ำในถ้ำบางจุดยังสูงอยู่ และต้องใช้การดำน้ำออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะการดำน้ำต้องใช้ทักษะหลายด้าน

เบื้องต้นทราบว่าถ้าจะเป็นจะต้องดำน้ำก็จะให้ทั้งหมดดำน้ำในระยะทางน้อยที่สุด แต่แผนการที่สำคัญตอนนี้ ยังเป็นระบายน้ำ ออกจากพื้นที่ ที่เจ้าหน้าที่ยังคงต้องเร่งสูบระบายน้ำออกจากถ้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อแข่งกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ที่มีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกลงมาในพื้นที่ในระยะ 2-3 วันนี้

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here