เบิกตัว “เบนซ์ เรซซิ่ง” ขึ้นศาล ไร้เงา “แพท ณปภา” ไม่ไปให้กำลังใจ ยิ่งตอกย้ำข่าวรักร้าว

0
283

เบิกตัว “เบนซ์ เรซซิ่ง” ขึ้นศาล ไร้เงา “แพท ณปภา” ไม่ไปให้กำลังใจ ยิ่งตอกย้ำข่าวรักร้าว

หลังที่มีกระแสออกมาว่าทั้งคู่นั้นเลิกลากันแล้วสำหรับนางเอก “แพท ณปภา” และสามี “เบนซ์ เรซซิ่ง” จนสาวแพทก็ได้ออกมายืนยันอีกครั้งพร้อมบอกว่า เรื่อง “คุณแม่สามี” ที่ต้องห่างกับหลานชาย “น้องเรซซิ่ง” วัย 1 ขวบ 2 เดือน เพราะแพทพาลูกกลับไปเลี้ยงที่บ้านตัวเองนั้น คุณแม่สุดสตรองแจงว่าอยากให้เข้าใจตนด้วย

เนื่องจากเรซซิ่งเริ่มโตลูกต้องมีพื้นที่ในการเดินและวิ่ง รวมถึงบ้านตนมีพื้นที่ให้ลูกเล่นมากกว่า ที่สำคัญคือตนต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้ก่อนหน้านี้ต้องไปๆ กลับๆ ระหว่างบ้านตัวเองกับบ้านสามี (บ้านเบนซ์) สุดท้ายจึงตัดสินใจพาลูกกลับไปอยู่บ้านของตนดีกว่า

ล่าสุดวันนี้ราชทัณฑ์เบิกตัว “เบนซ์ เรซซิ่ง” กับพวกรวม 3 คน ขึ้นศาลนัดตรวจหลักฐานคดีสนับสนุนค้ายาเสพติด และร่วมกันฟอกเงิน หลังศาลนัดตรวจหลักฐานคดี โดยจำเลยในความผิดฐาน “ร่วมกันสมคบสนับสนุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ, ร่วมกันฟอกเงินฯ” ซึ่งสาวแพทก็ไม่ได้พา น้องเรซซิ่ง ไปให้กำลังใจสามีและคุณพ่อ ที่ศาลอาญา

แน่นอนหลายคนก็จับตาว่า แพท ณปภา จะไปให้กำลังใจหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่ารักครั้งนี้อาจจะไม่ได้ไปต่อ ซึ่งวันนี้ก็ไร้เงา แพท ณปภา ไปให้กำลังใจ เบนซ์ เรซซิ่ง ก็ยิ่งตอกย้ำว่าข่าวรักร้าวจะเข้าเค้า แต่ล่าสุดสาวแพท รู้ทัน ออกมาโพสต์รูปตนที่กำลังทำงาน พร้อมแคปชั่นดักทางชาวเน็ตว่า “ทายสิอีแม่ทำอะไรคะ #มีคนจ้องอยู่” จบนะจ๊ะ!

นับตั้งแต่ที่น้องเรซซิ่งคลอดได้ไม่กี่เดือน ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สาวแพท ณปภา ต้องรับหน้าที่เป็นทั้งแม่และพ่อ เนื่องจากเบนซ์ เรซซิ่ง ต้องโทษในคดียาเสพติด จนทำให้ต่างคนต่างห่างหาย ซึ่งล่าสุด (4 พฤษภาคม 2561) แพท ณปภา ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ ทีวีพูล และยอมรับว่าตอนนี้ ตนชักจะไม่แน่ใจในความสัมพันธ์กับเบนซ์แล้ว

ทั้งนี้ แพทได้ให้สัมภาษณ์ว่า ที่หมอลักษณ์ทักว่าตนจะมีหนุ่ม ๆ มาแวะเวียนขายขนมจีบนั้น ต้องบอกว่า ตนยังไม่มีใคร ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคตและหัวใจของเรา ซึ่งตนเองมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องงมงาย ตนต้องบอกเลยว่า ตนและเบนซ์ยังไม่ชัดเจนว่าสัมพันธ์ของเราจะจบหรือไม่ เดือนหน้าก็ครบ 1 ปีที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ตนยังเป็นภรรยาและแม่ของลูก จนทำให้คนที่สนใจเรายังไม่กล้าเข้ามา ได้แต่มองอยู่ไกลๆ

อย่างไรก็ตาม เส้นทางชีวิตของตน เบนซ์ และลูก เป็นเรื่องที่พูดยากมาก ครอบครัวเบนซ์อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้างแต่ไม่เยอะ เบนซ์เองก็อยู่ข้างใน เจอกันก็ไม่ได้เอาปัญหาไปคุย เราเลยไม่ได้รู้ว่า ชีวิตเราจะไปในทิศทางไหน แต่ยอมรับว่าตนเลี้ยงลูกโดยไม่ได้ใกล้ชิดครอบครัวเบนซ์เหมือนเมื่อก่อน ถามว่ากลัวคนเข้าใจผิดไหม แพทตอบว่า ตนคิดว่าหลายคนคงเข้าใจ ลูกตอนนี้ก็โตขึ้นทุกวัน อีกไม่นานก็ต้องไปโรงเรียน เราก็เกริ่นเรื่องนี้ไป แต่ไม่มีอะไรตอบกลับมา

เพราะเขามองว่าอีก 2 ปี มันยังไม่ใช่เวลาที่จะพูด ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้น ตนแบ่งให้แม่กับพี่สาว 1 กอง เพราะแม่มีแต่ทรงกับทรุด พี่ก็ป่วย สักวันก็ต้องใช้เงินจะได้ไม่ต้องยืมใคร ส่วนลูกก็แบ่งไว้ 1 กอง เราคิดว่าสักวันเราอาจจะต้องเลี้ยงลูกเอง 100% ส่งเขาจนจบ ป.ตรี ที่เหลือค่อยถึงตน เรื่องพวกนี้มันต้องแพลนไว้ ส่วนเรื่องเบนซ์นั้น ตนตอบไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร ศาลจะตัดสินอย่างไร ซึ่งที่ศาลไม่ให้ประกันตัวเพราะว่าคดีนี้มีคนสนใจ เราเลยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

แพท ณปภา ตันตระกูล ดาราสาวชื่อดัง มาร่วมงานเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ “สก๊อต 100 ซุปไก่สกัด 100%” ที่สกายวอร์ค สาทร ก่อนให้สัมภาษณ์ถึงเรื่อง หมอลักษณ์ เรขานิเทศ ทักว่าจะมีหนุ่มๆ แวะเวียนมาขายขนมจีบ โดย แพท เผยว่า “งงไหม อันนี้คอนเฟิร์มว่ายังไม่มี ก็ยังตกใจเหมือนกัน เพราะนี่ไม่ใช่รอบแรกนะ จริงๆ เขาบอกหลังไมค์มาก่อนหน้านี้แล้ว

ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก และนี่ก็เป็นครั้งที่สองที่เขาพูด ซึ่งแกก็บอกว่าจริงๆ มันเป็นเรื่องของอนาคตและใจเรา สมมติถ้าวันนี้เราเดินทางไปและมีอุปสรรคเข้ามาจนเรารู้สึกว่าเราไปต่อไม่ได้ ถึงวันนั้นเมื่อไหร่ อยู่ดีๆ ก็จะมีคนเข้ามา 1 คน ที่ทำให้เราหักเหประมาณนี้ ถามว่าส่วนตัวเราเชื่อเรื่องแบบนี้มั้ย อย่าเรียกว่าเชื่อ เรียกว่า งมงายไปเลยดีกว่า ขีดเส้นใต้ไปเลย”

ที่ผ่านมามีหนุ่มๆ เข้ามาบ้างไหม “ไม่มี แพทต้องบอกตรงนี้ไว้ก่อนว่า หนึ่งเลย คือ แพทกับพี่เบนซ์เราไม่ได้ชัดเจนในเรื่องของการจะจบหรือไม่จบ ตอนนี้เราแค่ห่างกันจะครบปีแล้ว เดือนหน้าก็ปีหนึ่งแล้วที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราก็ยังไปเยี่ยมเขา ยังทำหน้าที่ของภรรยาและแม่ของลูกเขาอยู่ ซึ่งตรงนี้มันก็ยังทำให้ใครหลายๆ คน อย่างที่หมอลักษณ์บอกไงว่า คนที่เขาอาจจะมองอยู่ไกลๆ

เขาอาจจะรู้สึกว่าเธอยังเป็นภรรยาของเขา และยังเป็นแม่ของลูกเขา เขาก็คงมองได้ไกลๆ แหละ ยังไม่กล้าเข้ามา อีกอย่างก็ยังไม่ถึงเวลา” ตอนนี้เรายังใจแข็งอยู่ใช่ไหม “มันไม่เกี่ยวกับใจแข็งหรือไม่แข็งหรอก แพทต้องบอกว่าตอนนี้เส้นทางของแพท พี่เบนซ์ และลูก มันเป็นเส้นทางที่พูดยากมาก เพราะเราเลี้ยงลูกคนเดียวเลยตลอด 1 ปี กับทางบ้านพี่เบนซ์เราก็มีคุยบ้าง แต่ไม่ได้เยอะ

ส่วนตัวพี่เบนซ์เอง เนื่องจากเขาอยู่ข้างใน เราก็เลยไม่เคยเอาปัญหาอะไรต่างๆ ไปคุยกับเขา” “ในจุดตรงนี้เราเลยไม่รู้ว่าสิ่งที่มันหล่อหลอมเราหรือปัญหาอะไรหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น มันจะไปทางไหนเหมือนกัน และหากเมื่อถึงวันหนึ่งที่เขาได้ออกมา มันยังจะจูนกันได้เหมือนก่อนหน้านี้ไหม เพราะมันเป็นเรื่องของอนาคต มันก็เลยเป็นสาเหตุให้อาจารย์ลักษณ์ได้ฟันธงออกมาเป็นแบบนี้

เพราะตัวเรากลับมาเลี้ยงลูกเองอยู่ที่บ้านโดยไม่ได้ใกล้ชิดทางฝั่งครอบครัวพี่เบนซ์เหมือนเดินแล้วค่ะ” กลัวคนจะเข้าใจผิดไหม ว่าเดี๋ยวเราก็มีใหม่แล้ว “แพทเชื่อว่าหลายๆ คนเข้าใจ โดยเฉพาะคุณแม่หลายคนที่ตกอยู่ในสภาพแบบแพท มันเป็นทางเลือกที่หลายๆ คน คงเจอแหละ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับเรา ที่ต้องบอกแบบนี้ เนื่องจากว่าตอนนี้ตัวน้องเองเริ่มมีการเรียนต่างๆ เพื่อเสริมทักษะ ซึ่งแพทดูแล

และอีกในอนาคตสัก 2 ปี น้องต้องเข้าโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนแต่ละที่ก็ไม่ได้ถูก ณ จุดจุดนี้เราได้มีการเกริ่นไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีฟีดแบ็กตอบกลับมา อาจจะเป็นเพราะเขามองว่ามันไม่ใช่เวลา เหลืออีกตั้ง 2 ปี ดังนั้นในช่วงจังหวะเวลาตรงนี้ที่มันดำเนินไป มันก็จะเป็นเรื่องราวต่างๆ ที่เราจะต้องคุยกันค่ะ” ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนมันมากขนาดไหน

“ณ ตอนนี้แพทจะต้องแบ่งเงินเป็น 3 กอง ของแม่กับพี่สาวอยู่กองเดียวกัน ของลูกกองหนึ่ง และหลังจากที่ 2 กองนี้เต็ม ถึงจะเป็นกองของเรา คือก่อนหน้านี้มันเป็นแค่ 2 กอง มีของแม่กับพี่ และก็ของเรา แต่พอมีลูกก็ต้องแบ่งให้ลูกด้วย ที่แพทต้องแบ่งให้แม่ เพราะตอนนี้แกป่วยมีแค่ทรงกับทรุด พี่สาวแพทก็ป่วย ในอนาคตเขาจำเป็นต้องใช้เงินในการรักษาของเขาทั้ง 2 คนแน่นอน

แพทจึงจำเป็นต้องเก็บเงินก้อนหนึ่งให้เขา เพื่อวันหนึ่งที่มันจำเป็นต้องใช้ แพทจะได้ไม่ต้องไปขอร้องหรือหยิบยืมใคร ส่วนของลูก ตอนนี้เราก็คาดเดาไป 50-60 เปอร์เซ็นต์ ว่าอาจจะต้องเลี้ยงลูกเอง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแพทต้องเก็บเงินให้เขาเรียนจบจนถึงปริญญาตรี ส่วนที่เหลือก็ค่อยมาเป็นรางวัลของตัวเอง”

เหนื่อยไหม “ก็นิดหนึ่งนะคะ แต่มันเป็นความสุข แพทชอบเห็นทุกคนมีความสุข แพทชอบเห็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูงมีรอยยิ้ม แพทไม่อยากเห็นว่าการที่เขามาอยู่กับเรา แล้วเราจะทุกข์หรือเครียด เราอยากให้ทุกคนมีความสุข เพราะสิ่งที่แพททำอยู่มันเหนื่อยแต่ก็มีความสุข เรารู้ว่าเราทำเพื่อใคร รู้ว่าสิ่งที่เราทำเพราะอะไร และตัวเราเองก็มีความสุข”

แสดงว่าตัวเราเองก็มีการวางแผนไว้ในระยะยาวอยู่ตลอดเวลา “ใช่ค่ะ มันเป็นเรื่องที่ต้องแพลนไว้แล้ว ตอนแรกเราก็ชะล่าใจไม่ดูโรงเรียนเลย เพราะคิดว่าเป็นระยะทางที่ไกลมาก แต่เอาเข้าจริงๆ ลูกเราขวบกว่าแล้ว มันก็ไม่ไกลแล้วนะ นี่เราอยู่กันเต็มๆ แบบ 2 คน แม่ลูกมาจะปีหนึ่งแล้วเหรอ ส่วนหลายๆ เรื่องที่แพลนในอนาคต

แพทตอบในเรื่องของพี่เบนซ์ไม่ได้จริงๆ ว่าสุดท้ายแล้วในวันขึ้นศาลจะเป็นยังไง เราไม่รู้ว่าวันที่เราต้องไปขึ้นศาลด้วยกันทั้ง 2 คน ศาลจะตัดสินยังไง เพราะตอนนี้ที่เขาติดอยู่เป็นแค่ระหว่างรอตัดสินนะคะ แต่ที่ศาลไม่อยากให้ประกันตัวเพราะเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ ถ้าให้ประกันตัวออกไปก็จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ออกมา ก็ไม่ต้องประกัน เราเลยยังไม่รู้ว่าในอนาคตนั้นจะเป็นยังไง”

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here