ฝนตกอย่างหนัก ‘หน่วยซีล’ ยังไม่หยุดค้นหา เร่งแข่งกับเวลาชีวิต ล่าสุด! พบเชือกมั่นใจ ’13ชีวิต’ ยังรอด

0
419

ฝนตกอย่างหนัก ‘หน่วยซีล’ ยังไม่หยุดค้นหา เร่งแข่งกับเวลาชีวิต ล่าสุด! พบเชือกมั่นใจ ’13ชีวิต’ ยังรอด

ฝนตกไม่เป็นอุปสรรค ยังเดินหน้าค้นหา “13ชีวิต” หลงถ้ำหลวงฯ รองผู้ว่าฯ มั่นใจภารกิจสำเร็จ เด็กดิ้นรนพยายามเอาชีวิตรอด ยังไม่พบสัญญาณใดๆ ที่ไม่ดีว่ามีใครเจ็บ

จากกรณี นายเอกพล จันทะวงษ์ โค้ชฟุตบอลทีมหมูป่า พร้อมนักบอลลูกทีมอายุ 13-15 ปี ติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยมีการระดมกำลังทหาร ตำรวจ ป่าไม้ และหน่วยกู้ภัย ช่วยกันค้นหา แต่ยังคงไร้วี่แววไม่พบตัว เจอเพียงรองเท้าแตะ 12 คู่ รถจักรยาน 11 คัน จอดอยู่หน้าถ้ำ ส่วนสาเหตุที่หายไปเนื่องจากน้ำท่วมถ้ำ ทำให้ทั้งหมดที่เข้าไปออกมาไม่ได้

กระทั่งเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ หน่วยซีล ได้เข้าไปช่วยเหลือ เบื้องต้นพบรอยเท้าของผู้สูญหาย แต่ยังคงไม่พบตัว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (25 มิ.ย.) นายภาสกร บุญญลักษณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวอย่างมั่นใจว่า แม้ตอนนี้จะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ทีมค้นหายังคงมั่นใจว่าเด็กยังมีชีวิตอยู่

เนื่องจากพบร่องรอยระหว่างทาง ทั้งรอยเท้าและเศษเชือกตามเส้นทางเป็นระยะๆ ซึ่งตอนนี้หน่วยซีลได้เข้าไปปฏิบัติการค้นหา ยังพบไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่ไม่ดี ถ้าเด็กได้รับบาดเจ็บ คงจะเคลื่อนย้ายไปไหนไม่ได้ แสดงว่าตอนนี้เด็กก็กำลังพยายามหาทางรอดชีวิตอยู่ สุดท้ายเชื่อว่าภารกิจนี้น่าจะประสบความสำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่ถอดใจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองที่ยังคงปักหลักรอคอยอย่างมีความหวัง

รองผู้ว่าฯเชียงราย ยันค้นหาต่อเนื่อง จนกว่าจะพบ “13ชีวิต” สูญหาย เผยประสานหน่วยงาน “พร่องน้ำ” ช่วยปฏิบัติการ “หน่วยซีล” โดยเมื่อพบตัวจะให้น้ำ-อาหาร พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้น นายภาสกร บุญญลักษณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยความคืบหน้าในการค้นหาว่า สิ่งที่ต้องเป็นห่วงในขณะนี้คือเรื่องน้ำ ต้องใช้ความชำนาญของเจ้าหน้าที่หน่วยซีลดำลงไปค้นหา

ซึ่งทางจังหวัดได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ “พร่องน้ำ” ควบคู่พร้อมกับการค้นหาด้วย เพื่อช่วยลดระดับน้ำภายในถ้ำ เผิ่อพบตัวผู้สูญหายจะได้สามารถลำเลียงออกมาภายนอกได้ ซึ่งถ้ำแห่งนี้มีทางเข้า-ออกทางเดียว ตอนนี้หน่วยซีลลุยผ่านไป 3 กิโลเมตรแรก จุดเดิมที่คาดว่าจะพบผู้สูญหาย แต่ก็ยังไม่พบตัว คาดว่ากลุ่มโค้ชและเด็กๆ น่าจะเดินลึกต่อไป มุงหน้าไปทางห้องโถงกลาง

ซึ่งเจ้าหน้าที่นำอาหารและน้ำติดไปด้วย เพื่อที่เจอแล้วจะได้ปรับสภาพร่างกาย พร้อมช่วยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวออกมา ที่ผ่านมาถ้ำนี้ไม่เคยมีใครติดอยู่ข้างใน เพราะคนแถวนี้รู้หน้าฝน ไม่ควรเข้าไปด้านใน สำหรับปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้ จะทำต่อเนื่องจนกว่าจะเจอทั้ง 13 ชีวิต.

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here