เผยประสบการณ์-ทางรอดออกถ้ำ! ‘พ่อค้าหนุ่ม’ เล่าประสบการณ์ เคยติดในถ้ำหลวงเมื่อ 25 ปีก่อน

0
490

เผยประสบการณ์-ทางรอดออกถ้ำ! ‘พ่อค้าหนุ่ม’ เล่าประสบการณ์ เคยติดในถ้ำหลวงเมื่อ 25 ปีก่อน (ฟังคลิปท้ายข่าว)

จากกรณีมีเด็กนักฟุตบอลและโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 คน หายเข้าไปใน ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน วนอุทยานขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้ หน่วยซีล หรือ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ได้เข้าไปในถ้ำเพื่อหาร่องรอยและช่วยเหลือแล้วตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 25 มิ.ย.

โดยทีมค้นหากำลังวางแผนเข้าไปช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำอย่างสุดความสามารถ ส่วนบรรยากาศภายนอกมีทั้งผู้ปกครอง ชาวบ้าน รวมถึงเพื่อนๆ ของผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำ มาคอยลุ้นให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน

ทั้งนี้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ชื่อว่าคุณ ittipat pinrarod ได้เผยคลิปสัมภาษณ์พ่อค้าชาวเชียงรายที่เคยหลงอยู่ในถ้ำหลวง เมื่อ 25 ปีก่อนว่า

“พ่อค้า ชาวเชียงราย เล่าประสบการณ์ เคยหลงในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เมื่อ25ปีก่อน ตั้งแต่ปี2536 เข้าไปเที่ยวกันในถ้ำหลงกัน6-7คน กว่า2ชั่วโมง มีคนเดินเข้ามา จึงตามไฟจากดวงตะเกียง หาทางออกมาได้ หลังจากนั้นเข็ด กลัวไม่กล้าเข้าไปอีก พร้อมเอาใจช่วยให้พบ13คนโดยเร็ว”

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. พล.อ.ธงชัย สาระสุข ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดย พ.อ.ชาคริต ปรุงสุวรรณ์ ผู้บังคับหน่วย จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ของหน่วยจำนวน 5 คนเข้าร่วมติดตามเหตุการณ์และประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้นอย่างใกล้ชิด ร่วมกับชุดปฏิบัติของ ปภ.จังหวัด และเตรียมให้การสนับสนุนเครื่องมือหากได้รับการร้องขอ ตามขีดความสามารถที่หน่วยมี

พล.อ.ธงชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้ประสานการปฏิบัติกับชุดค้นหาและกู้ภัยของทางหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) หรือ หน่วยซีล ในการสนับสนุนเครื่องมือจำเป็นที่ต้องการ และจัดยานพาหนะสนับสนุนในการขนย้ายลำเลียงอุปกรณ์ต่างๆให้กับกองอำนวยการร่วมของจังหวัดที่ตั้งขึ้น เพื่อระดมความช่วยเหลือทั้งปวง ซึ่งคาดว่าผู้ประสบภัยยังมีชีวิต แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

พล.อ.ธงชัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จากการรายงานของชุดปฏิบัติการของหน่วยซีล พบร่องรอยการเขียนชื่อและการขีดเขียนบนผนังถ้ำเป็นลูกศรมีการประทับรอยฝ่ามือ ซึ่งคาดว่าเป็นรอยมือเด็กน่าจะเป็นทีมเยาวชนดังกล่าวพยายามหนีขึ้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงจากสภาพน้ำขึ้นจากฝนที่ตกหนักมาในถ้ำ ซึ่งหน่วยจะดำรงการติดตาม ประสานงานอย่างใกล้ชิดและให้การสนับสนุนเครื่องมือตามขีดความสามรถอย่างเต็มที่ พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะให้กับผู้บังคับบัญชาทราบถึงสถานการณ์ตามช่วงเวลาต่อไป

สำหรับถ้ำหลวง อยู่ในท้องที่ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน มีเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2529 มีพื้นที่ครอบคลุมหัวดอยนางนอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอยนางนอน มีพื้นที่สำหรับบริการนักท่องท่องอยู่ 2 แห่ง คือ

1.บริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง มีเนื้อที่ 12 ไร่ ตั้งอยู่ท้องที่บ้านน้ำจำ ต.โป่งผา อ.แม่สาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน และ 2.บริเวณขุนน้ำนางนอน มีเนื้อที่ 8 ไร่ ตั้งอยู่ท้องที่บ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย โดยวนอุทยานถ้ำหลวงมีอาณาเขตติดต่อ คือ ทิศเหนือ จดดอยจ้องและห้วยน้ำจอง, ทิศใต้ จดดอยผู้เฒ่าและลำห้วยน้ำค้าง, ทิศตะวันออก จดบริเวณพื้นที่ราบที่อยู่ข้างๆภูเขาทั้งหมด, ทิศตะวันตก จดภูเขลูกใหญ่ซึ่งทอดมาจากชายแดนเมียนมา

ส่วนลักษณะเด่นของพื้นที่และเอกลักษณ์นั้น ถ้ำหลวง เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ปากถ้ำเป็นห้องโถงกว้างมาก ภายในถ้ำจะพบกับความงามของ เกล็ดหินสะท้อนแสง หินงอก หินย้อย ธารน้ำและถ้ำลอด อีกทั้ง ถ้ำหลวงยังรอคอยการสำรวจจากนักท่องเที่ยวอยู่ตลอด เพราะสำรวจไปได้ไม่ถึงที่หมายก็ต้องล่าถอยออกมา เนื่องจากพบอุปสรรคความยากลำบากภายในถ้ำ และยังมีถ้ำเล็กๆอีก 3 แห่งในบริเวณเดียวกัน

สำหรับประวัติศาสตร์ และโบราณคดี พบว่าปากถ้ำที่สูง โถงถ้ำแรกที่เปิดกว้างระดับพื้นดินต่ำกว่าปากถ้ำมาก เนื่องจากเป็นร่องทางน้ำที่ไหลออกจากถ้ำ โดยมีร่องน้ำผ่านระหว่างโถงที่ 1 และทางขวามือของร่องน้ำจะเป็นโนนดินที่สูงขึ้น มีร่องรอยหลุมยุบ และเป็นโถงที่ 2 ต่อจากโถงที่ 1 มีร่องรอยหินถล่มด้านซ้ายมือ เมื่อสิ้นสุดบันไดจากบริเวณปากถ้ำ เป็นทางเดินดินสั้น ๆ

ต่อจากนั้น เป็นขั้นบันไดที่เทด้วยปูนซิเมนต์ 5-6 ขั้น ยกระดับขึ้นทอดเข้าสู่ความยาวของตัวถ้ำ โดยที่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมภายในถ้ำ และบริเวณร่องน้ำโถงที่ 1 ดังนั้น จึงไม่พบหลักฐานทางโบราณคดี ภายในถ้ำ

ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ถ้ำหลวงจะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมพื้นที่ถ้ำ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นฤดูฝน เนื่องจากน้ำจะไหลเข้ามาท่วมภายในถ้ำ ซึ่งจะทำให้ไม่ปลอดภัย และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของวนอุทยานฯ พบว่านักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวชมถ้ำส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

(คลิป) พ่อค้าชาวเชียงราย เล่าประสบการณ์! เมื่อ 25 ปีก่อน หลงใน “ถ้ำหลวง” นาน 2 ชั่วโมง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here