สลัดคราบนางเอก! “แอน ทองประสม” สุดเดือดเจอ “กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” แซวแรง

0
144

สลัดคราบนางเอก! “แอน ทองประสม” สุดเดือดเจอ “กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” แซวแรง

 

ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งซุปตาร์ชื่อดังที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ “แอน ทองประสม” ที่งานนี้เจ้าตัวได้เจอกับสาวไซต์เล็กสุดฮาอย่าง “กุ๊บกิ๊บ สมุณทิพย์” ในงานลดราคาสินค้าทั้งคู่ก็ได้เดินช้อปปิ้งกันอย่างสนุกจนเกิดเรื่องสุดฮาจนได้ ล่าสุด สาวแอนได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอพร้อมแคปชั่นว่า…“ชวนน้อง @gggubgib36 มาช้อป..แถมยังต้องมาคอยรองรับอารมณ์พี่สาว นางโดนอะไรบ้าง ตามไปดู The Styler EP.4 แบบเต็มๆ ได้ที่ www.facebook.com/thestyler.th ค่ะ #TheStyler #Styleนี้แหละที่ใช่ #AnneThong #GetLucky #MidyearSale #LuckyWeekend #ช้อปจนร่างพัง @ParagonDepartmentStore”

ส่วนสาวกุ๊บกิ๊บก็ได้ออกมาคลิปวิดีโอด้วยเช่นกัน แคปชั่นว่า…“* แล้วจะรู้ว่า “พี่แอนไม่ใช่นางเอกอีกต่อไป” Ep.นี้ กิ๊บโดนกระทำค่ะ!!!!!!! มาชมตัวเต็มกันได้ที่ The Styler Ep.4 Facebook : https://www.facebook.com/thestyler.th/ หรือ Youtube : The Mall Group #TheStyler #Styleนี้แหละที่ใช่ #AnneThong#GetLucky #MidyearSale #LuckyWeekend #ช้อปจนร่างพัง @ParagonDepartmentStore @annethong”

มาไกลกว่าที่ฝัน “แอน ทองประสม” จากเด็กเก็บผักสู่เจ้าหญิงวงการบันเทิง “ตอนเด็กแอนอยู่กับคุณยายแถวหนองแขมยายแอนมีอาชีพเก็บผักขาย แอนก็จะไปช่วยคุณยายเก็บผักหลังจากเลิกเรียน ไปช่วยยายเพื่อที่จะให้คุณยายได้กลับบ้านเร็ว เป็นชีวิตวัยเด็กที่เราไม่ได้รู้สึกว่าเราคือลำบาก แต่เรารู้สึกว่าคือวิถีชีวิตมนุษย์ปกติ จนเราเติบโตมาเราถึงรู้ว่าแบบนั้นถึงเรียกว่าลำบาก”

“แอน ทองประสม” เล่าย้อนถึงความทรงจำวัยเด็กชีวิตตัวเองที่เคยผ่านความลำบากเพราะฐานะทางบ้านยากจน ฉะนั้นอะไรก็ตามที่พอจะช่วยแบ่งเบาภาระของยายได้เด็กหญิง “แอน ทองประสม” จะไม่เคยเกี่ยงและเพราะความยากจนในวัยเด็กบวกกับและสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่นั้น

ทำให้เธอแอบรู้สึกในใจว่าที่นี้ไม่ใช่ที่ๆ เธอควรจะอยู่ เธอจึงเลือกกำหนดเส้นทางชีวิตตัวเองให้รักดีและใฝ่ดี และจากที่เป็นเด็กบ้านจนขาดโอกาสก็ก้าวมาเป็นนางเอกแถวหน้าจนได้รับฉายา “เจ้าหญิงวงการบันเทิง” และปัจจุบันก็กลายเป็น “ผู้จัดมือทอง” เส้นทางชีวิตที่มาไกลกว่าฝันกว่าจะมีวันนี้ เธอต้องผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมายที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้

เด็กหญิงแอนบ้านจนเงินทองแต่รวย “ความสุข” “วัยเด็กที่เราก็มีความสุขของเราดี แอนก็อยู่อย่างเป็นเด็กที่มีความสุขดี บางทีอาหารกลางวันของโรงเรียนเขาก็มี ซึ่งเราเงินที่เราได้ไปมันก็ไม่เยอะก็จะไปขออาจารย์ว่าเราของล้างถ้วยล้างชามที่เพื่อนๆ ทานแล้วเขาก็จะให้ก๋วยเตี๋ยวเรามาหนึ่งชามคือค่าตอบแทน ถ้าอยากได้มากกว่านั้นหลังจากเลิกเรียนแล้วก็ไปตามร้านก๋วยเตี๋ยวไปรับจ้างทำงานเราอยากได้อะไรนอกเหนือจากที่ยายเราจะให้ได้เราก็หาเอง”

เมื่อเล่าถึงช่วงชีวิตวัยเด็กของ “แอน ทองประสม” บอกว่า “คุณยาย” คือคนที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก และถึงแม้วันนี้คุณยายจะจากไปแล้วแต่ทุกครั้งที่นึกถึงชีวิตวัยเด็กก็มักจะแอบ “อมยิ้ม” กับเหตุการณ์ที่ยายทำไว้กับตนเสมอ “ตอนเด็กๆ ยายแอนเขาจะไม่ค่อยเข้าใจว่าชีวิตมันต้องมีหลายฟังก์ชั่นเมื่อมีรองเท้านักเรียนแล้วมันก็ต้องมีรองเท้าไปเที่ยวบ้าง แต่ยายแอนก็จะคิดว่ามันไม่จำเป็นและเราก็ไม่ได้มีตังค์อะไรที่จะมาซื้ออะไรที่เป็นแฟชั่นให้แอนใส่ บางทียายแอนก็เหมือนให้ใส่ชุดไปเที่ยวแต่ก็ให้ใส่รองเท้านักเรียนไปเดินตลาดหรือเกินเมอร์รี่คิงส์สมัยก่อนไปเที่ยวห้าง

เราก็จะรู้สึกว่าเราอายคนแล้วเราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่รองเท้านักเรียน แล้วเราก็จะเขิน ยายก็ให้รองเท้าตัวเองให้แอนใส่ แล้วแอนก็ใส่รองเท้าใหญ่ๆ และก็จะเป็นคู่ที่แบบไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ไม่ได้ไปงานวัดไม่ได้ไปตลาดไม่ได้ไปทำอะไรที่พิเศษรองเท้าคู่นี้จะถูกเก็บอย่างดี และยายแอนจะเดินเท้าเปล่า มองกลับไปเราก็ยังรู้สึกอมยิ้มกับเหตุการณ์ที่ยายเราทำกับเราค่ะ”

ความขาดในวัยเด็กชีวิตจึงต้อง “ทะเยอทะยาน” ให้ได้ดี “แอนไม่ชอบสภาพแวดล้อมแบบนั้น แอนเติบโตมาจากตรงนั้นแต่แอนรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ๆ แอนจะอยู่ตรงนั้น เราควรจะได้รับโอกาสหรือได้ทำอะไรที่มันหลากหลายกว่านี้ เช่นถ้าครูบอกให้เรียนหนังสือก็ต้องเรียน เราจะได้ไปเรียนต่อในที่ดีๆ เราจะได้ทำงานดีๆ เราจะไปเจอคนดีๆ แอนก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้หลุดพ้นวังวนแบบนี้ แอนมองว่ามันเป็นความทะเยอทะยานในด้านดี

แต่ท้ายสุดเราก็ได้โอกาสนั้นจริงๆ เราอยากได้แค่โอกาสในการที่เราจะหาเงินหรือได้ปัจจัย 4 ปัจจัย 5 เช่นชุดนักเรียนมีแค่ 3 ชุด ไปเที่ยวมีแค่ 3 ชุด ทั้งปีใส่วนจนขาดแล้วขาดอีก หรือบางทีเราป่วยเราไม่เงินสำหรับรักษาตัวเลยมีแต่เงินกินข้าวไปวันๆ แอนก็รู้สึกว่าชีวิตมันไม่พออันนี้คือแรงงถีบของแอนที่ทำให้แอนอยากก้าวกระโดดออกมา”

จุดเปลี่ยนชีวิตจากเด็กบ้านจนก้าวสู่วงการ “แอนเป็นคนชอบดูละครตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว มันไม่อะไรจะเสพนอกจากฟังเพลงดูละครและก็อ่านนิยาย เราก็เป็นคนมีฝันและด้วยความชีวิตรอบตัวเรามันไม่ได้ชวนฝันมันเรียลลิสติกมาก มีความลำบากอะไรมากมาย แล้วเราก็ช่างจินตนาการและก็ชอบสร้างโลกว่าเป็นนางเอกในเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก่อนนอนหลับซักชั่วโมงแอนจะต้องแต่งเรื่องอะไรของแอนในหัว เป็นเด็กที่หาความสุขกับความฝันตรงนั้น

เราก็เอ๊ะถ้าเราอยากจะไปทำไปมีชีวิตแบบนั้นเราจะต้องทำยังไง ก็เลยไปสมัครวัยน่ารักก่อนยังเป็นเด็กน้อยอายุ และก็โชคดีที่ว่าโชคเข้าข้างให้เราได้ก็เลยเริ่มต้นจากการถ่ายแบบวัยน่ารักรายได้ก้อนแรกพันบาทเป็นรายได้ที่ถ่ายแบบของวัยน่ารัก ดีใจมากพร้อมกับชุดที่เขาให้ถ่ายและให้ฟรีมาหนึ่งชุด” หลังจากเริ่มต้นด้วยการการถ่ายแบบแฟชั่นจากนั้นใช้เวลาไม่นานเธอก็เริ่มมีผลงานจากได้เป็นนางเอกเอ็มวีก็ขยับไปแสดงภาพยนตร์จนกลายเป็นนางเอกแถวหน้าขอวงการ

“ตอนอายุประมาณ 14 ทุกอย่างมันอยู่ในช่วงเวลาไม่เกินปีตรงนั้นเหมือนโชคเส้นทางชะตาชีวิตแอนมันต้องมาทางนี้พอเปิดปุ๊บมันเปิดๆ ให้เราเข้าๆ ไป ก็ได้ไปเล่นหนังไฟว์สตาร์ก็ไปเล่นเป็นตัวประกอบก็ไม่ได้เป็นตัวเด่น และก็หลังจากนั้นก็เล่นเป็นหนัง วัยรุ่นอนึ่งคิดถึงพอสังเขป โก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะ ที่นี้ไปยาวละครช่อง3 ก็ติดต่อมาเล่นเวลาในขวดแก้วก่อนเรื่องนึงแล้วก็ย้ายไปอยู่ช่อง7 อยู่ยาวเลยอยู่กับช่อง7 ประมาณ 4-5 เรื่อง ซักพักก็ย้ายกลับมาอยู่ช่อง3 และก็ยาวจนมาถึงทุกวันนี้ค่ะ”

ชีวิตที่ต้องติดกับคำว่า “นางเอก” “มันอยู่ที่ช่วงวัยด้วยพอเรายังเด็กมากเราก็ยังติดกับคำว่านางเอก เราก็พยายามรักษาสถานภาพเราตรงนั้นให้เป็นนางเอกให้ได้ และพอเป็นนางเอกได้เราก็จะได้รับแต่บทดีๆ ที่เรามีความสุขจะรับแล้วเราก็พยายามรักษาสิ่งนั้น อันนั้นคือยุคเริ่มต้น พอยุคแข่งขันแอนก็ยังต้องพยายามพิสูจน์ฝีมือว่าแอนมีความพิเศษกว่าคนอื่นอย่างไง ใครจะเรียกใช้งานอะไรแอนต้องได้งานอะไรจากแอน

เราก็เลยพยายามจะสร้างคุณค่าตรงนี้ให้ตัวเองให้คนรู้ว่าเราทำอะไรได้บ้าง แอนก็ขวนขวายทางการแสดงหรืออะไรก็ตามที่แอนคิดว่ามีความสามารถทำออกมาได้ก็พยายามไปขยี้ตรงนั้นให้คนจดจำสิ่งตรงนั้นให้มากที่สุดให้เขาเลือกเราไปทำงานให้เขา เพราะไอ้คำว่านางเอกก็เลยทำให้เรายึดมั่นถือมั่นกับมันไว้”

แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนแปลงและวัยที่โตขึ้น “แอน ทองประสม” เล่าว่าคำว่า “นางเอก” ในความรู้สึกของเธอนั้นก็เปลี่ยนไปหากตนยังยึดติดเอาไว้จะทำให้เธอก้าวต่อไปไม่ได้ “ในช่วงวัยที่เราสามสิบกว่าๆ จะก้าวเข้าสี่สิบธรรมชาติมันจะสอนให้เราทลายน้ำแข็งตรงนี้ไปเองจะนางเอกไม่นางเอกไม่ใช่แล้ว ชีวิตมันมีอะไรที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนกว่านั้น เพราะฉะนั้นความภาคภูมิใจของแอนมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่นางเอกอย่างเดียวแล้ว”

“แต่ว่าเลือกที่จะภูมิใจกับมันอย่างเดียวในเวลานี้ไม่พอแล้วไม่งั้นแอนไปต่อไม่ได้แอนก็ต้องหาคุณค่าอย่างอื่นของตัวเองที่ทำให้คนรู้จักแอนในมุมอื่นๆ แล้วมันก็หนีไม่พ้นเรื่องการแสดงแอนก็เลยถึงหันไปจับงานผู้จัด แต่ทั้งนี้จุดยืนเราก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเป็นนางเอกแล้วแต่เราอยากได้บทดีๆ ที่คงยังทำให้เราสนุกกับการออกจากบ้านและไปรับผิดชอบมันอะไรแบบนี้”

“เจ้าหญิงวงการบันเทิง” ที่ถูกป้อนให้เป็น “มันอาจจะมีช่วงกระแสช่วงนึงที่มีการยกตำแหน่งนี้ให้กับทางนักแสดงบางท่าน และก็ท้ายสุดมันก็จะมีวงโคจรอะไรไม่รู้กลับมาที่แอนพอดี อย่างที่บอกแอนไม่ใช่เด็กมีอะไรมากจากลูกชาวสวน ไม่ได้มาจากภาพลักษณ์อะไรที่สวยงามโอบอุ้ม แต่เขาให้เราเรื่องของคุณค่าในหน้าที่การงานมากกว่า เขาถึงยกให้เราขึ้นเป็นเจ้าหญิงของวงการเหมือนอาจจะมีสัญลักษณ์ทางการแสดงชัดเจน

แอนไม่ได้ไปตีความว่าแอนสง่างามหรือแอนยิ่งใหญ่หรือแอนเหนือกว่าคนอื่น แอนไม่ได้มองคำว่าเจ้าหญิงมันเป็นแบบนั้น ซึ่งถ้าทุกวันนี้เขาจะดึงตำแหน่งนี้ออกไปจากแอน แอนก็ไม่ได้จะเสียใจอะไร เพราะเราก็ถือว่าเมื่อมันไปอยู่กับใครมันก็เป็นเรื่องที่ดี สมมติว่าเราทำความดีอะไรของเราอยู่แล้วไอ้หัวโขนเหล่านี้เราไม่ได้ต้องการเลย”

แต่ด้วยภาพลักษณ์นางเอกที่แฟนๆ ติดตากับความสวยที่สง่าดุจดั่งเจ้าหญิงนั้นจึงไม่แปลกที่หลายๆ คนอยากรู้คำตอบจากปาก “แอน ทองประสม” ถึงวิธีการดูแลตัวเองและทำอย่างไรถึงได้สวยดูดีไม่เคยเปลี่ยนแปลง “แอนว่าแอนเป็นคนสมวัยของแอนมากกว่า จริงๆ แอนจะทรุดก่อนวัยด้วยซ้ำด้วยการทำงานหรือความเครียด หน้าที่ที่แอนต้องรับผิดชอบเยอะแต่ตอนนี้ด้วยนวัตกรรมหรือด้วยอะไรหลายๆ อย่างมันเปลี่ยนไปแล้วคนเราก็ทำให้ตัวเองสวยกว่าวัยได้”

“ซึ่งแอนก็พยายามเติมเต็มตลอดเวลา และแอนก็ไม่อยากแก่ แอนยังอยากสวย แอนยังอยากให้คนรอบข้างชมแอนมองแอนอยากถ่ายรูปกับแอน แฟนแอนชมแอน อะไรแบบนี้ คือเราต้องรักและเคารพในตัวเราเองไม่ใช่แค่ในเรื่องของอาชีพการงานหรือความสามารถ ความสวยงามมันเป็นหีบห่อที่เราหนีมันไม่พ้น เพราะฉะนั้นแอนก็ยังหาวิธีที่ทำให้ตัวเองยังแข็งแรง เช่น การออกกำลัง หรือดูแลผิวพรรณ พยายามคิดทำมันให้ต่อเนื่องไม่ยอมอยู่แล้วตรงนี้แอนไม่ยอมแน่ๆ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here