โซเชียลวิจารณ์ หลังมีหนุ่มอ้างเป็นร่างทรง หลอกหาเงินจากชาวบ้าน ‘พ่อปู่ไบรอัน โอคอนเนอร์’ หรือ ‘พอล วอล์คเกอร์’ ใน fast & furious เร็วแรงทะลุนรก

0
1214

โซเชียลวิจารณ์ หลังมีหนุ่มอ้างเป็นร่างทรง หลอกหาเงินจากชาวบ้าน ‘พ่อปู่ไบรอัน โอคอนเนอร์’ หรือ ‘พอล วอล์คเกอร์’ ใน fast & furious เร็วแรงทะลุนรก

Thailand only จริงๆสำหรับเรื่องนี้ แม้เรื่องของความเชื่อของคนไทย มันเป็นของคู่กันมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภูติผี วิญญาณ หรือคนทรงเจ้า ที่อ้างตัวว่าเป็นร่างทรงของเทพเทวดา หรือ ร่างทรงของเจ้าพ่อ เจ้าแม่ต่างๆ ตามแต่ความเชื่อของแต่ละท้องถิ่นซึ่งก็มีแตกต่างกันไป แต่ที่ดูจะพิสดารกว่าใคร คงจะเป็นเรื่องของร่างทรงสุดแปลก ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้

เมื่อเฟซบุ๊กเพจ Thai News Online ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็น ร่างทรงของ พ่อปู่ไบรอัน โอ’คอนเนอร์ (Brian O’Connor) ซึ่งเป็นชื่อของพระเอกดังจากภาพยนต์สุดฮิตอย่าง The Fast and The Furious ที่รับบทโดย พอล วอล์คเกอร์ (Paul Walker) นักแสดงผู้ซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา

- Advertisement -

โดยเพจดังกล่าวระบุว่า ผู้อ้างตัวเป็นร่างทรง พ่อปู่ไบรอัน โอ’คอนเนอร์ เปิดสำนักทรงอยู่ที่ จ.นครปฐม และมีการโพสต์ภาพพร้อมข้อความโดยระบุว่า อย่างนี้ก็มีด้วย !!! ร่างทรงพ่อปู่ไบรอัน โอ’คอนเนอร์ (Brian O’Connor) จากภาพยนตร์ The Fast and The Furious ซึ่งพ่อปู่ไบรอัน เปิดสำนักทรงอยู่ที่ จ.นครปฐม

และอ้างว่า ตนเองสามารถดูฤกษ์ดูยาม ทำนายดวงชะตาชีวิต ใบ้หวย ดูวันออกรถใหม่ พร้อมกับบริการเจิมรถ และรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย คิดค่าครูแค่รายละ 499 บาทเท่านั้น พระคาถาบูชาพ่อปู่ นะโมเทอร์โบ ลัมโบ ปอร์เช่รอะระหะโต สัมมาเฟอร์รารี่ ไนตรัสหิโต เมอร์เซเดสเบนซ์พารุตัสสะ บีเอ็มยันทุนนิมิตตัง แอสตันมาร์ตินระสะ โคนิกเซ็กก์ภะคะวันตังสะระนัง มาเซราติมะสะนี สปอยเลอร์นะมามิ เคฟล่าสะวาตัง (ว่าสามจบ)

“ร่างทรง” คือคนที่มักมีปัญหาชีวิต ปีนี้กระแสข่าวในโลกโซเชียลเกี่ยวกับการทรงเจ้ามีมากอย่างเห็นได้ชัด คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องประหลาด เป็นเรื่องใหม่ โดยเฉพาะการเข้าทรงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น พระนเรศวร กรมหลวงชุมพรฯ ฯลฯ แต่ความจริงแล้วการเข้าทรงบุคคลในประวัติศาสตร์มีมานานแล้ว

ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างจากงานวิทยานิพนธ์ทางด้านมานุษยวิทยาของนิภาวรรณ วิรัชนิภาวรรณ ทำเมื่อ พ.ศ. 2532 ได้สัมภาษณ์ร่างทรงผู้หนึ่ง เป็นร่างทรงเจ้าแม่อุไรทอง ร่างทรงนี้เป็นผู้หญิง อายุ 69 ปี (เมื่อราว พ.ศ. 2530) มีอาชีพค้าขาย ฐานะดี ทุกปีจะมีการจัดงานไหว้ครูประจำปี และการแก้บนอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเป็นการตอบแทนเจ้าหรือผี มีนิสัยชอบบริจาคเงิน สร้างพระ สร้างสำนักสงฆ์ และสร้างอุโบสถหลายแห่ง

ร่างทรงเจ้าแม่อุไรทอง เป็นร่างทรงที่สังกัดสำนักประเภทเทพ เป็นร่างทรงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ปี มีความสามารถในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ไล่ผี ไล่คุณไสย ด้วยการรดน้ำให้พรและพอกแป้ง เป็นครูตั้งขันห้า และอบรมสั่งสอนร่างทรงใหม่ๆ อีกทั้งเป็นที่พึ่งของร่างทรงที่ยากจน ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา เจ้าแม่ให้บริการตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ในปีที่สัมภาษณ์ร่างทรงนั้น ร่างทรงได้เลิกให้บริการไปแล้ว เนื่องจากเป็นอัมพาต

ก่อนหน้าเป็นร่างทรง ร่างทรงมีปัญหาครอบครัว คือสามีมีภรรยาน้อย และมีปัญหาทางเศรษฐกิจ รวมถึงการมีบุตรถึง 10 คน ทำให้ต้องทำงานหนัก บุตรบางคนไม่ดีสร้างปัญหาให้กับครอบครัว นอกจากนี้ร่างทรงยังมีอาการวิกลจริต บางครั้งคลุ้มคลั่ง และเคยพยายามฆ่าตัวตาย ต่อมาภายหลังจากการเป็นร่างทรง ฐานะทางครอบครัวก็ดีขึ้นมาก ปัญหาครอบครัวก็เบาบางลง และอาการวิกลจริตก็หายลง

ร่างทรงเจ้าแม่อุไรทองมีเจ้ามาจับร่างเป็นจำนวนเกือบ 20 องค์ เช่น เจ้าแม่อุไรทอง เจ้าแม่ตะเคียนทอง พระนางเรือล่ม เจ้าแม่กวนอิม พระนารายณ์ พระนเรศวร ฤๅษีลิงดำ องค์จุก และเจ้าพ่อหนูแดง เป็นต้น ภาษาที่ใช้เวลาเข้าทรงส่วนใหญ่จะเป็นภาษาไทย แต่มีบางครั้งพูดภาษาจีนด้วย

แม้ว่าในบางวัฒนธรรม ร่างทรงจะสืบทอดกันผ่านสายตระกูลหรือวิธีการอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรพิจารณาด้วยก็คือความเป็นมาในชีวิตของพวกเขา ในวิทยานิพนธ์เรื่อง “ร่างทรง : บทบาทที่มีต่อสังคมปัจจุบัน กรณีศึกษาที่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา” สาขาวิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยศิลปากร

โดยนิภาวรรณ วิรัชนิภาวรรณ ทำเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2532 นั้น ได้ศึกษาชีวิตของร่างทรงจำนวน ๖ คน ทำให้เห็นชัดว่าร่างทรงแต่ละคนมักจะมีจุดวิกฤตที่ร้ายแรงในชีวิต เช่น ถูกสังคมกดดันว่าเป็นกะเทย ดังที่เล่าไปแล้ว บางรายครอบครัวไม่ให้การยอมรับ บางคนเจ็บป่วยอย่างหนัก ไปรักษาหมอสมัยใหม่ไม่หาย บางรายครอบครัวประสบวิกฤตเศรษฐกิจและมีปัญหาครอบครัว

ร่างทรง คือคนที่ตั้งตนเป็นใหญ่เหนือสามัญชนทั่วๆไป ด้วยการแสดงอิทธิฤทธิ์ เช่น อมควันธูป เดินลุยไฟ เหยียบหนาม เสกของ จัดสร้างวัตถุมงคลระดับต่ำ ทำนายทายทัก รักษาโรค ทำไสยศาสตร์ เล่นของดำ โดยส่วนใหญ่มักจะแอบอ้างพระนามของเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ดูยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์

นอกจากเรื่องเข้าทรง ยังมีเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ ภาพนิมิต เสียงแว่วๆ พูดภาษาแปลกๆ อะไรต่อมิอะไรมั่วไปหมด ทำให้ศาสนาเสื่อม การทำนายทายทักที่เห็นว่าพวกร่างทรงนั้นสามารถทำได้อย่างแม่นยำ ก็เพียงแค่คาดเดา หรือไม่ก็หากแม่นจริงๆ ก็คือการเล่นวิชา ไสยศาสตร์ของเขมร (พวกนี้มีจริงๆครับ แต่ไม่ใช่แนวทางของศาสนาฮินดู)

พวกที่นิมิตเห็นอดีตของเรา ทายเงินในกระเป๋าสตางค์ได้ถูกต้อง ทายชื่อแฟนเก่า ทายใจ ตอบได้ว่าสามี-ภรรยามีชู้อยู่ที่ไหน ตลอดจนการเสกของเข้าท้อง ฯลฯ พวกนี้มีอยู่จริง แต่เป็นวิชามาร (ทางเขมร หรือพม่า) คนโดนของจากพวกนี้จะถูกฉุดดึงให้ชีวิตตกต่ำ ทำอะไรก็ไม่ขึ้น คนที่รู้ตัวและต้องการจะหลีกห่างจากร่างทรงพวกนี้ก็จะโดนไสยศาสตร์เช่นกัน ขอจงเข้าใจว่า วิชามารพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์และฮินดูทุกพระองค์

คนที่ถูกทักว่า มีองค์ อย่าเพิ่งไปหลงเชื่อหลงดีใจ เพราะคนมีองค์ไม่ใช่ว่ามีได้ง่ายๆ บุญกุศลไม่ถึงพอก็ไม่สามารถมีได้เลยตลอดชีวิตนี้ ถามตัวคุณเอง ก่อนว่าคุณได้ปฏิบัติศีล ปฏิบัติธรรม ทำบุญกุศลไว้มากมายเพียงพอที่จะ มีองค์ ได้แล้วหรือไม่ แม้แต่นักบวช พราหมณ์ พระสงฆ์ เกจิอาจารย์ ผู้ปฏิบัติธรรมแก่กล้ามีวิชา ก็มีอีกนับไม่ถ้วนที่ยัง “ไม่มีองค์” เลย!!!!

คุณอาจจะเคลิบเคลิ้ม เมื่อถูกร่างทรงทักว่าคุณมีองค์ของเทพองค์นั้นองค์นี้..การได้ไปอยู่ในสถานที่ที่เป็นจุดอับ อัดแน่นไปด้วยควันธูป กลิ่นกำยาน กลิ่นดอกไม้ รอบข้างเต็มไปด้วยผู้คนพนมมือไหว้ มีเทวรูปของเทพเจ้ามากมาย เต็มไปด้วยเศียรของฤาษีพ่อแก่ หัวโขน กุมารทอง เจ้าพ่อเจ้าแม่ ฯลฯ

บรรยากาศเหล่านี้จะก่อให้เกิดความกลัว ความกลัวก่อให้เกิดความศรัทธา และในบรรยากาศที่มีผู้ศรัทธาอยู่ด้วยกันมากๆ จะทำให้คุณเกิดอุปาทาน คล้อยตาม จิตประหวัดก่อให้เกิดอาการมือชา ตัวชา ตัวสั่น ปวดหัว เมื่อผู้คนรอบข้างคุณเริ่มมีอาการ คุณก็จะมีอาการ เมื่อคุณมีอาการ คนอื่นๆก็ก็คล้อยตามไปเรื่อย…อาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ตัวร้อน ตัวสั่น ก็นึกไปว่าเทพประทับ ลุกขึ้นร่ายรำ ดันไปเรียกอาการนี้ว่า เจ้าเข้าทรงแล้ว…ก็มั่วกันไปทั้งตำหนัก!!

ยิ่งตำหนักนั้นๆเลี้ยงผีไว้ด้วย อาการต่างๆที่ว่ามานี่แหละก็เป็นช่องทางให้ผีมันเข้าสิงได้ เพราะผีมันชอบสิงคนจิตอ่อน ชอบแทรกเข้าร่างคนที่ไม่มีภูมิต้านทานในจิตใจ คนที่ถูกวิญญาณเข้าแทรกก็ดันคิดว่า อ้อ..กูนี่คือเทพนี่เอง!!!ตามตำหนักทรง เราสามารถพบเห็นเรื่องทุเรศๆ ที่บิดเบือนไปจากศาสนาพุทธ-พราหมณ์ ได้มากมาย

เช่น ร่างทรงพระพิฆเนศอ้วกแตกเพราะสูบบุหรี่ใบจากในขณะประทับทรง , พระแม่อุมาลงประทับลงร่างทรงที่เป็นกะเทย , พระวิษณุนารายณ์ต่อสู้กับนางตะเคียน , พ่อแก่ฤาษีประทับทรงแล้วกระโดดกอดสีกา , พระแม่ลักษมีดูดวงให้ลูกศิษย์ , พระนารายณ์อวตารสูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro , พระพรหมลงมาใบ้หวยให้เลขเด็ดแก่ลูกศิษย์ , พระพุทธเจ้ามาลงประทับร่างคนหน้าเหมือนโจร , พระศิวะคุยภาษาแขกกับเจ้าแม่กวนอิม (อันนี้ฮาสุดๆ) ฯลฯ

แล้วคุณทั้งหลายยังจะคิดว่าองค์เทพเจ้าต่างๆที่ลงมาประทับนั้น เป็นองค์จริงๆแน่หรือ?? ก็เพราะคำว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” นี่เองที่ทำให้ประเทศไทยเราไม่เจริญสักที หากพบเห็นสิ่งที่ไม่น่าจะใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดูท่าจะเป็นการหลอกลวง เป็นการแหกตา ก็สมควร ลบหลู่ ให้รู้แล้วรู้รอดกันไป!! คนไทยกลัวกันเยอะครับ ประเทศชาิติเลยไม่เจริญสักทีทั้งทางโลกและทางธรรม…

การอัญเชิญทิพยสภาวะของเทพเจ้าลงมาสู่กายแห่งมนุษย์ หรือการประทับทรงนั้น หาใช่เรื่องที่ใครๆ จะทำกันได้ทั่วไป ผู้ที่สามารถอัญเชิญพลังบารมีแห่งองค์เทวะมาประทับหรือสื่อจิตไปถึงองค์เทวะได้นั้น จะต้องได้รับการฝึกจิต ปฏิบัติธรรม เพื่อชำระกาย ชำระใจของตนให้สะอาดเสียก่อน ขอได้โปรดเข้าใจและศึกษาอย่างถ่องแท้นะครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here