เคยมีคนติดถ้ำหลวงนาน 7 วันแล้วรอด! ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เผย ‘เหตุการณ์ใน 3 ปีที่แล้ว-นี่ไม่ใช่ครั้งแรก’ ?!

0
411

เคยมีคนติดถ้ำหลวงนาน 7 วันแล้วรอด! ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เผย ‘เหตุการณ์ใน 3 ปีที่แล้ว-นี่ไม่ใช่ครั้งแรก’ ?!

อดีตผู้ใหญ่บ้าน เผย เมื่อปี 2559 เคยมีชาวต่างชาติเข้าไปหลงอยู่ภายในถ้ำหลวงมาแล้ว โดยชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหา โดยใช้เวลากว่า 7 วัน จึงสามารถช่วยออกมาได้อย่างปลอดภัย

จากกรณีมีเด็กนักฟุตบอล และผู้ฝึกสอนหายเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมานายดำรงค์ หาญภักดีนิยม หัวหน้าวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สำนักงานพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 รับแจ้งว่ามีผู้ที่พากันเดินทางเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลายคนแล้วไม่กลับออกมาอีกเลย โดยพบรถจักรยานรองเท้าบริเวณทางเข้าถ้ำ

ล่าสุดเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 มิ.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือ หน่วยซีล ได้ปฏิบัติการค้น 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงต่อแล้ว เป็นวันที่ 4 โดยมีชุดควบคุม 2 นาย นักดำน้ำ 8 นาย แสตนด์บาย 5 นาย และอยู่หน้าถ้ำอีก 2 นาย โดยจะดำน้ำไปจนกว่าจะไปเจอจุดที่คาดว่าเด็กจะอยู่ คาดว่าจะอยู่บริเวณเนินหาดพัทยา ซึ่งอยู่ห่างจากปากถ้ำเข้าประมาณ 5 กิโลเมตร

นอกจากนี้ พล.อ.ธงชัย สาระสุข ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) ยังเปิดเผยด้วยว่า จากการรายงานของชุดปฏิบัติการของหน่วยซีล พบร่องรอยการเขียนชื่อและการขีดเขียนบนผนังถ้ำเป็นลูกศรมีการประทับรอยฝ่ามือ

ซึ่งคาดว่าเป็นรอยมือเด็กน่าจะเป็นทีมเยาวชนดังกล่าวพยายามหนีขึ้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงจากสภาพน้ำขึ้นจากฝนที่ตกหนักมาในถ้ำ ซึ่งหน่วยจะดำรงการติดตาม ประสานงานอย่างใกล้ชิดและให้การสนับสนุนเครื่องมือตามขีดความสามรถอย่างเต็มที่ พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะให้กับผู้บังคับบัญชาทราบถึงสถานการณ์ตามช่วงเวลาต่อไป

ต่อมาเวลา 10.30 น. ผู้สื่ิอข่าวได้พบกับนายอินสร แก้วสมพงษ์ อายุ 63 ปีอดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านจ้อง พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อปี 2559 มีชายชาวต่างชาติเคยเข้าไปหลงอยู่ภายในถ้ำหลวงแห่งนี้ โดยชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ ช่วยกันติดตาม โดยใช้เวลากว่า 7 วัน จึงสามารถช่วยออกมาได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ ผู้สื่่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการค้นหาและช่่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ทางครอบครัวของผู้สูญหายยังคงปักหลักติดตามการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่อยู่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีรายงานว่า ปริมาณน้ำในถ้ำเริ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตร เนื่องจากมีฝนตกลงมาตลอดเวลา จึงทำให้การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า บริเวณเหนือถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน มีปล่องที่ทะลุออกมานอกถ้ำได้ จึงใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจบริเวณเหนือถ้ำ ก่อนเจอปล่องตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน โดยปล่องดังกล่าวมีระยะห่างจากโถงจุดแรกภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ประมาณ 800 เมตร แต่ภายในถ้ำจะมีเส้นทางที่คดเคี้ยวและระยะทางที่ยาวกว่านั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่จึงโยนอาหารและขนมลงไปในปล่องดังกล่าว พร้อมกระดาษที่เขียนข้อความว่า ถ้าเจอขนมให้หยุดรอหน่วยซีล กำลังเดินไปตามหาทาง 7 ก.ม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเตรียมสำรวจเส้นทางของปล่องที่อยู่เหนือถ้ำด้วย

ตั้งศูนย์ช่วยชีวิตในถ้ำ

เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว นายภาสกร บุญลักษม์ รองผวจ.เชียงราย ผบ. เหตุการณ์ แถลงผลการปฏิบัติการว่า เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ อำนวยความสะดวกด้านการค้นหาอย่างเต็มที่และสถานการณ์ล่าสุดคือเรายังคงต้องแข่งกับเวลา โดยทางจากกรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ หรือหน่วยซีลของทหารเรือได้เดินทางเข้าไปในถ้ำเป็นระยะทางประมาณ 3 ก.ม. แล้วดำน้ำจนผ่านโพรงกว้างที่อยู่ภายในได้แล้ว จากนั้นสำรวจภูมิประเทศนาน 30 นาที และส่งชุดสนับสนุนที่ 2 เข้าต่อไป ทั้งนี้ การเข้าไปถึงจุดดังกล่าวไม่ราบเรียบ มีโขดหิน สูงต่ำและต้องผ่านน้ำ ทางศูนย์จึงจัดเครื่องสูบน้ำสนับสนุน 4 เครื่อง

นายภาสกรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ระดับน้ำภายในสูงขึ้นเพราะฝนตกลงมา ซึ่งทำให้กังวลเพราะการต้องเข้าไปจะยิ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้ถังออกซิเจนและใช้ความสามารถ ซึ่งหากว่าทีมค้นหาสามารถเจอผู้ประสบเหตุก็คงต้องเอาคนแข็งแรงออกมาก่อน แล้วจะตั้งกองบังคับการภายในถ้ำเพื่อช่วยเหลือเรื่องการดำรงชีพของคนภายใน ส่งอาหาร น้ำดื่ม ฯลฯ แล้วนำตัวออกมาให้เร็วที่สุดต่อไป ทั้งนี้ ก็กำลังรอความหวังว่าจะพบเจอคนแรกก่อนเพื่อจะได้เร่งให้การสนับสนุนช่วยเหลือต่อไป

นายภาสกรกล่าวอีกว่า เชื่อว่าเด็กๆ เข้าไปอยู่บริเวณสามแยก พบรอยมือ รอยเท้าที่บ่งชี้ว่ามีการเดินเข้าไปภายใน และจากการสอบถามนักสำรวจชาวต่างชาติและคนท้องถิ่นที่เคยเข้าไปก็ระบุว่าเป็นทางตันที่ไม่มีทางออกโดยมีระยะทางเข้าไปประมาณ 7 ก.ม. ดังนั้นก็คาดการณ์ว่าจากระยะเวลาค้นหาทำให้หน่วยซีลและเด็กๆ น่าจะอยู่ห่างกันออกไปประมาณ 2 ก.ม.

แต่เป็นระยะทางภายในถ้ำที่ไม่เหมือนพื้นที่ราบภายนอก ตามเส้นทางก็มีทั้งพื้นหินดินขึ้นลงและน้ำ อย่างไรก็ตาม ยังคงมั่นใจว่าคนที่เข้าไปโดยเฉพาะเด็กๆ ยังมีชีวิตอยู่ เพราะเป็นนักกีฬาและมีทักษะอยู่แล้ว ส่วนปล่องที่พบด้านเหนืออุทยานฯนั้นอาจเป็น จุดที่เด็กๆ เดินผ่านไป ซึ่งเจ้าหน้าที่จะหาวิธีการเพื่อใช้ช่วยเหลือเด็กๆ กรณีพบว่าผ่านจุดนั้นต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ยังคงส่งชุดค้นหาเข้าไปอย่างต่อเนื่อง

Leave your vote

-4 points
Upvote Downvote

Total votes: 10

Upvotes: 3

Upvotes percentage: 30.000000%

Downvotes: 7

Downvotes percentage: 70.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here