สำรวจปล่องเหนือถ้ำหลวง พบโดนดินถล่มปิดปากโพรง ยังลุ้น 13 ชีวิต

0
163

สำรวจปล่องเหนือถ้ำหลวง พบโดนดินถล่มปิดปากโพรง ยังลุ้น 13 ชีวิต

จากกรณีมีเด็กนักฟุตบอลและโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปใน ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน วนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้ หน่วยซีล หรือ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ได้เข้าไปในถ้ำเพื่อหาร่องรอยและช่วยเหลือแล้วตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 25 มิ.ย.

ช่วงเช้าวันที่ 25 มิ.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือหน่วยซีล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าไปภายในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน หมู่บ้านจ้องวัด ม.9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการค้นหานักฟุตบอลเยาวชน และผู้ฝึกสอนทั้ง 13 ชีวิตอย่างเต็มที่ โดยครอบครัวผู้สูญหายต่างเฝ้ารอและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดบริเวณปากถ้ำ

โดยเจ้าหน้าที่หน่วยซีลยังคงเดินหน้าค้นหา แต่ยังไม่พบตัวเด็ก เจอเพียงร่องรอยที่เชื่อได้ว่าทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตอนนี้ยังเจอปัญหา เนื่องจากในถ้ำยังมีน้ำท่วมเป็นช่วงๆ บางจุดถึงมิดหัว

จึงอาจเป็นเรื่องยากหากพบตัวทั้ง 13 ชีวิตแล้วจะช่วยพาออกมาได้อย่างง่ายดาย เบื้องต้นจึงประสานไปยังกรมชลประทาน ดูความเป็นไปได้ในการสูบน้ำออกจากถ้ำ เพื่อช่วยทั้ง 13 ชีวิตออกมา

สำหรับความคืบหน้า เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า บริเวณเหนือถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน มีปล่องที่ทะลุออกมานอกถ้ำได้ เจ้าหน้าที่จึงใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจบริเวณเหนือถ้ำ ก่อนเจอปล่องตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน โดยปล่องดังกล่าวมีระยะห่างจากโถงจุดแรกภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ประมาณ 800 เมตร

แต่ภายในถ้ำจะมีเส้นทางที่คดเคี้ยวและระยะทางที่ยาวกว่านั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่จึงโยนอาหารและขนมลงไปในปล่องดังกล่าว พร้อมกระดาษที่เขียนขอความว่า ถ้าเจอขนมให้หยุดรอหน่วยซีล กำลังเดินไปตามหาทาง 7 ก.ม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเตรียมสำรวจเส้นทางของปล่องที่อยู่เหนือถ้ำด้วย

ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยซีลได้คัดเลือกมนุษย์กบ 4 นาย ซึ่งมีฝีมือดีและดำน้ำเก่ง เพื่อเปิดปฏิบัติการดำน้ำเข้าไปค้นหาภายในถ้ำ พร้อมเร่งสูบน้ำระบายออกมา เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตก ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยตอนนี้อยู่ระหว่างปฏิบัติการค้นหาทั้ง 13 ชีวิต

จากนั้นเวลา 17.45 น. เจ้าหน้าที่หน่วยซีลต้องยุติการค้นหาบริเวณโถงกลางในถ้ำหลวงฯชั่วคราว หลังน้ำเริ่มท่วมปิดปากถ้ำ ทำให้มีความเสี่ยงและอาจได้รับอันตราย แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ทั้ง 13 ชีวิตยังมีชีวิตอยู่ จากนี้เจ้าหน้าที่เตรียมปรับแผนเข้าช่วยเหลืออีกครั้ง

โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่หน่วยซีลและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง กำลังประเมินสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาและท่วมบริเวณปากน้ำแบบนาทีต่อนาที ซึ่งหากฝนหยุดตกและระดับที่ท่วมลดลง เจ้าหน้าที่หน่วยซีลได้เตรียมไฟส่องสว่างและนำทีมเข้าไปช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตภายในถ้ำในคืนนี้อีกรอบทันที

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ที่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจโดยรอบเหนือถ้ำหลวง ซึ่งพบปล่องที่คาดว่าจะทะลุตัวถ้ำ แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าด้านบนของปล่องเหนือถ้ำถูกปิดไปแล้ว เนื่องจากมีดินสลได์ลงมาปิดปากปล่องดังกล่าว

ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกลับมาประเมินสถานการณ์ถึงแผนปฏิบัติการช่วยเหลืออีกครั้ง โดยในวันที่ 26 มิ.ย. เจ้าหน้าที่เตรียมใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจโดยรอบเหนือถ้ำหลวงอีกรอบ เพื่อหาทางช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต
ข้อมูลจากกองอุทยานว่า….มีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตร….. โดยปกติถ้ำนี้ จะไม่ค่อยมีคนเข้าไปข้างใน เพราะดูลึกลับและน่ากลัวมาก ชาวบ้านแถวนี้รู้ดีถึงอาถรรพ์ และความลี้ลับที่อยู่ภายในถ้ำ จึงไม่มีใครย่างกรายเข้ามา แม้จะเป็นในเวลากลางวัน….. ถ้ำนี้มีตำนานเล่าขานถึงความลี้ลับมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นตำนานของ เจ้าแม่ดอยนางนอน หรือ ตำนานเจ้าปู่พญานาค ผู้ดูแลรักษาถ้ำแห่งนี้…. การที่จะเข้าไปในถ้ำแห่งนี้ (ตามความเชื่อ) ต้องขออนุญาต จากผู้ที่ดูแลถ้ำ และเข้าไปชมด้วยความสงบ ห้ามส่งเสียงดัง และพูดจาในสิ่งที่ไม่ควร….

ถ้ำนี้จะแตกต่างจากทุกถ้ำที่ไปมา….เพราะทุกอณูของถ้ำ เหมือนมีชีวิต และเหมือนกำลังจับตามองผู้ที่เข้ามาทุกฝีก้าว…. นี้ไม่มีใครที่กล้าเข้ามาพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งๆที่อยู่ในเขตอุทยาน ขุนน้ำนางนอน

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here