ย้อนรอยปี 59 นักท่องเที่ยวหายตัวปริศนาใน “ถ้ำหลวง” ป่านนี้ยังไม่มีใครพบตัว

0
901

ย้อนรอยปี 59 นักท่องเที่ยวหายตัวปริศนาใน “ถ้ำหลวง” ป่านนี้ยังไม่มีใครพบตัว

การหายตัวไปอย่างลึกลับของนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 ชีวิต ที่ถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย สร้างความตกใจให้กับคนไทยอย่างมาก และหลายคนก็กำลังเอาใจช่วยให้ทีมผู้ค้นหาเจอพวกเขาในเร็ววัน แต่ทั้ง 13 รายนี้ ไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่หายตัวไปในถ้ำแห่งนี้ เพราะเมื่อปี 2559 ก็เคยเกิดกรณีคนหายในกลุ่มถ้ำเดียวกันนี้มาแล้ว

(18 ส.ค.) พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตระไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย จ.เชียงราย มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ กรณีมีผู้แจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวหายไปภายในถ้ำทรายทอง

ซึ่งเป็นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถ้ำหลายแห่งที่เรียงรายใกล้กัน อยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งอยู่ ม.9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ห่างจากถนนพหลโยธินสายแม่สาย-เชียงราย เพียงเล็กน้อย

โดยกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อได้มีชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าที่จำหน่ายสินค้าอยู่บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวถ้ำหลวงดังกล่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีนักท่องเที่ยวที่มีรูปพรรณสันฐานเป็นชาวจีนหรือญี่ปุ่น เป็นชายอายุประมาณ 50-60 ปี เดินทางด้วยการปั่นจักรยานไปยังปากถ้ำหลวงดังกล่าว

จากนั้นนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวได้นำจักรยานแบบผู้หญิงสีฟ้าเข้มไปจอดพิงต้นไม้ใกล้กับร้านจำหน่ายอาหารตามสั่งของชาวบ้าน ทำนองว่าต้องการจะฝากจักรยานเอาไว้ เพราะจะเข้าไปท่องเที่ยวภายในถ้ำ

เพราะสามารถใช้ภาษาไทยได้เพียงเล็กน้อยและไม่ชัดเจนนัก สามารถจับใจความได้ว่า จะเข้าไปภายในถ้ำเพื่อนั่งสมาธิราว 2-3 วัน จึงขอฝากจักรยานไว้ด้วย ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าก็รับปากจะดูให้ ทำให้ชายต่างชาติคนดังกล่าวแบกกระเป๋าเป้ ซึ่งนำไปด้วยเพียงใบเดียวใส่หลังเดินหายไปในถ้ำ กระทั่งผ่านไป 7 วันแล้วก็ไม่ยอมกลับออกมาจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบดังกล่าว

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบที่ปากถ้ำ มีรถจักรยานคันดังกล่าวจอดอยู่จริงและพบขนม น้ำ และผลไม้จำนวนหนึ่ง ซึ่งทราบว่านักท่องเที่ยวคนดังกล่าวได้นำไปเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ บริเวณปากถ้ำก่อนที่จะเดินเข้าถ้ำไป

ส่วนภายในถ้ำพบว่าเป็นถ้ำที่มีลำธารน้ำไหลเชี่ยวออกมาจากตาน้ำอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแม้ว่าช่วงแรกของถ้ำจะเป็นลักษณะคล้ายห้องโถงใหญ่ แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปก็มีความมืด จนมองเห็นไม่ชัดเจนในช่วงต้นๆ และเมื่อลึกเข้าไปก็มืดสนิท ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินสำรวจเข้าไปได้ประมาณ 800 เมตรแล้วไม่พบว่ามีใครใดอยู่เลย

แต่พบเพียงพนังถ้ำช่วงหนึ่งเขียนข้อความเป็น 2 ภาษาคือภาษาจีนเขียนว่า “เห่อยิง” และภาษาอังกฤษอ่านได้ว่า “อาเหว่ย” อยู่ภายในแต่ไม่สามารถระบุชัดได้ว่าเป็นฝีมือของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวหรือไม่

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้แจ้งหน่วยกู้ภัยให้เดินสำรวจลึกเข้าไปในถ้ำซึ่งทางหน่วยกู้ภัยได้เดินเข้าไปภายในถ้ำลึกประมาณ 2 กิโลเมตรพบว่าน้ำภายในลำธารไหลเชี่ยวในฤดูฝนและผนังน้ำเต็มไปด้วยหยดน้ำรวมทั้งมีความมืดขณะที่ยังไม่พบตัวนักท่องเที่ยวตามที่ได้รับแจ้งแต่อย่างใด

ส่วนกรณีนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตที่หายไป ได้มีการค้นหาหลังจากทราบเรื่อง ทั้งยังมีหน่วยซีลเข้ามาเสริมปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ แต่ก็ต้องเอาใจช่วยและลุ้นกันต่อไปว่าจะสำเร็จหรือไม่ เนื่องจากมีอุปสรรคมากมายตั้งแต่ความมืด ความลึกที่มีผลต่ออากาศสำหรับหายใจ และกระแสน้ำ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here