สิงคโปร์เปย์ 20 ล้านเหรียญค่าจัดประชุม ‘ทรัมป์-คิม’ หวังโชว์ ‘เป็นผู้นำสร้างเสถียรภาพและเสรีภาพ’

0
40

สิงคโปร์เปย์ 20 ล้านเหรียญค่าจัดประชุมทรัมป์-คิมจองอึน หวังโชว์เป็นผู้นำสร้างเสถียรภาพ

ขณะที่สื่อหลายแห่งรายงานว่าผู้นำของทั้งสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือเดินทางเข้าสู่สิงคโปร์แล้วตั้งแต่วันอาทิตย์ เพื่อเตรียมพร้อมกับการประชุมเจรจาเรื่องวิกฤตนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ สื่อสิงคโปร์ระบุว่าค่าใช้จ่ายการประชุมครั้งนี้อยู่ที่ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามผู้นำสิงคโปร์มองว่าจ่ายแล้วคุ้ม โดยเชื่อว่าทำให้สิงคโปร์กลายเป็นประเทศผู้นำเสถียรภาพของภูมิภาค และพวกเขาอาจจะได้รับการชดเชยจากการใช้จ่ายเช่นนี้ในระยะยาว

11 มิ.ย. 2561 สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่าการประชุมระหว่างสองผู้นำเกาหลีเหนือสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นวันที่ 12 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ คิมจองอึนผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางถึงสิงคโปร์แล้วก่อนหน้าโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ด้วยเที่ยวบินของสายการบินไชนาแอร์ไลน์ถึงสนามบินชางกีเมื่อเวลา 14.36 น. เดินทางโดยตรงมาจากสนามบินในกรุงเปียงยางเมื่อเวลา 08.30 น.

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ วิเวียน บาลากฤษนันท์ ยืนยันต่อสื่อในสิงคโปร์ว่าคิมเดือนทางมาถึงสิงคโปร์แล้วอย่างเป็นทางการรวมถึงอัพโหลดรูปของคิมจับมือเขาหลังลงเครื่องบินไม่นานขึ้นบนโซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ โดยที่การประชุทในครั้งนี้จะมีขึ้นที่และการประชุมในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่โรงแรมคาเปลลาบนเกาะเซนโตซา

ยอนฮับรายงานอีกว่าในการเดินทางของคิมจองอึนมีการปล่อยเครื่องบินขึ้นสามลำจากท่าอากาศยานในกรุงเปียงยางภายในวันเดียวด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยคือการใช้เครื่องบินลำอื่นๆ เบี่ยงเบนความสนใจ โดยไม่มีใครรู้ว่าระหว่างเครื่องบิน 3 ลำนี้คิมจองอึนเดินทางมากับเครื่องบินลำไหนกันแน่

ขณะที่ยูเอสเอทูเดย์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางถึงสิงคโปร์หลังคิมจองอึนเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งเสร็จจากการเข้าร่วมประชุมกลุ่มประเทศ G7 ที่ประกอบด้วยประเทศตะวันตก 7 ประเทศ รวมถึงแคนาดาและเยอรมนี โดยมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องการค้า

ทรัมป์กล่าวถึงการประชุมที่จะมีขึ้นกับเกาหลีเหนือว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้เกิด “ผลลัพธ์ที่วิเศษสำหรับเกาหลีเหนือและสำหรับโลก” และคาดเดาว่าคิมจองอึนจะเน้น “ทำในสิ่งที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน …คือการสร้างสันติภาพและความมั่งคั่งอย่างใหญ่หลวงแก่ดินแดนของตัวเอง” โดยที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยยื่นข้อเสนอลดการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือเพื่อแลกกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างไรก็ตามเขาเตือนว่าการประชุมซัมมิทในครั้งนี้ถือเป็น “โอกาสเดียว” ที่ไม่ควรปล่อยให้เสียไป

นักวิเคราะห์การเมือง โรเบิร์ต อี เคลลี ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซานของเกาหลีใต้บอกว่า “ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรทรัมป์ก็จะคุยโวในเรื่องนี้ไม่หยุดหย่อน” เคลลีที่ทำหน้าที่เป็นผู้แสดงความคิดเห็นประกอบการประชุมซัมมิตในการรายงานให้กับสื่อบีบีซีประเมินว่าถึงแม้คิมจองอึนจะยอมผูกพันธะกรณีในเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในทางโวหารวาจา และอาจจะยอมกำจัดขีปนาวุธกับปิดแหล่งผลิตอาวุธบางส่วน แต่ทรัมป์ก็จะนำเสนอเรื่องนี้ในทำนองทำการตลาดให้ตัวเองดูพิเศษในบ้านตัวเอง

อย่างไรก็ตามมีผู้วิเคราะห์มองว่ามีโอกาสน้อยที่คิมจะยอมทำตามข้อเสนอปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์จากรัฐบาลทรัมป์ โอลิเวีน อินอส นักวิเคราะห์นโยบายจากศูนย์เอเชียศึกษาที่มูลนิธิเฮอร์ริเทจกล่าวว่าความสำเร็จของการประชุมหารือในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแถลงว่าจะปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังต้องแสดงให้เห็นในเชิงปฏิบัติว่าเกาหลีเหนือเข้าใจตรงกันกับแนวทางการปลดอาวุธของสหรัฐฯ

ทางด้านลีเซียนหลง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เปิดเผยว่าการจัดงานประชุมในครั้งนี้ใช้งบประมาณไปถึง 20 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็บอกว่านี่ถือเป็นสิ่งที่สิงคโปร์ยินดีจะมีส่วนร่วมช่วยเอื้อผลประโยชน์ให้กับนานาชาติ เป็น “ราคาที่พวกเราเต็มใจจ่าย” โดยบอกว่ารายจ่ายด้านความมั่นคงจะใช้แค่ครึ่งหนึ่งของงบประมาณนี้เท่านั้น โดยที่ผู้นำสิงคโปร์มองว่ามันจะทำให้สิงคโปร์กลายเป็นสถานที่สำคัญที่จะนำทางไปสู่เสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ทั้งสองชาติเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ต่างก็มองสิงคโปร์ว่าเป็นประเทศที่เหมาะสมทางการเมืองและทางการทูต รวมถึงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับทั้งสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ลีเซียนหลงมองว่าในแง่หนึ่งเมื่อทั้งสองประเทศต่างก็เรียกร้องมาเช่นนี้ทำให้สิงคโปร์ปฏิเสธไม่ได้เมื่อคำนึงถึงชื่อเสียงของประเทศและความสัมพันธ์กับประชาคมโลก

นอกจากนี้ลีเซียนหลงยังบอกอีกว่าสิงคโปร์อาจจะสามารถได้รับการชดเชยจากการเป็นประเทศเจ้าภาพจัดงานประชุมในครั้งนี้ได้บ้าง “ถ้าคุณคำนวนถึงราคาของทุกอย่างบนโลก คุณจะพลาดสิ่งที่สำคัญจริงๆ ไป” ลีเซียนหลงกล่าว “และในกรณีนี้ สิ่งที่สำคัญคือการที่สามารถจัดงานประชุมสุดยอดผู้นำได้”

ประชุมสุดยอดทรัมป์-คิม: คิมเน้นหารือ “กลไกรักษาสันติภาพยั่งยืนในคาบสมุทรเกาหลี”

สื่อของทางการเกาหลีเหนือแถลงว่า ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน จะเน้นคุยเรื่อง “กลไกรักษาสันติภาพอย่าง..ยั่งยืน” กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ที่จะมีขึ้นในสิงคโปร์วันพรุ่งนี้ (12)

ในคำแถลงการณ์ของเคซีเอ็นเอ สำนักข่าวทางการของเกาหลีเหนือ ระบุว่านายคิมจะหยิบยกเรื่อง “กลไกรักษาสันติภาพอย่างคงทนและยั่งยืน” ในคาบสมุทรเกาหลี ขึ้นมาในการเจรจาระหว่างผู้นำทั้งสอง รวมทั้งเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทร และหัวข้ออื่น ๆ ที่ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าเป็นประเด็นควรหารือ

ในช่วงนี้สื่อของทางการเกาหลีเหนือมักเน้นให้เห็นถึงความคาดหวังทางบวกต่อการเจรจา อย่างเช่น เคซีเอ็นเอใช้คำว่า “ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง” มาถึงแล้ว

ส่วนบทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน ก็เขียนแสดงนัยว่าทางการเปียงยางอาจฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
โดยระบุว่า

“แม้นว่าประเทศใดประเทศหนึ่งแสดงความไม่เป็นมิตรต่อประเทศเรามาในอดีต แต่มุมมองของเราในตอนนี้ก็คือหากว่าประเทศนี้เคารพอธิปไตยของเรา… เราก็จะเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันผ่านการเจรจา”

การประชุมสุดยอดทรัมป์-คิม อาจสร้างผลลัพธ์ครั้งสำคัญในแง่สันติภาพโลก แต่หลายฝ่ายก็ยังตั้งคำถามในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ไม่ถูกพูดถึง
ย้อนฟังชาวเกาหลีเหนือเล่าถึงสภาพชีวิตอันโหดร้ายภายใต้ระบอบคิม จอง อึน

เมื่อวานนี้ (10) ผู้นำทั้งสองคนได้เดินทางถึงสิงคโปร์แล้ว และกำลังเตรียมตัวที่จะเข้าหารือกันอยู่ ขณะที่กองทัพนักข่าวจากทั่วโลกก็เข้าไปปักหลักรายงานข่าวกันอย่างคึกคัก

เมื่อเดินทางถึงสิงคโปร์ นายคิม จอง อึน กล่าวว่า “โลกทั้งใบกำลังจับตาดู” ก่อนหน้านี้ไม่นานนายทรัมป์ก็กล่าวว่ามีความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดครั้งนี้ และเขาเพิ่งทวีตเมื่อเช้าวันจันทร์ว่า “ถึงสิงคโปร์แล้ว และบรรยากาศก็ตื่นเต้นอย่างมาก”

ผู้นำทั้งสองแยกพักคนละโรงแรม นายคิมอยู่ที่โรงแรมเซนต์ เรจิส ส่วนนายทรัมป์พักอยู่ที่โรงแรมแชงกรีลา ซึ่งห่างกันไม่ถึงสองกิโลเมตร


Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here