เปิดโปรไฟล์สุดแปลก ‘คิมจองอึน’ ชายผู้สร้างความประหลาดใจ และเป็นความเคลื่อนไหวที่ทั่วโลกต้องจับตามอง

0
140

เปิดโปรไฟล์สุดแปลก ‘คิมจองอึน’ ชายผู้สร้างความประหลาดใจ และเป็นความเคลื่อนไหวที่ทั่วโลกต้องจับตามอง

 

อัจฉริยะกับคนบ้ามีเส้นบางๆคั่นนิดเดียว บางครั้งเมื่อสวมบทผู้นำโลก ถึงไม่บ้าก็ต้องแกล้งบ้า ถึงไม่เก่งก็ต้องสำแดงฤทธิ์ ถึงไม่โหดก็ต้องแสดงความโหด เพื่อสร้างเพาเวอร์ให้เกรงขามและกำราบศัตรู ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือ “คิม จอง อึน” เป็นตัวอย่างผู้นำเผด็จการโลก ที่ต้องบริหารความบ้าไปพร้อมๆบริหารอำนาจให้อยู่ใต้ท็อปบู๊ต และยังเป็นผู้นำเผด็จการยุคใหม่ที่มีเรื่องลับๆซุกซ่อนเพียบ!!

1.“คิม จอง อึน” ไม่ได้เสียสติ แต่บ้าอำนาจ เพียงแค่ 4 ปี หลังจากครองอำนาจแทนบิดา “คิม จอง อิล” เขายกระดับความเผด็จการน่าหวาดกลัวขึ้นอีกขั้น โดยสั่งกำจัดปรปักษ์ไปแล้วหลายสิบคน ด้วยวิธีการโหดเหี้ยมสารพัด ทั้งจับยิงเป้ากลางชุมชน, กรอกยาพิษฆ่าตัวตาย และใช้ปืนต่อสู้อากาศยานเด็ดชีพคนทรยศต่อหน้าฝูงชน โดนมาหมดทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูง คนเก่าแก่ของพ่อ และพระญาติสนิททั้งหลาย

- Advertisement -

แต่ฮือฮาสุดคือ การสั่งยิงเป้าประหารชีวิตรัฐมนตรีกลาโหม เพราะเผลอหลับสัปหงกระหว่างร่วมพิธีการทางทหาร “คิมน้อย” ยังสั่งวางยาพิษอาหญิงแท้ๆ “คิม ยอง ฮุย” น้องสาวคนเดียวของพ่อ เพราะรำคาญที่พร่ำบ่นเรื่องสามีนาง “นายพลจาง ซอง แต๊ก” ถูกประหารชีวิต ทั้งที่เป็นอาเขย และผู้นำเบอร์สองของเกาหลีเหนือ แม้แต่แฟนเก่าสมัยวัยรุ่น ซึ่งเป็นนักร้องเกาหลีเหนือ ก็โดนยิงเป้าประหารชีวิต โดยคิมน้อยยัดเยียดความผิดฐานเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร

2. เคยทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าให้คล้ายปู่ “คิม อิล–ซุง” เพื่อปลุกเร้าให้ประชาชนเกิดความรักและศรัทธา ความลับข้อนี้เปิดเผยโดยนักการทูตระดับสูงของจีน กระนั้น ทางการเกาหลีเหนือปฏิเสธข่าว พร้อมตอบโต้ว่า “คิม จอง อึน” เลิศเลอเพอร์เฟกต์โหงวเฮ้ง ดีตั้งแต่เกิด ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งมีดหมอ

3. เขาคือวีรบุรุษผู้ก่อตั้งประเทศ กลับชาติมาเกิดชัดๆ ชาวเกาหลีเหนือรักและเทิดทูน “คิม อิล-ซุง” มาก เพราะเป็นผู้ก่อตั้งประเทศ และวางรากฐานทุกอย่างให้โสมแดง ตั้งแต่คิมผู้พ่อตัดสินใจเปิดตัวลูกชายคนเล็ก “คิม จอง อึน” อย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน เมื่อปี 2010 ก็มีกระบวนการสร้างภาพมากมายที่พยายามปลุกปั่นว่า แท้จริงแล้ว “คิมน้อย” ก็คือ “คิม อิล-ซุง” กลับชาติมาเกิด

4. ผู้นำส้มหล่น คือฉายาแสลงหูที่สุดสำหรับ “คิม จอง อึน” เพราะมันแทงใจดำ…ห้ามพูด!! เขาเป็นม้านอกสายตาจริงๆ ไม่เคยถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากบิดา โดยคิมผู้พ่อทุ่มเทปลุกปั้นลูกชายคนโต “คิม จอง นัม” ให้รับช่วงปกครองประเทศ โชคร้ายที่ “คิมผู้พี่” พลาดอย่างแรง ถูกจับตอนใช้พาสปอร์ตปลอมเข้าญี่ปุ่นเที่ยวดิสนีย์แลนด์ เมื่อปี 2001 ขณะที่ลูกชายคนกลาง “คิม จอง ชุล” ก็อ่อนปวกเปียก ส้มจึงหล่นที่ “คิม จอง อึน”

5. ผู้นำแฟชั่นตัวจริงของเกาหลีเหนือ เมื่อต้นปี “คิมน้อย” เปิดตัวรูปโฉมใหม่เก๋ไก๋อย่าบอกใคร เขาเปลี่ยนลุคเชยๆมาไว้ผมรองทรงสูงเสยตั้งขึ้นเป็นกองๆ ไถข้างเกรียนระดับเดียวกับคิ้ว พร้อมกันคิ้วออกเหลือครึ่งเดียว ลุคใหม่สุดจ๊าบมาจากทรงแฟล็ตท็อปยอดฮิตในยุค 90’s สไตล์เดียวกับนักบาสเอ็นบีเอในตำนาน “เดนนิส ร็อดแมน” ผู้ชายทั้งประเทศต้องไว้ผมทรงนี้ตามคำสั่งรัฐบาล

6. เด็กหลังห้อง นักกีฬาตัวยง เสี่ยน้อยใจดี คือตัวตนแท้จริงของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เพื่อนเก่าที่สวิสยืนกรานว่า สมัยเรียนมัธยมที่สวิตเซอร์แลนด์ คิมน้อยไม่เอาถ่านเรื่องการเรียน สอบตกวิทยาศาสตร์ และผ่านมาแบบเฉียดฉิวทั้งวิชาเลข, ภาษาอังกฤษ และเยอรมัน กระนั้น เขาเป็นนักกีฬาที่ใช้ได้ ชอบเล่นบาสเกตบอลและฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เขาเป็นเด็กอ้วนนิสัยดี และมีแววชอบเอาชนะตั้งแต่วัยเยาว์

7. เคยวางแผนฆ่าพ่อตัวเองหลายครั้งเพื่อขึ้นเป็นใหญ่ เว็บไซต์เดลีเมล์อ้างอดีตสายลับเกาหลีเหนือ เปิดโปงว่า “คิมน้อย” เคยวางแผนลอบสังหารบิดาหลายครั้ง ก่อนจะถึงแก่อสัญกรรมด้วยปัญหาสุขภาพ เมื่อปลายปี 2011 โดยทำทุกทางตั้งแต่ใช้รถบรรทุกพุ่งชนขบวนรถพ่อ, จ้างมือปืนลอบสังหาร, วางแผนระเบิดสถานกงสุลรัสเซีย เพื่อยั่วให้รัสเซียโกรธแค้นยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเปียงยาง นอกจากนี้ ยังพยายามก่อรัฐประหาร 2 ครั้ง

8. ผู้นำเกาหลีเหนือคลั่งไคล้ “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” เข้าเส้น โดยสั่งให้แจกจ่ายหนังสือการต่อสู้ของข้าพเจ้า ซึ่งเขียนโดยฮิตเลอร์ แปลเป็นภาษาเกาหลี แก่เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ทุกคน พร้อมกำชับให้ กองทัพใช้ท่าสดุดีนาซี เพื่อเดินตามรอยจอมเผด็จการโลก

เผย คิม จอง อึน กล่าววาทะประทับใจ ขณะจับมือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ บอกผู้คนมากมายบนโลกไม่อยากเชื่อว่าเราจะได้มาประชุมสุดยอดกัน มันเหมือนมาจากหนังวิทยาศาสตร์ไซ-ไฟ เมื่อ 12 มิ.ย.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กับ คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา ของสิงคโปร์

ซึ่งถือเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรกระหว่างผู้นำสหรัฐฯ ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกกับผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อตอนเวลา 09.00 น. ของเช้าวันที่ 12 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 08.00 น. ตามเวลาประเทศไทย สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานถึงช่วงเวลาแห่งความประทับใจในนาทีที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก ประธานาธิบดีทรัมป์และคิม จับมือกันครั้งแรกต่อหน้าทัพนักข่าวและช่างภาพจากต่างประเทศจำนวนมาก

ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดย คิม ผู้นำเกาหลีเหนือได้กล่าวกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า“ มีผู้คนจำนวนมากทั่วโลกไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะได้มาประชุมสุดยอดกันที่สิงคโปร์ และคิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มันเหมือนมาจากหนังวิทยาศาสตร์ไซ-ไฟ”

“แน่นอนว่ามีความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า แต่ผม (‘พร้อม’ หรือ ‘เต็มใจ’ คำนี้ CNN ระบุว่ายังไม่แน่ชัดว่าเป็นคำใด) ในการมาประชุมสุดยอดกันครั้งนี้’ คิม จอง อึน พูดกับประธานาธิบดีทรัมป์ ขณะที่ซีเอ็นเอ็น ยังรายงานด้วยว่า การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับคิม จอง อึน รวมทั้งคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง จะดำเนินจนถึงเวลา 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นทั้งสองฝ่ายจะรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันพร้อมกับหารือกันไปด้วย

‘คิมจองอึน’ เป็นคนแบบไหน เปิดโปรไฟล์เผด็จการจอมก่อปัญหาแห่งเกาหลีเหนือ มีการศึกษาประวัติและลักษณะนิสัยของเผด็จการป่วนโลกอย่าง ‘คิมจองอึน’ โดย ‘จุง เอช ปัก’ นักวิเคราะห์ผู้เขียนบทความให้บรูคกิงส์ในสหรัฐฯ ที่วิเคราะห์นิสัยใจคอแบบเด็กที่ได้รับอภิสิทธิ์ ถูกตามใจ แพ้ไม่เป็น เมื่อได้อำนาจแล้วก็แสดงความเหี้ยมโหดแบบฆาตกรต่อเนื่องภายใต้ฉากหน้าที่แสดงตัวเหมือนคนทันสมัยทันแฟชั่น

ลักษณะนิสัยแบบนี้ของคิมจองอึนจะส่งผลกระทบต่อวิกฤตนิวเคลียร์ระดับโลกหรือไม่ และประเทศผู้นำโลกควรทำอย่างไรกับ ‘เด็กเจ้าปัญหา’ คนนี้ 18 ก.พ. 2561 สถาบันวิจัยบรูคกิงส์ในสหรัฐฯ นำเสนอบทความศึกษาประวัติชีวิตและจิตใจของ คิมจองอึน ผู้นำจอมเผด็จการของเกาหลีเหนือ ที่ขึ้นมามีอำนาจต่อจากพ่อของเขาคิมจองอิลเมื่อปั 2554 ในช่วงนั้นเองที่คิมจองอึนเริ่มประกาศปิดพรมแดนประเทศและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณมานานตั้งแต่ก่อนหน้าปี 2554 แล้วว่ามีการเตรียมการให้คิมจองอึนขึ้นเป็นผู้นำ ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนผ่านอำนาจสู่คิมจองอึน ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ก็ประชุมรับมือวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นและสหรัฐฯ ก็แสดงท่าทีกระชับพันธมิตรเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นผ่านถ้อยแถลง และท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นนั้นก็ทำให้มีการพยายามเก็บรวบรวมข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองว่าคิมจองอึนเป็นคนอย่างไรกันแน่

รวมถึงว่าชาวเกาหลีเหนือเองจะมีท่าทีแบบใดกับผู้นำคนใหม่นี้ ผู้ที่อายุยังน้อยอยู่ในวัยระหว่าง 20-30 ปี ที่ไม่มีทักษะความเป็นผู้นำอยู่เลย มีการคาดการณ์ไปต่างๆ นานา รวมถึงเรื่องที่ว่าอาจจะมีการโค่นล้มคิมลองอึนโดยภายใน แต่ผ่านมา 6 ปีแล้ว คิมจองอึนยังคงอยู่และทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ 4 ครั้ง ทำให้เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ทั้งหมดรวมแล้ว 6 ครั้ง รวมถึงมีการทดลองอาวุธอื่นๆ อีกหลายครั้ง

และมีปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ขนานใหญ่รวมถึงบงการให้ใช้อาวุธเคมีทำลายระบบประสาทสังหารพี่ชายต่างมารดาของตน ภาพลักษณ์ของคิมจองอึนในประเทศอื่นๆ มักจะถูกนำเสนอออกมาให้ดูเหมือนตัวการ์ตูนตลกๆ พร้อมฉายาเชิงเย้ยหยัน ทำให้เขาดูเป็น “เด็ก” ที่กำลังเล่นกับอาวุธต่างๆ ในความเป็น “เด็ก” นั้นก็พยายามจะสื่อให้เห็นว่าดูเป็นคนที่พฤติกรรมเอาแน่เอานอนไม่ได้ และเอาแต่ใจตัวเอง ลากคนอื่นไปเจอปัญหา แต่กระนั้นก็มีส่วนผสมของความน่าหวั่นใจในเรื่องสมรรถนะทางอาวุธและการโจมตีไซเบอร์ของเกาหลีเหนือในยุคของคิมจองอึน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here