เก่ง เกียร์R’ แจ้งเอาผิด ‘ช่องวัน’ ฐานหมิ่นประมาท นำเสนอข่าว ทำผู้เป็นแม่เครียดจนทรุด

0
109

เก่ง เกียร์R’ แจ้งเอาผิด ‘ช่องวัน’ ฐานหมิ่นประมาท นำเสนอข่าว ทำผู้เป็นแม่เครียดจนทรุด

 

“เก่ง เกียร์อาร์” รับโดนท้าทายเลยหิ้วหลักฐานแจ้งเอาผิดเพิ่มกับ “บอย ถกลเกียรติ” พร้อมกรรมการช่องวัน ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เผยถึงขนาดทำผู้เป็นแม่เครียดจนทรุด เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ อายุ 37 ปี เจ้าของสมญานาม “เก่ง เกียร์อาร์” ได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับ ร.ต.ท.หญิงธันวาดี คชนนท์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์

เพื่อให้ดำเนินคดีกับ บริษัทจีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี จำกัด รวมทั้ง กรรมการของบริษัท 4 คนคือ นายถกลเกียรติ วีรวรรณ กับพวกอีก 3 คน พร้อมทั้งนำหลักฐานวัตถุและพยานบุคคลมามอบในการประกอบสำนวนด้วย นายภัทรศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ตนได้เข้ามาแจ้งความแล้ว 1 ครั้ง ให้ดำเนินคดีกับ นายธีมะ หรือจั๊ด กาญจนไพริน ผู้ดำเนินรายการข่าวทางช่องวัน

ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ที่ออกอากาศเวลา 19.00 น.วันที่ 18 พ.ค.มีการเปรียบเทียบคดีของตนกับ “คดีหัวร้อนแฟมิลี่” ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวทั้งกับตำรวจและประชาชนทั่วไป ในลักษณะว่าทำตัวเหมือนกันจนต้องรับโทษทัณฑ์ทั้งจากข้อกฏหมายและสังคมรอบข้าง แต่ที่ติดคือการขึ้นกราฟฟิกบทลงโทษของตนที่รายการนำเสนอข้อมูลผิดๆ ทำให้คนเสพข่าวได้รับข้อมูลที่ไม่จริง ผิดกับจรรยาบรรณเลยต้องเข้าแจ้งความ

“หลังจากที่ผมแจ้งรอบแรกไปแล้วทางช่องวันเขาก็ส่งตัวแทนมาไกล่เกลี่ย แต่ปรากฏว่าแทนที่เขาจะขอโทษหรือทำให้ทุกอย่างมันเย็นลง พวกเขากลับอ้างข้างๆคูๆว่ามันเป็นแค่ข่าวที่นำเสนอในฐานะสื่อมวลชนเท่านั้น ทั้งยังบอกเชิงท้ายทายว่า อยากทำอะไรก็ทำ เชิญดำเนินการได้ตามสบาย ซึ่งผมไม่พอใจมาก คิดว่าสื่อต้องเป็นกลางให้ความยุติธรรม”

“ห้ามเอนเอียงเข้าข้างใคร ส่วนใครจะดีจะเลวก็อยู่ที่การตัดสินใจของคนเสพข่าว แต่อย่างน้อยข้อมูล เช่น เรื่องการลงโทษตามกฏหมาย มันก็ควรจะถูกต้อง ไม่ใช่ชี้นำผิดๆ เอาข้อมูลผิดๆมาเผยแพร่นำเสนอ ผมจึงต้องแจ้งดำเนินคดีกับผู้บริหารของช่อง” เก่ง เกียร์อาร์ เปิดใจอีกว่า

พอผู้ดำเนินรายการโชว์ข้อมูลผิดๆ แทนที่กรรมการบริษัทจะแก้ไขหรือขอโทษขอโพยแบบผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อให้ทุกอย่างจบ แต่กลับไปให้คนเข้าใจผิดอยู่อย่างนั้น ถือว่าละเลยปล่อยให้มีการเผยแพร่ข่าวกับข้อมูลผิดๆ และไม่ยอมแก้ไขให้ถูกต้อง จึงเข้าแจ้งเอาผิดเพิ่มเติม ยกตัวอย่าง 4 ข้อที่รายการขึ้นข้อมูลผิดๆคือ 1.ตนไม่ได้โดนกักขัง 3 เดือน 15 วัน

แต่ศาลสั่งให้รอลงและบำเพ็ญประโยชน์ 2.โดนเพิกถอนใบขับขี่แค่ 3 ปี แล้วก็กลับมาทำใบขับขี่ใหม่ได้ 3.ไม่ได้โดนไล่ออกจากดีเจ เป็นแค่การพักงาน ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ ที่คลื่นก็ยังจ่ายประกันสังคมเช่นเดิม และ4.ตนไม่ได้หมดอนาคต เพราะหลังเคลียร์คดีเสร็จ ก็ทำดีเจ พิธีกร ละคร รีวิวสินค้า พรีเซ็นเตอร์คลีนิกเสริมความงาม เตะบอลดารา และเปิดธุรกิจเช่าบูชาพระเครื่องบนห้าง

“เรื่องทั้งหมดทั้งมวลที่บอกเล่ามานี้ ที่จริงหากชีวิตผมมีแต่ตัวคนเดียวก็คงไม่เท่าไหร่ แต่ผมยังมีคนที่รักผมคนที่อยู่รอบข้างอีก ตั้งแต่พวกเขารื้อฟื้นคดีผมมาพูดนำเสนอ พร้อมกับให้ข้อมูลผิดๆ ที่เจอผลกระทบแน่ๆเลยคือลูกกับแม่ ในส่วนของลูกคือ ผมไปส่งหรือรับลูกที่โรงเรียนไม่ได้ ลูกกลัวว่าคนจะรู้ว่าผมเป็นพ่อ เขาไม่อยากถูกล้อเลียนหรือแซว ส่วนแม่นี่หนักกว่า เพราะเขาเป็นแฟนคลับช่องวัน พอเห็นเรื่องผม แม่ก็เครียดจนทรุดเลย ต้องย้ำข้อมูลจริงๆให้ฟังจะได้ไม่คิดมากไปกว่านี้”

คลิปสั้นๆที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ทำให้ “ดีเจเก่ง เกียร์R” ถูกสังคมประณามถล่มจมดิน ถูกยึดรถพร้อมใบขับขี่ ถูกดำเนินคดีข้อหาหนัก ทั้งยังต้องตกงาน แยกทางกับภรรยา เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือชั่วข้ามคืน วันนี้ ผ่านไปกว่า 11 เดือน หลังกระแสข่าวสร่างซาลง เขาตัดสินใจออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ และต้องการนำประสบการณ์ความผิดพลาดของตัวเองมาเป็นอุทาหรณ์ให้แก่สังคม

ช่วยเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์วันนั้นอีกครั้ง วันเกิดเหตุ ผมกำลังจะเอาเครื่องเสียงของคลื่นวิทยุที่เป็นดีเจอยู่ไปซ่อม แล้วกะว่าจะไปเยี่ยมอาจารย์ที่ศูนย์ฝึกอาชีพดินแดง เพราะผมเคยเรียนตัดผมกับแก ตัดผมให้คนที่ไม่มีเงินฟรีมาหลายปีแล้ว ตอนนั้นขับรถไปถึงช่วงเลี้ยวเข้าถนนมิตรไมตรี เจอรถติด ผมก็ขับต่อๆแถวกันไป พอถึงช่วงทางโค้ง ก็สังเกตเห็นรถยาริสสีแดงคันหนึ่งเปิดเลนใหม่ ซึ่งช่องทางนั้นเป็นเลนสวน

พูดง่ายๆคือ เขาพยายามจะเข้ามาแทรก ผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกกฎจราจร เลยไม่ยอมให้เข้า หลังจากนั้นก็เกิดการเบียดกันไปเบียดกันมา ผมก็ไม่ยอมอยู่แล้ว เพราะขับมาในเลนตัวเอง พอเข้าไม่ได้ เขาก็มาต่อท้ายผม จากนั้นจากภาพที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดของกทม.คือ คนขับยาริสสีแดงเปิดประตู วิ่งลงมาทุบกระจกประตูรถผม 1 ครั้ง

ทุบแรงมาก ถ้าไม่ติดฟิล์มกระจกคงแตกแน่ๆ ผมนึกในใจ ใหญ่มาจากไหนวะเนี่ย รถผมก็เหมือนบ้าน ใครมาทุบบ้านเราเราก็ไม่ยอม แต่ผมยังไม่กล้าลง เพราะไม่แน่ใจว่าเขาเอาอะไรลงมาด้วยรึเปล่า ก็กลัวอันตรายเหมือนกัน หลังจากนั้นเขาก็วิ่งไปที่รถ ผมก็ใจคอไม่ดี พอเขาขึ้นรถ ผมก็ถอยรถโดยไม่ได้หันไปมอง ถอยชนรถเขาไป 1 ที แล้วฉีกออกซ้าย

เพราะคิดว่าขืนอยู่ไปไม่ปลอดภัยแน่ ปรากฎว่าเขาขับตามมา กล้องวงจรปิดของกทม.เห็นเลยว่า ท้ายรถยาริสกระตุก ซึ่งถ้าเหยียบเบรค ไฟเบรคจะขึ้น แต่นี่ไฟเบรคไม่ขึ้น แต่ท้ายรถกระตุก นั่นแสดงว่าโดนอะไรอยู่ข้างหน้า นั่นก็คือ รถผม เขาชนท้ายรถผม ผมโดนทั้งเบียด โดนทั้งทุบรถ โดนทั้งชนท้าย ผมก็ไม่ไหว ขาดสติ โมโหจัด เลยถอยไปชนเขา 2 ที

จะบอกว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมันมีมากกว่าที่เห็นในคลิป ใช่ครับ ภาพที่เห็นในคลิปนั้นตอนท้ายๆแล้ว ผมยอมรับว่าขาดสติ ผมถือประแจลงเพื่อป้องกันตัว เพราะผมไม่รู้ว่าเขาพกอะไรมาบ้าง ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยคว้าประแจที่อยู่ประตูฝั่งขวาลงมา ตอนนั้นในมือผมยังคุยโทรศัพท์กับตำรวจอยู่เลย ผมโทรไปแจ้ง 191 ว่าเกิดเหตุขึ้น ตำรวจถึงได้มา

ในคลิปที่ผมตะโกนว่า”จะทำไมๆ” นั่นคือผมขู่เขา ถ้าคนจะฟาดจริงๆเขาฟาดไปแล้ว แต่ผมมีแม่ต้องดูแล มีครอบครัว คงไม่กล้าทำอย่างนั้น และที่ผมเคยบอกว่าพี่วินมอเตอร์ไซค์มาช่วย ผมถึงรอด ลองคิดดูนะครับตามหลักแล้ว คนถือประแจ ถ้าคนจะเข้ามาช่วย เขาต้องกันคนที่มีอาวุธ แต่นี่พี่วินเอาตัวคนขับยาริสออกไปจากรถผม ซึ่งมันดูได้อยู่แล้วว่าผมไม่มีเจตนาจะทำร้ายเขา

แต่จังหวะที่เป็นปัญหาในคลิปคือเราถอยไปชนเขา แล้วโกหกว่าเขาขับชนเรา หลังเกิดเหตุ คนที่มาถ่ายคลิปเขายังโทรมาหาผมเองเลยว่า ขอโทษด้วยนะที่ถ่ายไว้ไม่หมด อัดไม่หมด ผมก็บอกไม่เป็นไรครับ แต่อนาคตผมพังไปแล้ว ผมไม่โกรธเขาหรอก ตอนนั้นมันเป็นตอนท้ายเรื่องแล้ว แต่ตอนแรกๆที่มีเรื่องกันมาก่อน ถ้าไม่มีกล้องวงจรปิดของกทม.ผมก็แย่เหมือนกัน

ทำไมถึงไม่ออกมาค้านตั้งแต่ช่วงแรกๆ ผมมีแม่ต้องดูแล ผมมีลูก 2 คน บ้านผมมีแต่ผู้หญิง เลยไม่อยากจะมีเรื่องกับใคร ตอนนั้นแม่ผมบอกว่าถ้ายอมเขาได้ก็ยอมไป ให้เรื่องมันจบ พอผมยอม คนก็ไม่เข้าใจ มาคอมเมนต์ด่าเสียๆหายๆ มารู้ตอนไหนว่าโลกโซเชียลเล่นงานเราแล้ว พอมาถึงสน.ดินแดง ในเฟซบุ๊กก็เริ่มลงคลิปผมแล้ว ด่ากันใหญ่เลย

แต่เรื่องที่คนไม่รู้คือ พอถึงสน.ปุ๊บ คนขับยาริสเขายอมความเลย มันน่าแปลกไหมครับว่า ผมไปชนเขาขนาดนั้น แต่พอไปถึงสน.เขายอมความให้ผมเลย เขายอมเพราะเขาเป็นฝ่ายมาหาเรื่อง ผมก็โอเค จบก็จบ แต่เผอิญคลิปมันออกไปอย่างนั้น ก็เลยเป็นกระแส ตอนนั้นครอบครัวของผมเดือดร้อนมาก ได้รับผลกระทบ แถมพูดไปคนก็ไม่เชื่อ ทั้งที่ผมมีหลักฐาน มีพยานบุคคล

วันนั้นในที่เกิดเหตุ รถผมอยู่ข้างหน้า รถยาริสสีแดงอยู่ข้างหลัง หลังยาริสสีแดงมีแท็กซี่อีกคันหนึ่ง ในนั้นมีผู้หญิงท้องกับคนขับแท็กซี่ เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่พอเขาไปชี้แจงในเฟซบุ๊ก กลับโดนคอมเมนต์ถล่มด่าเสียๆหายๆทั้งที่เป็นผู้หญิงท้อง ตอนหลังได้ข่าวว่าเขาไปแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทไว้ด้วย กระแสโซเชียลมันแรงมาก ผมก็ดูอยู่ตลอด ผมขอที่บ้านชี้แจง ที่บ้านบอกว่าอย่าไปพูดเลย ให้มันจบๆไปเถอะ ผมเป็นคนเชื่อฟังแม่และต้องดูแลครอบครัว สุดท้ายก็ต้องยอม

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here